วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
“การเกา” เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อการคันหรือการระคายเคืองผิวหนัง เมื่อสุนัข “คัน” เขาก็จะ “เกา” เพื่อลดความระคายเคืองที่ผิวหนังส่วนนั้น เมื่อเกาแล้วไม่หายคัน สัตว์เลี้ยงก็จะเการุนแรงขึ้น ซึ่งก็จะทำให้เกิดปัญหาการถลอกของผิวหนัง และส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้
ข้อมูลของสัตว์เลี้ยงเรื่องปัญหาโรคผิวหนังที่เจ้าของควรเตรียมเพื่อสื่อสารกับคุณหมอนั้น นอกจากจะมีแค่ “สุนัขคัน” หรือ “สุนัขขนร่วง” แล้ว ควรเตรียมข้อมูลประกอบอื่นๆ เพื่อประโยชน์ในการรักษาด้วย เช่น สุนัขมีอาการมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เกาส่วนไหนของร่ายกายเป็นส่วนใหญ่ สุนัขได้ไปสัมผัสกับสารที่ก่อการแพ้บ้างหรือไม่ ได้ใช้ยาอะไรรักษามาบ้างแล้ว สุนัขตัวอื่นที่เลี้ยงด้วยมีอาการเช่นเดียวกันหรือไม่ ฯลฯ นอกจากนี้อาจมีเจ้าของบางท่านรายที่ไม่บอกความจริงกับหมอ เพราะกลัวจะถูกตำหนิว่าไม่ได้พามารักษาแต่เนิ่นๆ ซึ่งประวัติการป่วยที่ไม่ตรงนี้ อาจทำให้การวินิจฉัยผิดพลาดได้ นอกจากข้อมูลจากประวัติการเจ็บป่วยแล้ว สัตวแพทย์มักจะทำการตรวจร่างกายสุนัขอย่างละเอียด และใช้การตรวจทางห้องปฎิบัติการอื่นๆ เช่นการขูดผิวหนัง การย้อมสี การตรวจเลือด การเพาะเชื้อจากผิวหนังมาประกอบการวินิจฉัยร่วมด้วย
เนื่องจากปัญหาโรคผิวหนังในสุนัขและแมวนั้น มาจากสาเหตุที่หลากหลาย การรักษาก็จะมีความแตกต่างกัน ไม่สามารถที่จะใช้ “ยาขนานเดียวกัน” รักษาได้หมดทุกโรค ดังนั้นการได้ข้อมูลอย่างละเอียดจากผู้ใกล้ชิดจะช่วยให้คุณหมอทำการวินิจฉัยและรักษาได้ตรงจุด
เราจะสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคผิวหนังได้อย่างไร
อาการของโรคผิวหนังที่ชัดเจนที่สุด ก็คือ อาการคัน (การระคายเคือง) เมื่อสุนัขคัน การแสดงออกของเขาไม่ได้มีแค่เอามือ/เท้า (ขาหน้า/ขาหลัง) เกาเหมือนในคนเท่านั้นครับ ยังมีในรูปแบบอื่นๆ เช่นเอาอวัยวะที่คันไปถูกับผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน การเลียหรือการใช้ฟันกัดหรือแทะตำแหน่งที่คัน ซึ่งระดับของการคันก็มีแตกต่างกัน ซึ่งอาจมีตั้งแต่คันเล็กน้อยแค่บางตำแหน่งของร่างกาย จนถึงมีอาการคันมากจนกัดแทะตัวเองจนผิวหนังเป็นแผลทั้งตัวก็ได้
ดังนั้น เจ้าของควรสังเกต “ความถี่และความรุนแรงของการเกา” แล้วช่วยประเมินเป็นระดับคะแนน 1-10 เพื่อจะได้ทำความเข้าใจให้ตรงกับสัตวแพทย์ และเพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบผลการรักษา เมื่อได้เริ่มทำการรักษาไปแล้วด้วย ว่า “ดีขึ้นหรือแย่ลง” อย่างไรบ้าง ซึ่งจะแสดงถึงผลของการตอบสนองต่อการรักษาครับ
เรียนว่า การที่สัตว์เกา ถู เลีย หรือแทะตัวเองนั้น เป็นการกระทำเพื่อลดการระคายเคืองผิวหนัง บรรเทาอาการหงุดหงิด ความไม่สบายตัว และยังเป็นกลไกในการป้องกันตัวเองในการขจัดสิ่งแปลกปลอม เช่นปรสิตภายนอก หรือสิ่งที่เป็นพิษที่มาสัมผัสให้ออกไปจากร่างกายอีกด้วยครับ ดังนั้นเราต้องหาสาเหคุที่ทำให้เกิดการระคายเคืองนั้นและกำจัดหรือรักษาให้ตรงจุดครับ เพราะสาเหตุของการคันไม่ได้มาจากการเป็นขี้เรื้อนเสมอไป (เหมือนที่เจ้าของหลายคนมักจะสรุปไปแบบนั้น)
ในสัปดาห์หน้า เราจะมาทำความรู้จักสาเหตุของการคันผิวหนังอย่างจริงจังกันครับ
หมอโอห์ม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ และ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อย่าปล่อยให้เสียงสูญเปล่า หมอแล็บฯ เตือน ลงทะเบียนประชามตินอกเขต วันสุดท้าย
แชมป์เก่าแกะสลักหิมะนานาชาติ อาชีวะอุบลฯ สู้ไม่ถอยพบอุปสรรคใต้เงาหิมะ
เรืองไกร ร้อง กกต. วินิจฉัยการสมัครของ เท่าพิภพ เหตุ บุญฤทธิ์ ลาออกจากสมาชิกพรรค ยังไม่สมบรูณ์
'ตรีนุช 'ยัน'ลุงป้อม'ยังเป็นลมใต้ปีก โชว์กึ๋นแนวคิดสร้างรั้วตะเข็บชายแดนตั้งแต่เป็นทหารยศพันเอก
‘กรมพัฒน์ฯ’จ่อยกเลิกบริการข้อมูลนิติบุคคล‘รูปแบบกระดาษ’หน่วยงานรัฐ เดินหน้าสู่รัฐบาลดิจิทัล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี