วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ
ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องวิธีการล้างแค้นแบบไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดของฟาโรห์องค์หลังที่กระทำต่อฟาโรห์องค์ก่อน ต้องเข้าใจแนวคิดในเรื่องชีวิตหลังความตายของอียิปต์โบราณเสียก่อน
ชาวอียิปต์โบราณเชื่อกันว่า ชีวิตในโลกปัจจุบันนั้นไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะฟาโรห์ ซึ่งเชื่อกันว่า ฟาโรห์ถูกส่งลงมาสู่โลกนี้ด้วยประสงค์ของเทพเจ้า เพื่อให้มาสร้างประโยชน์แก่แผ่นดินอียิปต์จนกว่าจะตาย
หลังจากนั้นก็จะต้องเดินทางกลับไปหาเทพเจ้าเพื่อรายงานผลงานที่ได้กระทำในโลกมนุษย์
วิธีการเดินทางไปพบเทพเจ้าในปรโลก หรือ โลกหน้านั้น มีรายละเอียด และขั้นตอนมากมาย ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ น่าจะบัญญัติขึ้นโดยบรรดานักบวชระดับสูงของศาสนาอียิปต์โบราณ
เริ่มตั้งแต่การต้องรักษาร่างกายของผู้ตายเอาไว้ เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปสู่โลกหน้า วิธีการในการรักษาร่างกายก็คือ การทำมัมมี่ เพื่อไม่ให้ร่างกายเน่าเปื่อยผุพัง และ ย่อยสลายลงไปในดิน
มัมมี่ก็คือ ตัวตนที่ระบุถึงการการเป็นบุคคลนั้นๆ เช่น เป็นฟาโรห์อัคเคนนาเตน เป็นต้น
.jpg)
(วิญญาณของผู้ตายจะปรากฎอยู่ในรูปของนก ที่มีใบหน้าเป็นของผู้ตาย-ภาพจากวิกิพีเดีย)
ในตัวของมัมมี่ จะมีวิญญาณของผู้ตายอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ วิญญาณที่จะสิงสถิตอยู่กับร่างมัมมี่ เพื่อบอกถึงตัวตนของคนๆนั้น และวิญญาณอีกชนิดหนึ่ง จะเป็นวิญญาณที่สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้ด้วยปีกของมัน ทั้งนี้เพื่อว่าวิญญาณจะสามารถโบยบินไปหากินได้ เพื่อประทังร่างกายของมัมมี่ให้คงสถานะอยู่ได้
เพราะหากปราศจากอาหารแล้ว มัมมี่ก็ไม่อาจจะดำรงอยู่ได้
คิดเหมือนมนุษย์ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เลยทีเดียว
วิญญาณทั้งสองชนิดจะรู้จัก และจดจำมัมมี่ของตัวเองได้จาก “ตัวมัมมี่” และจากตัวหนังสือเฮียโรกลิฟ ที่จารึกเอาไว้บนโลงศพ หรือ บนผ้าห่อมัมมี่
ปราศจากตัวหนังสือเฮียโรกลิฟแล้ว วิญญาณก็จะเป็นเหมือน สัมภเวสี หรือ วิญญาณเร่ร่อนที่ไม่อาจหาที่เกิดได้ หรือ ผู้ตายจะไม่สามารถเดินทางไปพบกับเทพเจ้าโอไซริส ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโลกหน้าได้
ซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนาของชาวอียิปต์โบราณหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นกับโลงศพของฟาโรห์ อาเมนโฮเทป ที่ 4 หรือ ฟาโรห์อัคเคนนาเตน เมื่อประมาณ 3,300 กว่าปีเศษที่แล้วนั้น ช่างน่าสยอดสยองอย่างยิ่ง
สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่มีอำนาจต่อจาก ฟาโรห์อัคเคนนาเตน ได้กระทำการที่ชาวอียิปต์โบราณถือว่า โหดเหี้ยมที่สุด
.jpg)
(โลงศพของอัคเคนนาเตน ใบหน้าที่หุ้มด้วยแผ่นทองถูกทำลาย-ภาพโดยผู้เขียน)
ด้วยการแกะหน้ากากของอัคเคนนาเตน ที่อยู่บนฝาโลงศพออกไป แค่นั้นยังไม่พอ ยังได้แกะพระนามของ อัคเคนนาเตน ที่อยู่ตรงประมาณหน้าอกของส่วนโลงศพออกไปด้วย
การทำลายทั้งสองส่วน เห็นได้อย่างชัดเจนว่าจงใจจะทำลายด้วยเป้าประสงค์ที่จะให้ฟาโรห์อัคเคนนาเตน หมดโอกาสที่จะไปพบกับเทพโอไซริสในภพหน้า
ยังไม่รวมกับส่วนของโลงศพที่เสียหายไป ซึ่งไม่มีข้อมูลระบุว่า เสียหายไปด้วยเหตุของการผุพังตามธรรมชาติ หรือ การจงใจทำลาย
.jpg)
(ตุตันคาเมน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการค้นพบสุสาน ที่มีหน้ากากทองคำอยู่ด้วย-ภาพโดยผู้เขียน)
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น ผลกระทบยังต่อเนื่องมาจนถึงโอรสของอัคเคนนาเตนด้วย ซึ่งผมจะได้เล่าให้ฟังในตอนต่อๆไปครับ
สวัสดีครับ

เฟอร์รี่ ณัฏฐณิชา แจ้งเกิดเต็มตัว รับบท มาลา ในซีรีส์ เรื่องเล่าอาจารย์ยอด ตอน นารีผล
หนุ่มแท่ง อารามทัวร์ ทัวร์ไกลถึงชัยนาท เปิดพิกัดวัดดังและร้านลับห้ามพลาด
รัฐบาลแจงร่างกฎหมาย‘ธุรกิจต่างด้าว’ไม่ใช่ปล่อยเสรี ย้ำคุมเข้มทุกกิจการสำคัญ
เผยโฉม ลูกสาว พระเอกกล้ามโต เด่นคุณ งามเนตร คลั่งรักไม่ไหวแล้ว
LANDOKMAI ปล่อย เดิมเดิม (Once) ซิงเกิลแทนใจคนเหงาที่อยากพาคนเก่ากลับมาในฤดูฝนนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี