วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘กำไร 2Q69F น่าจะเป็นจุดต่ำสุดในปีนี้’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) กำไร 2Q69F น่าจะเป็นจุดต่ำสุดในปี 2569 นี้
เราประเมินว่า MAJOR จะแจ้งกำไรสุทธิ 2Q69F ที่ 63 ล้านบาท (-49% YoY และ -16% QoQ) การที่กำไรแย่ลงทั้ง YoY และ QoQ มีสาเหตุหลักจากรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะจำนวนผู้เข้าชมในสาขาต่างจังหวัดที่น้อยลงมาก หากกำไร 2Q69F เป็นตามเราคาด กำไรสุทธิ 1H69F จะอยู่ที่ 138 ล้านบาท (-12% YoY) คิดเป็นเพียง 21% ของประมาณการกำไรเดิมทั้งปีของเรา
รายได้ยอดขายตั๋ว 2Q69F อ่อนแอลง
เราคาดรายได้ 2Q69F ของ MAJOR จะแย่ลง 21% YoY และ 5% QoQ ที่ 1.5 พันล้านบาท แม้ปกติไตรมาสนี้จะเป็นช่วง high season ของธุรกิจโรงภาพยนตร์ แต่คาดว่ารายได้จากยอดขายตั๋วจะอ่อนแอลงทั้ง YoY และ QoQ จากผลงานภาพยนตร์ที่เข้าฉายทำรายได้ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด (ซึ่งคิดเป็นราว 60% ของจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด) รวมถึงยอดขายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวก็ชะลอลงด้วย แต่คาดรายได้จากธุรกิจโฆษณา (14% ของรายได้รวม) จะเติบโตแข็งแกร่งที่ 216 ล้านบาท (+25% YoY และ +17% QoQ) จากการต่ออายุสัญญากับลูกค้าและการใช้จ่ายสื่อโฆษณาเพิ่มขึ้น ด้านอัตรกำไรขั้นต้น (gross margin) คาดว่าจะดีขึ้นเล็กน้อย YoY ที่ 32.0% (จาก 31.9% ใน 2Q68) ด้วยประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนดี แต่ gross margin น่าจะลดลงจาก 32.9% ใน 1Q69 ตามรายได้ที่อ่อนแอลง ขณะที่ คาดสัดส่วน SG&A-to-sales จะเพิ่มขึ้นที่ 29.7% (+2.0ppts YoY และ +1.6ppts QoQ) ตามรายได้ที่ลดลง
คาดกำไร 2H69F จะฟื้นตัว
ด้วยเหตุจากแนวโน้มกำไร 2Q69F อาจอ่อนแอกว่าที่เคยคาดไว้ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F ลง 5% ที่ 635 ล้านบาท และปี 2570F ลง 10% ที่ 664 ล้านบาท บนสมมติฐานรายได้ลดลงและgross margin จะอ่อนแอกว่าคาด แต่อย่างไรก็ดีเราคาดว่ากำไร 2H69F จะฟื้นตัว HoH หนุนจากภาพยนตร์ที่รอเข้าฉายแข็งแกร่งขึ้น ทั้งภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ อย่าง Spider-Man: Brand New Day และ Avengers เสริมด้วยภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความคาดหวังสูงอย่าง สมิงเขาขวาง (ธี่หยด 4) ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดจำนวนผู้เข้าชมโรงภาพยนตร์ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Valuation & action
หลังจากปรับลดประมาณการกำไรลงใหม่และ de-rating PE ลงที่ 10x (จาก 11x) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่สิ้นปี 2569F ที่ 8.40 บาท อิงจาก PE ที่ 10x (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D.) จากเดิม 9.70 บาท ปัจจุบัน MAJOR ซื้อขาย PE ปี 2569F ต่ำเพียง 8.3x เทียบกับ global peers (PE ที่ 13-14x) ทั้งนี้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” MAJOR เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นล่าสุดได้สะท้อน valuation ที่อ่อนแอในระยะสั้นไปมากแล้ว ขณะที่ภาพยนตร์รอเข้าฉายที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้กำไร 2H69F ฟื้นตัวขึ้น
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

หามส่งโรงพยาบาล! ทนายไพศาล วูบกลางวงประชุม กมธ. พบหัวใจเต้นผิดจังหวะ
เช็กด่วน! ท้องอืด-กินนิดเดียวก็อิ่ม อาการคล้ายโรคกระเพาะ ที่แท้สัญญาณเตือน มะเร็งรังไข่
กรมราชทัณฑ์ โต้ อดีตผู้ต้องขัง ยันดูแลสุขภาพได้มาตรฐาน-จ่ายยาตามดุลยพินิจของแพทย์
สถ. ชี้แจงมติ กสถ. ยกเลิกประกาศเดิม-จัดลำดับบัญชีสอบท้องถิ่นใหม่ ยึดหลัก ความถูกต้อง เสมอภาค เป็นธรรม
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าฯ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี