วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ในอดีต หลายคนอาจเชื่อว่า เพียงตั้งใจทำงาน มีตำแหน่งประจำ และได้รับเงินเดือนตรงเวลา ก็น่าจะเพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้
แต่วันนี้ สมการดังกล่าวอาจไม่แน่นอนเหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันทางธุรกิจ ตลอดจนการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังทำให้องค์กรจำนวนมากทบทวนวิธีทำงาน ปรับโครงสร้างบุคลากร และเปลี่ยนทักษะที่ต้องการจากคนทำงาน
กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ “รายได้ของเราอาจยังเข้าตรงเวลาในวันนี้ แต่เงื่อนไขที่ทำให้รายได้นั้นเกิดขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”
อย่างล่าสุด ภาครัฐมีแนวคิดผลักดันโครงการ เกษียณก่อนกำหนดหรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการที่สมัครใจ ซึ่งถูกนำมาเชื่อมโยงกับการปรับโครงสร้างกำลังคนและการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบราชการมากขึ้น
ขณะเดียวกัน งานศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI พบว่า เมื่อเปรียบเทียบประกาศรับสมัครงานออนไลน์ในช่วงไตรมาส 2–4 ของปี 2567 และ 2568 จำนวนตำแหน่งงานลดลงประมาณ 9.6% จาก 642,216 ตำแหน่ง เหลือ 580,505 ตำแหน่ง
แต่ในหลายอาชีพกลับพบว่า ประกาศงานที่ระบุความต้องการทักษะด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานไม่ได้เพียงต้องการ “คนทำงาน” แต่กำลังต้องการคนที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ด้วย
แนวโน้มเดียวกันยังปรากฏในต่างประเทศ จากรายงาน AI Index Report 2026 ระบุว่า ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานกำลังเกิดขึ้นอย่างไม่เท่าเทียมกันในแต่ละอาชีพและแต่ละกลุ่มแรงงาน โดยหนึ่งในสามขององค์กรที่สำรวจคาดว่า AI อาจทำให้จำนวนบุคลากรลดลงในช่วงหนึ่งปีข้างหน้า แม้ภาพรวมการจ้างงานจะยังไม่ปรากฏการสูญเสียตำแหน่งงานครั้งใหญ่ก็ตาม
อย่างไรก็ดี ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า AI จะเข้ามาแทนที่ทุกอาชีพ หรือทุกคนกำลังจะตกงาน แต่กำลังส่งสัญญาณว่า “ความมั่นคงของอาชีพเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะรับประกันความมั่นคงทางการเงินอีกต่อไป”
อย่าพึ่งตกใจไป!!! สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้คือเตรียมความพร้อมด้านการเงิน เพื่อให้ไม่ว่าโลกการทำงานจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด การเงินของเรายังมีพื้นที่ให้ตั้งหลักและปรับตัวได้
วันนี้ขอชวนทุกคนมาดู 4 วิธีเตรียมการเงินรับมือกับความไม่แน่นอนของรายได้
1. สร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้เป็น “เวลาสำหรับตั้งหลัก”
เงินสำรองฉุกเฉินไม่ได้มีไว้เพียงสำหรับค่ารักษาพยาบาลหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น “กันชนทางการเงิน” เมื่อรายได้ลดลงหรือหยุดลงกะทันหัน
เงินก้อนนี้ช่วยให้เรามีเวลาคิด หางานใหม่ พัฒนาทักษะ หรือปรับแผนชีวิต โดยไม่ต้องรีบก่อหนี้เพียงเพราะไม่มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในเดือนถัดไป
โดยทั่วไป ควรเตรียมเงินสำรองอย่างน้อย 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน
สำหรับผู้ที่ทำงานอิสระ มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ หรือทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความผันผวนสูง อาจเพิ่มเป้าหมายเป็น 6–12 เดือน
เงินสำรองควรแยกออกจากเงินลงทุนและบัญชีที่ใช้จ่ายประจำ พร้อมเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย
หากได้รับเงินชดเชยจากการเลิกจ้าง อย่าเพิ่งรีบนำเงินทั้งหมดไปใช้จ่ายหรือนำไปปิดหนี้ในทันที ควรประเมินก่อนว่า เงินก้อนดังกล่าวจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายจำเป็นระหว่างหางานใหม่ได้นานเพียงใด แล้วจึงจัดสรรส่วนที่เหลือไปชำระหนี้ โดยให้ความสำคัญกับหนี้ดอกเบี้ยสูงเป็นลำดับต้น ๆ
2. จัดการหนี้ตั้งแต่ยังมีทางเลือก
ในช่วงที่รายได้ปกติ หนี้อาจดูเหมือนเป็นภาระที่ยังบริหารจัดการได้ แต่เมื่อรายได้ลดลง ค่างวดจำนวนเดิมอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อชีวิตทันที
สิ่งที่ควรทำคือ เริ่มจากสำรวจรายรับ รายจ่าย และภาระหนี้ทั้งหมด เพื่อให้รู้ว่าในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายใดที่จำเป็น และมีค่าใช้จ่ายใดที่สามารถลดหรือหยุดได้ชั่วคราว
หากเริ่มเห็นสัญญาณว่ารายได้อาจไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้บ้าน รถยนต์ หรือบัตรเครดิต ควรติดต่อสถาบันการเงินตั้งแต่ก่อนผิดนัดชำระ เพื่อสอบถามแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่างวด หรือปรับเงื่อนไขการชำระให้เหมาะสมกับความสามารถในช่วงนั้น
การเจรจาตั้งแต่เนิ่น ๆ มักมีทางเลือกมากกว่าการรอให้บัญชีกลายเป็นหนี้เสีย และยังช่วยลดผลกระทบต่อประวัติเครดิตได้ด้วย
ขณะเดียวกัน ไม่ควรนำเงินสดทั้งหมดไปปิดหนี้จนไม่เหลือสภาพคล่องสำหรับดำรงชีวิต เพราะในช่วงที่ยังไม่มีรายได้ เงินสดที่เพียงพออาจสำคัญไม่แพ้การลดภาระดอกเบี้ย
หัวใจสำคัญคือ ต้องหาสมดุลระหว่าง “การลดหนี้ กับ การรักษาเงินสดสำหรับดำรงชีวิต”
3. อย่าฝากอนาคตไว้กับรายได้เพียงช่องทางเดียว
การมีรายได้หลายทางไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำงานหลายอย่างจนไม่มีเวลาพัก แต่หมายถึงการค่อย ๆ สร้างทางเลือกเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้รายได้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายจ้าง ลูกค้า หรืออุตสาหกรรมเพียงแห่งเดียว
ลองสำรวจว่า ความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์ที่เรามี สามารถต่อยอดเป็นรายได้รูปแบบใดได้บ้าง เช่น
• สอนพิเศษหรือจัดอบรม
•รับงานอิสระนอกเวลางาน
• ให้คำปรึกษาในเรื่องที่มีความเชี่ยวชาญ
• ผลิตสินค้าหรือบริการจากทักษะที่มี
• นำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาทำงาน
นอกจากการสร้างรายได้เสริมแล้ว การขยายเครือข่ายทางวิชาชีพก็มีความสำคัญ เพราะโอกาสในการทำงานใหม่จำนวนไม่น้อยเกิดจากคำแนะนำ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่สะสมไว้ล่วงหน้า
ที่สำคัญ “เราควรมองการเรียนรู้ทักษะใหม่เป็น การลงทุนในความสามารถเพื่อการหารายได้ของตนเอง”
ในวันที่งานบางประเภทถูกลดความสำคัญ คนที่สามารถใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ ตรวจสอบ สื่อสาร หรือสร้างผลงานได้ดีขึ้น ย่อมมีโอกาสปรับตัวได้มากกว่า เป้าหมายจึงไม่ใช่การแข่งกับ AI แต่คือการเรียนรู้ที่จะใช้ AI ให้เป็น "ผู้ช่วย" ที่ทำให้เราทำงานได้ดีขึ้น
4. ทำ “Financial Stress Test” ให้การเงินปีละครั้ง
แผนการเงินไม่ใช่เอกสารที่ทำครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะรายได้ ค่าใช้จ่าย ภาระครอบครัว และตลาดแรงงานสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ลองจำลองสถานการณ์ว่า หากรายได้ลดลง 30% หรือหยุดลงเป็นเวลา 3–6 เดือน การเงินของเราจะรับมือไหวหรือไม่
ลองตรวจสอบตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้
✓ มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือไม่
✓ หากขาดรายได้ 3–6 เดือน ยังสามารถดูแลค่าใช้จ่ายของตนเองและครอบครัวได้หรือไม่
✓ ภาระหนี้ต่อเดือนอยู่ในระดับที่รับมือได้หรือกำลังตึงเกินไป
✓ มีรายได้มากกว่าหนึ่งช่องทางแล้วหรือยัง
✓ ประกันสุขภาพและความคุ้มครองที่มีเพียงพอหรือไม่
✓ มีการพัฒนาทักษะที่ตลาดต้องการอย่างต่อเนื่องหรือไม่
✓ หากต้องเปลี่ยนงานวันนี้ มีเครือข่ายและผลงานที่ช่วยเปิดประตูไปสู่งานใหม่หรือไม่
การทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราเห็นจุดอ่อนก่อนที่ปัญหาจะเกิด และมีเวลาปรับตัวในวันที่ยังมีทางเลือกมากพอ
เราอาจไม่สามารถทำนายได้ว่า AI จะเปลี่ยนอาชีพใดก่อน เศรษฐกิจจะผันผวนเมื่อไร หรือองค์กรจะปรับโครงสร้างในรูปแบบใด
แต่สิ่งที่เราทำได้คือ ทำให้การเงินของเราไม่พังลงทันที เมื่อรายได้สะดุด
เพราะแม้โลกการทำงานอาจไม่มีความแน่นอนเหมือนเดิม แต่เรายังสามารถสร้างระบบการเงินที่ยืดหยุ่น มีเงินสำรอง หนี้ไม่หนักเกินไป มีทักษะที่พร้อมปรับตัว และมีทางเลือกมากพอสำหรับอนาคตได้
อาชีพอาจไม่มั่นคงตลอดไป
แต่เราสร้างการเงินให้พร้อมรับความไม่แน่นอนได้ตั้งแต่วันนี้
#TheMoneyCoachTH

เปิดใจครั้งแรกในรอบ 16 ปี ลูกเกด-เฮเลน เคยเกือบตัดเพื่อน โดนทิ้งกลางฝรั่งเศส-เมินใส่ไม่คุย 2 อาทิตย์
'ช้างศึก'เข้าฝัก!รัว‘เสือเหลือง’2ตุงขึ้นจ่าฝูงอาเซียนคัพ
จีน-ไทยกระชับมิตร เตรียมซ้อมรบทางอากาศ ฟอลคอน สไตรก์ 2026 ในไทยเดือนสิงหาคมนี้
ลูกชายเหยื่อโผล่แฉ ป๋อง คดี 5 ศพ แม่เคยเกือบไร้ชีวิต จะถูกฝัง แต่หนีตายมาได้
กองทัพ ปลุกคนไทย 70 ล้านคน สู้ล็อบบี้ยิสต์ เสนอข้อเท็จจริงชายแดน สู้ข่าวบิดเบือนกัมพูชา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี