วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ
หลังการสิ้นพระชนม์ของฟาโรห์ อัคเคนนาเตน หรือ อาเมนโฮเทป ที่ 4 ผู้อื้อฉาว ผลกระทบในเรื่องความมั่นคงยังไม่จบเพียงแค่นั้น
เนื่องจากไม่มีบันทึกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร จึงไม่อาจยืนยันสถานการณ์ได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นอย่างไร แต่จากหลักฐานที่เป็นวัตถุโบราณที่จัดแสดงอยู่ในพิพิทภัณฑ์ไคโร หรือ พิพิทภัณฑ์เก่าของไคโร เราสามารถคาดเดาเหตุการณ์ในวันนั้นให้เป็นภาพได้พอสมควร
.jpg)
(ห้องพิเศษที่มีขนาดไม่ใหญ๋มาก ถูกจัดเป็นส่วนเฉพาะของฟาโรห์อัคเคนนาเตน-ภาพโดยผู้เขียน)
ในห้องจัดแสดงห้องพิเศษห้องหนึ่งที่อุทิศให้แก่อัคเคนนาเตนโดยเฉพาะ มีทั้งรูปสลักที่เป็นหินหลายรูปแสดงอยู่ และที่เด่นก็คือ โลงศพของอัคเคนนาเตน เป็นรูปร่างมนุษย์ทำด้วยไม้ เคลือบด้วยแผ่นทองคำบางส่วน และ ประดับด้วยอัญมณีหลากชนิดจำนวนมาก
รวมทั้งโลงศพของฟาโรห์อัคเคนนาเตน ที่มีสองชิ้นคือ ส่วนของโลงศพที่บรรจุมัมมี และอีกส่วนก็คือ ฝาโลงที่ใช้ครอบโลงศพ
ทั้งสองชิ้นทำด้วยไม้
.jpg)
(โลงศพที่บูรณะขึ้นมาจากโครงโลหะที่อยู่รอบนอกเป็นตัวต้นแบบ-ภาพโดยผู้เขียน)
น่าเสียดายว่า โลงศพส่วนที่บรรจุมัมมี่คงจะผุพังย่อยสลายจนหายไปหมด จะเหลือก็แต่เพียงโครงสร้างที่ประดับเปลือกด้านนอกโลงที่ทำด้วยโลหะที่ยังคงสภาพเดิมอยู่ ซึ่งโค้งมนตามรูปของโลงศพที่โลหะดังกล่าวเคยเกาะติดอยู่
นักโบราณคดีจึงเอาโครงโลหะที่ประดับภายนอก เอามาขึ้นรูปใหม่ด้วยพลาสติคใสจนสามารถจินตนาการเห็นภาพโลงศพดั้งเดิมได้ เป็นบูรณะวัตถุโบราณที่น่าทึ่งมากชิ้นหนึ่งครับ
ที่วางแสดงอยู่ข้างๆก็คือ ส่วนที่เป็นฝาโลงศพ ที่ยังคงรักษาสภาพไม้เอาไว้ได้ดีพอสมควร รวมทั้งแผ่นทองคำและอัญมณีหลายชนิดที่ประดับอยู่ มีที่เสียหายไปเป็นบางส่วน คือ ส่วนทองคำที่ปิดใบหน้า และส่วนที่เป็น “คาทูช” พระนามของฟาโรห์อัคเคนนาเตน
.jpg)
(คาทูช พระนามของฟาโรห์ รามเซส ที่ 4 - ภาพโดยผู้เขียน)
คาทูช (CARTOUCHE) ก็หมายถึง วงรีที่มีด้านหนึ่งเป็นเส้นตรงปิดอยู่ ทำให้มีลักษณะคล้ายลูกปืน จึงเรียกว่า คาทูช ตามภาษาฝรั่งเศสที่ใช้เรียก กระสุนปืน ในสมัยอียิปต์โบราณจะใช้สำหรับใส่ประนามของฟาโรห์ เท่านั้น
ความเสียหายทั้งสองส่วน คือ ใบหน้า และ คาทูช นั้น นักโบราณคดีอียิปต์เชื่อว่า เป็นความตั้งใจที่จะทำลายโดยผู้ที่มีความรู้สึกเคียดแค้นอย่างเต็มที่ต่ออัคเคนนาเตน
แต่ทำไมต้องทำลายเฉพาะสองส่วนนี้
ตามความเชื่อของอียิปต์โบราณ ความหวังสูงสุดของฟาโรห์หลังจากตัวเองได้ตายไปแล้วก็คือ การได้เดินทางไปพบ และ อาศัยอยู่กับเทพเจ้าโอไซริส ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโลกหน้า เป็นการดำรงอยู่ที่เป็นนิรันดร์
แต่การเดินทางไปพบกับเทพโอไซริสได้นั้น ผู้ตายจะต้องใช้ร่างกายของตัวเอง ซึ่งก็คือ มัมมี่ เป็นพาหนะในการเดินทางไปภพหน้า
แต่มัมมี่จะเดินทางไปเพียงลำพังไม่ได้ จะต้องมีวิญญาณของผู้ตายซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า มัมมี่ เป็นร่างของใครร่วมเดินทางไปด้วย
ผมว่า ผมชักจะเหมือนหมอผีอียิปต์เข้าไปทุกทีแล้ว
สัปดาห์หน้าจะพูดถึงวิธีการทำลายศัตรูแบบไม่ให้ไปผุดไปเกิดของชาวอียิปต์โบราณครับ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

ทวงคืนปืนใหญ่ซิงกอร่า! บรรจง นะแส จี้รัฐบาลประสานอังกฤษ นำกลับสู่สงขลา
ไทยพบดับ 3 ราย ไข้กาฬหลังแอ่น รัฐสั่งจับตาใกล้ชิดหลังระบาดในยุโรป
ถอยตอนนี้...มีเกียรติพอไหม? นันทิวัฒน์ จับตา ทรัมป์ จะหยุดแค่นี้หรือไปต่อ
ประวัติศาสตร์จารึก!'รอนนี่'แทงแต้มมากสุดสนุกเกอร์โลก
‘ปืนvsเรือ’ชิงเจ้าลีกคัพ ถ้วยแรกที่สำคัญกว่าถ้วยสุดท้าย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี