วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
อาจเป็นได้ว่า ที่มาของกฏหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 370 ของอินเดีย เพราะมีการตกลงกันระหว่างรัฐบาลอินเดีย กับ มหาราชาฮารี ซิงห์ เอาไว้ในสัญญาตอนแคชเมียร์เข้าร่วมกับอินเดีย ที่เรียกว่า INSTRUMENT OF ACCESSION ที่ระบุว่า
รัฐจามมูและแคชเมียร์จะต้องไม่ถูกบังคับให้ยอมรับกฎหมายรัฐธรรมนูญของอินเดียในอนาคต
และรัฐจามมูแคชเมียร์ มีสิทธิในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญของตนเอง และ รัฐจามมูและแคชเมียร์มีสิทธิในการตัดสินใจว่า รัฐจามมูและแคชเมียร์ จะสามารถเลือกที่จะมอบอำนาจใดๆให้เป็นอำนาจของรัฐบาลกลางก็ได้

(มหาราชา ฮารี ซิงห์ - ภาพจากวิกิพีเดีย)
เป็นสิ่งที่รัฐบาลอินเดียยอมอ่อนข้อให้แก่รัฐจามมูแคชเมียรโดยเฉพาะ เพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง เช่น ความสงบในดินแดนดังกล่าว หรือผลประโยชน์ส่วนตัวของใครบางคนก็ได้ ไม่มีใครรู้
หลังจากมาตรา 370 บังคับใช้ ชาวอินเดียส่วนใหญ่ดูเหมือนจะไม่มีปฎิกิริยาใดๆต่อกฎหมายฉบับนี้ ราวกับว่า พวกเขาไม่ได้อ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญหรืออย่างไร
หรือพวกเขามองไม่ออกว่ามาตรา 370 จะทำให้ชาวอินเดียโดยเฉพาะชาวฮินดูสูญเสียสิทธิของตนเองไปอย่างมาก
แต่ก็มีอย่างน้อย 1 คน ที่มีจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพียงแต่แทบจะไม่มีใครรู้จักชื่อของเขาเลย เพราะถูกอำนาจมืดปกปิดเอาไว้กว่า 70 ปี

(ชามา ปราสาท มุคเฮอร์จี- ภาพจากวิกิพีเดีย)
คนผู้นี้คือ ชามา ปราสาท มุคเฮอร์จี (SYAMA PRASAD MUKHERJEE) ผู้สร้างปณิธานของตนเองที่กลายเป็นคำขวัญของชาวอินเดียในยุคนี้ และ ของพรรคภารติยะ ชันตะ ด้วย
คำขวัญของเขาก็คือ “อินเดียเดียว ชาติเดียว” (ONE INDIA , ONE NATION)
เขาเป็นบุคคลคุณภาพของอินเดียอย่างแท้จริง เกิดในรัฐเบงกอล ขณะที่อายุเพียง 33 ปี เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยกัลกัตตา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย
หากใครเคยอ่านหนังสือที่เนห์รูเขียน 2 เล่มคือ GLIMPSES OF WORLD HISTORY และ THE DISCOVERY OF INDIA ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของเขาอย่างยิ่ง แต่ว่ากันว่า ความเชี่ยวชาญในภาษาอังกฤษของมุคเฮอร์จี เหนือว่าของเนห์รูด้วยซ้ำ

(หนังสือที่เนห์รู เขียน)
ในปี 1929 เขาเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มการเมืองที่เรียกว่า อินเดียน เนชั่นนัล คองเกรส (INDIAN NATIONA CONGRESS) เพื่อเป็นตัวแทนรับเลือกตั้งเพื่อชิงตำแหน่งสมาชิกสภาของรัฐเบงกอล และได้รับเลือกด้วย
ต้องเข้าใจบริบทของอินเดียในยุคนั้นก่อนว่า ช่วงก่อนอินเดียได้รับอิสรภาพนั้น คองเกรสมีสถานะเหมือนกลุ่มการเมืองของชาวอินเดียผู้รักชาติ และ เป็นช่องทางการเข้าสู่วงการเมือง เพราะในขณะนั้น อินเดียมีกลุ่มการเมืองอีกกลุ่มหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นมาในปี 1925 คือ กลุ่มการเมืองนิยมคอมมิวนิสต์
แต่ในปีถัดมา เขาก็ลาออกจากการเป็นสมาชิกของคองเกรส เมื่อกลุ่มคองเกรสตัดสินใจที่จะบอยคอตต่อสภาแห่งเบงกอล
ไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการถึงสาเหตุของการลาออกจากกลุ่มคองเกรส ที่มีมหาตะมะ คานธี และ เนห์รู เป็นผู้ทรงอิทธิพลในกลุ่ม แต่หลักฐานในภายหลังระบุว่า มุคเฮอร์จี น่าจะเห็นความไม่ชอบมาพากลของ คานธี และ เนห์รู ในการนำพากลุ่ม
จะว่าไป คานธี และ เนห์รู ก็คือเผด็จการในกลุ่มคองเกรสนั่นเอง
คานธี และ เนห์รู เป็นเผด็จการอย่างไร และ มุคเฮอร์จี เป็นใคร รออ่านในสัปดาห์หน้าครับ
พบกับโปรแกรม เจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน ของฤดูกาลปลายปีนี้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นต้นไป บรรยายชมโดยผู้เชียวชาญอียิปต์ และเป็นผู้เขียนหนังสือไกด์บุ๊ค 4 เล่ม รวมถึงไกด์บุ๊ค “อียิปต์-กรีซ-ตุรกี” สอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498


ปวีณาลุยตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง ขอโอกาสกล้าธรรมเข้าสภาฯ
ไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ ตั๊น จิตภัสร์ เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
ด่วน!หมายจับนักการเมืองดังอีสาน พบเป็นนายทุนใหญ่เครือข่ายเว็บพนัน ตร.ไซเบอร์ จ่อแถลงพรุ่งนี้
ระดับโลกของจริง ลิซ่า เปิดแคมเปญแรกกับ NikeSKIMS ลุคนี้ละสายตาไม่ได้
อดีตเทศกิจปืนดุ ชวดประกันนอนคุก คดียิงวินจยย.รับจ้างดับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี