วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
แม้ว่าผมจะไม่ค่อยชอบสหรัฐอเมริกาเท่าใดนัก ค่าที่ประเทศนี้ชอบวางตัวเป็นอันธพาล รุกรานทำลายประเทศเล็ก ๆ ไปทั่ว ประเทศไหนที่สหรัฐฯ สนใจจะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ แต่บังเอิญผู้นำประเทศนั้นไม่ขายชาติ ไม่ก้มหัวให้ ก็จะหาเรื่องกล่าวหา ส่งคนไปฆ่าไปทำร้าย ยุยงประชาชนและฝ่ายตรงข้ามให้ต่อต้าน ให้ก่อกบฏ ผู้นำบางคนถูกฆ่าตายไปเกือบ 20 ปีแล้ว ประเทศชาติล่มสลายเกิดสงครามกลางเมืองแล้ว อารยธรรมเก่าแก่ของชาติและของมนุษยชาติก็ถูกทำลายจนเกือบจะสูญสิ้นหมดแล้ว แต่จนทุกวันนี้ผู้ฆ่า ผู้กล่าวหา ก็หาหลักฐานที่ตนไปฆ่า ไปกล่าวหาเขาไม่ได้ ยังคงลอยนวลอยู่ในประเทศของตน โดยไม่มีองค์กรสิทธิมนุษยชนหรือมหาอำนาจชาติไหนรณรงค์เรียกร้องให้นำตัวผู้นำสหรัฐฯ ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับมวลมนุษยชาติมาขึ้นศาลดำเนินคดี
ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก เมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา กับ โมอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา คือตัวอย่าง
อาฟกานิสถาน อิรัก ซีเรีย และลิเบีย ล้วนล่มสลาย เกิดสงครามกลางเมือง บ้านแตกสาแหรกขาดจนเกือบจะสิ้นชาติ ส่วนหนึ่ง หรืออาจกล่าวได้ว่าส่วนสำคัญเป็นฝีมือของสหรัฐอเมริกา
แต่ก็อย่างที่พูด แม้ผมจะไม่ค่อยชอบสหรัฐอเมริกา เพราะเรื่องร้าย ๆ ที่ผู้นำของอเมริกาก่อขึ้นหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่ผมชื่นชอบอเมริกา คือความรู้สึกสำนึกของคนอเมริกันที่ “ประเทศชาติต้องมาก่อน”
อย่าเพิ่งเข้าใจผิด... ไม่ใช่นโยบาย “America First” ของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ !
แต่เป็นจิตสำนึกของนาย จอห์น แมคเคน อดีตทหารผ่านศึกในสงครามเวียดนาม และอดีตสมาชิกวุฒิสภาอาวุโสของสหรัฐฯ สังกัดพรรครีพับลิกัน เมื่อคราวเป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาพร้อมนาย บารัค โอบามา แห่งพรรคเดโมแครต ในปี ค.ศ. 2008
ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น นาย จอห์น แมคเคน พ่ายแพ้ และระหว่างการออกมาปราศรัยยอมรับความพ่ายแพ้ ใครสักคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นทีมงานได้กล่าวเชิงตำหนินาย บารัค โอบามา เรียกเสียงโห่ร้องพอใจจากผู้สนับสนุนนาย แมคเคนเป็นอย่างยิ่ง ถ้าใครดูการถ่ายทอดวันนั้น คงจำได้ว่า นาย จอห์น แมคเคน มีสีหน้าผิดหวังต่อคำพูดของคนคนนั้นและต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขารีบออกมาห้ามปรามผู้สนับสนุนของเขา และพูดว่า
“บารัค โอบามา คือประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาเป็นประธานาธิบดีของผมด้วย”
นี่คือสปิริต คือจิตสำนึกของคนที่เห็นว่า “ประเทศชาติต้องมาก่อน”
เมื่อแข่งขันแล้วพ่ายแพ้ ก็ยอมรับ เพื่อให้คนที่ประชาชนไว้วางใจมากกว่าเข้ามาบริหารประเทศชาติให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป มิใช่ดึงดันก่อม็อบให้บ้านเมืองวุ่นวายเพื่อผลประโยชน์ของตนอย่างที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กระทำ
ในการสมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน ใน รัฐเซาท์แคโรไลนา เพื่อสมัครเข้ารับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี ค.ศ. 2000 หรือ 8 ปีก่อนเหตุการณ์ข้างต้น นายแมคเคน เคยกระทำบางอย่างผิดพลาดที่ไม่กล้าแสดงจุดยืนในการคัดค้านการที่รัฐบาลท้องถิ่นยังคงใช้ธงสมาพันธรัฐ (Confederate Flag) ในสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดสีผิวและชูระบบทาส ด้วยเกรงจะกระทบคะแนนเสียงของตน ภายหลังเมื่อมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ ถึงเหตุการณ์วันนั้น นายแมคเคน ตอบว่า เขาไม่เพียงแต่ไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง แต่ได้ประพฤติตัวเช่นคนขลาด ที่เอาผลประโยชน์ของตนไว้เหนือชาติ เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า คนเราย่อมผิดพลาดได้ แต่เมื่อทำผิดแล้ว รู้สึกสำนึกและยอมรับอย่างกล้าหาญ ไม่แถไถไม่ปกปิด หรือโยนความผิดไปโทษผู้อื่น ก็นับว่าเป็นคนดี น่ายกย่องสรรเสริญ
นักการเมืองไทย และประชาชนไทย ถ้ามีจิตสำนึกเพื่อประเทศชาติอย่างนาย จอห์น แมคเคน ประเทศเราจะไม่ตกหล่มของความขัดแย้งภายในที่ไม่จบไม่สิ้นอย่างทุกวันนี้
รัฐบาลชุดปัจจุบัน จะดีไม่ดีเช่นไร หากใช้สายตาและจิตใจที่เป็นธรรมไปพิจารณา ก็จะมองเห็นทั้งที่ดี และที่ไม่ดี ทั้งที่พอยอมรับได้ และที่ไม่อาจยอมรับได้
เพียงแต่ปัญหาเร่งด่วนของประเทศเราทุกวันนี้ คือ จะสามัคคีกันก้าวผ่านวิกฤติโควิด - 19 ไปให้ได้อย่างไร เพื่อความอยู่รอดร่วมกันของประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่ปัญหาว่าจะต้องโค่นรัฐบาลชุดนี้ หรือไล่พลเอกประยุทธ์ออกไปให้ได้ในวันนี้
ทุกวันนี้ บุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่ระดับสูงสุด ลงไปจนถึงอาสาสมัคร อสม. ภายในหมู่บ้าน ต่างเสียสละและทำงานหนักมาอย่างยาวนานเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด - 19 โดยไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยเรียกร้องความเห็นใจ ขอเพียงให้คนไทยทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคและหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ไม่ประมาท ไม่สำส่อน และไม่เสเพลเท่านั้น
โดยเฉพาะนักการเมืองทั้งที่เป็นรัฐบาลและที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลยิ่งต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่าง และหากใช้เวทีรัฐสภาอย่างรู้กาลเทศะและสร้างสรรค์ หันมาสามัคคีร่วมมือกันแก้ไขวิกฤติโควิด -19 ตามหน้าที่ทางการบริหาร นิติบัญญัติและตามความรับผิดชอบในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนของตน นักการเมืองก็จะได้รับการยอมรับและชื่นชมจากประชาชน มากกว่าจะมาทะเลาะกัน หรือออกข่าวฟ้องกันไปฟ้องกันมา ซึ่งรังแต่จะสร้างความสมเพทผิดหวังให้กับประชาชน
ในภาคธุรกิจ SCGP ที่ผลิตเตียงกระดาษส่งไปหนุนช่วยโรงพยาบาลสนามโดยร่วมมือกับโลตัส เป็นกิจกรรมความร่วมมือของภาคธุรกิจที่น่าสรรเสริญ หากบรรดาเจ้าสัวและกลุ่มทุนผูกขาดทั้งหลายสามัคคีร่วมมือกันเช่นนี้ และทำให้มากกว่านี้ อย่าเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ หยิบยื่นอะไรให้กับแผ่นดินในยามที่กำลังเผชิญวิกฤติหนักเช่นนี้บ้าง เพราะนี่คือเวลาที่พวกท่านจะประกาศให้เพื่อนร่วมชาติรู้ว่า ท่านไม่ได้เอาแต่กอบโกยความร่ำรวยจากแผ่นดินนี้อย่างเดียว
เวลานี้ประเทศชาติต้องการความร่วมมือ ต้องการการลงมือทำ ต้องการเงิน ต้องการสิ่งของ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด -19 สังคมไทยจึงควรพุ่งเป้าไปที่เรื่องนี้เวลานี้ เรื่องอื่นขีดเส้นใต้พักไว้ชั่วคราวก่อน เพราะเหนือสิ่งอื่นใด “ประเทศชาติต้องมาก่อน”
ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส

ระยะสร้างรัก(BrandNewLandscape)
มือปืนเปิดปากครั้งแรก กองทัพไม่มีเอี่ยวยิงสส.
ขู่ล้างตระกูลคาเมเนอี ยิวจ้องสุมไฟ รอทรัมป์ไฟเขียวถล่ม
อดีต44สส.คอพาดเขียง ศาลฯรับฟ้อง แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เท้งโวยลั่นประกาศสู้ยันฎีกา
เปิดจอจ้อข่าว กระแสแรงทั่วไทยเดินหน้าจัดเต็มเสิร์ฟข่าวเพื่อแฟนเช้าเสาร์ อาทิตย์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี