วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
หลังจากที่ศาลอาญาออกหมายจับพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่นานนัก พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ก็ไปมอบตัว เพราะไม่อาจจะเลี่ยงเป็นอย่างอื่นได้แล้ว เมื่อมีหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับได้ทุกที่ จะหลีกเลี่ยงเหมือนหมายเรียกทั้ง 3 หมายไม่ได้อีกแล้ว
แค่หลีกเลี่ยงหมายเรียกที่ผ่านมา ในฐานะของผู้ที่เป็นนายตำรวจระดับ พล.ต.อ. เคยออกหมายเรียก เคยขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหามานักต่อนักแล้ว ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักมาแล้ว
ตอนที่หมายจับออกมา หลายคนก็จินตนาการไปต่าง ๆ นานา เป็นต้นว่า พนักงานสอบสวนจะใช้เวลาสอบสวนนานสักเท่าไร 5 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง แลัวระหว่างสอบสวนยังไม่เสร็จ จะให้ประกันตัวหรือไม่ จะต้องนำตัวไปขออำนาจฝากขังต่อศาลหรือไม่
ที่คิดไปอย่างนั้น ก็เพราะเห็นต่างฝ่ายต่างก็เล่นกันแรง ตอบโต้กันแรง เหมือนจะเอากันให้ตายไปข้างหนึ่ง
แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็เป็นปฏิบัติการ ค่อนข้างจะสุนทร ละมุนละไม
พนักงานสอบสวนใช้เวลาไม่นานสักเท่าไหร่ ก็ให้ประกันตัวไปในวงเงิน 1 แสนบาท ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีเวลาไปทำหน้าที่นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์นักข่าวถึงความบริสุทธิ์ และความพร้อมของการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปขอให้ศาลออกหมายจับเสียอีกต้องใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงเพื่อให้ศาลเชื่อว่า
1 คดีมีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า มีการกระทำความผิด
2 ผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงหมายเรียกของพนักงานสอบสวน
และ 3 คดีนี้เป็นอำนาจของศาลอาญา
การที่ศาลออกหมายจับ ก็แสดงว่า ที่ออกมาโต้แย้งว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจออกหมายเรียก (หรือแม้กระทั่งทราบว่าพนักงานสอบสวนไปขอหมายจับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ก็ส่งคำชี้แจงไปที่ศาลเพื่อคัดค้านการออกหมายจับ )
ที่ถกเถียงกันว่าคดีนี้ เป็นคดีเดียวกันกับคดีมินนี่ ก็ไม่ใช่ นี่เป็นคดีหนึ่งอีกต่างหาก และที่บอกว่าคดีจะต้องอยู่ที่ คณะกรรมการ ปปช. ก็ไม่ใช่อีก
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นอย่างไร ?
มีคนเป็นห่วงว่าจะเกิดความวินาศสันตะโรขึ้นกับสำนักงานตำรวจเสียละกระมัง เมื่อมีการกล่าวโทษนายตำรวจระดับเบิ้ม ๆ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ถูกออกหมายจับ
ผมก็ยังมีความเห็นเหมือนเดิม คือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ถูกต้อง มิใช่แก้ปัญหาอย่างที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตำรวจทำมา คือ ย้ายทั้ง 2 คน ทั้ง ผู้บัญชาการ และรองผู้บัญชาการ มาอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี (เป็นการชั่วคราว) แล้วให้ทุกอย่างจบ โดยตั้งคณะกรรมการอีกคณะมาสอบสวนข้อเท็จจริง
เรื่องของเรื่องคือ มีคดีเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องปล่อยให้คดีดำเนินต่อไป เพราะเส้นทางของคดีก็อยู่ที่การสอบสวน ถ้าพนักงาน ข้าราชการทำผิดก็ส่ง ปปช. ปปช.ทำเองหรือจะส่งมาให้ตำรวจ ส่งต่อให้อัยการ อัยการฟ้องหรือไม่ฟ้อง จนถึงศาล ซึ่งก็มีศาลชั้นต้น อุทธรณ์ กระทั่งถึง ฎีกา
จะมาเกี้ยเซี้ยกัน อย่างที่คิดว่า ถอนคู่ขัดแย้งมาอยู่ทำเนียบสักพักแล้วจบ
การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องถูกต้อง แต่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องยุติธรรมด้วย ทำไมฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาอยากให้เรื่องไป ปปช. ?
แน่ละ กฎหมายเขียนเอาไว้ เรื่องที่เจ้าพนักงานของรัฐ เรื่องที่ข้าราชการทำผิดอาญา เป็นอำนาจของ ปปช. สอบสวน กฎหมายแก้มาเป็นอย่างนี้ เพราะมีความเชื่อว่า หน่วยงานเดียวกัน สอบสวน แล้วจะช่วยกันเอง แต่ที่ไหนได้ ปปช. กลับกลายเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างจะอบอุ่นไว้วางใจได้สำหรับคนบางคน
อย่างน้อย ปปช. ก็ใช้เวลาสอบสวน 2 ปี สอบไม่ทันก็ขยายไปได้อีก 1 ปี ยังมีเวลาหายอกหายใจ
ปปช. ถูกตั้งข้อสงสัยว่า เป็นสถานที่ที่สร้างความอบอุ่น ให้ใครบางคน หรือบางกรณี เป็นต้นว่า ข้าราชการบางคนแจ้ง ปปช. ว่ายืมรถยนต์มาจากเพื่อน ปปช. ก็เลือกที่จะไม่เชื่อ แต่รัฐมนตรีบางคนยืมนาฬิกาหรูเพื่อนมาเป็นสิบ ๆ เรือน ปปช. ก็เชื่อ บางคนร่ำรวยมาเพราะได้ค่านายหน้าขายพระเครื่องเป็นสิบล้านบาท ปปช. ก็เชื่อ ทั้งที่คนจ่ายค่านายหน้าที่ว่านั้นเป็นคนซื้อพระเครื่อง ไม่ใช่คนขาย
ทำเอาวงการพระเครื่องงงเป็นไก่ตาแตก ก็ตาม
เรื่องอย่างนี้ประชาชนยังคาใจ ปปช. อยู่
คดีที่ตำรวจขอเอากลับมาทำซึ่ง ปปช.จะส่งมาให้ตำรวจทำก็ได้ ปปช.ก็มีมติว่าจะทำเอง ทั้ง ๆ ที่ ปปช. เองก็รู้ว่า มีคดี ที่ ปปช. หมักดองไว้เยอะแยะ
นี่จะไม่ให้ประชาชนคลางแคลงใจ ทั้งตำรวจ ทั้ง ปปช. ได้อย่างไร ว่า พวกท่านทั้งหลายกำลังทำอะไรกัน
เกรงใจประชาชนบ้างไหม ?
ถ้ายังมีความเกรงใจอยู่บ้าง ก็ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ยึดหลักยุติธรรม คุณธรรม ประโยชน์ของชาติ และประชน
สำเริง คำพะอุ

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง
เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน
ณัฐวุฒิ เหน็บแรง! บอกถึงพรรคส้มชนะ ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุติดล็อก 44 สส. โดนเล่นเรื่องแก้ รธน.
‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT
อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี