546.jpg
สกู๊ปแนวหน้า : ‘เหลื่อมล้ำ-ปากท้อง-สองวัย’  ภาระใหญ่รัฐบาลหลังเลือกตั้ง

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เหลื่อมล้ำ-ปากท้อง-สองวัย’ ภาระใหญ่รัฐบาลหลังเลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับ “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)” เมื่อ 24 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศผลการเลือกตั้งทั้งหมดอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าระหว่าง “พรรคพลังประชารัฐ - พรรคเพื่อไทย” อันเป็น 2 พรรคที่ได้ที่นั่ง สส. ในสภามากกว่าพรรคอื่นๆ ที่เหลือ “ฝ่ายใดจะได้จัดตั้งรัฐบาล?” ทั้งนี้การเลือกตั้ง สส. ครั้งแรกอย่างเป็นทางการในรอบ 8 ปี หากนับจากเมื่อปี 2554 “นโยบายเศรษฐกิจ - ปากท้อง” เป็นเรื่องที่ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาแก้ไขเป็นลำดับแรก

นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในงานเสวนา “เดินหน้าเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง”ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) ว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังเกิดขึ้นเชื่อว่าเบื้องหลังคงมีการ “วิ่งเต้น” กันอุตลุดเพื่อรวบรวมเสียงสส. ให้เพียงพอ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะ “รัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบมาให้มีรัฐบาลผสมหลายพรรค” ทั้งนี้รัฐบาลจะมีเสถียรภาพ ต้องได้ สส. อย่างน้อย 270 - 280 ที่นั่งขึ้นไป จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง ในสภาผู้แทนราษฎร


“ถ้าตามสูตรคำนวณของคุณวิโรจน์ (วิโรจน์ ณ ระนอง - นักวิชาการ TDRI) ที่เผยแพร่บนเฟซบุ๊คของแก ฝ่ายพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรจะได้ 252 เสียง แต่คงจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ยกเว้นจะได้รับเสียงจาก สว. (สมาชิกวุฒิสภา) ซึ่งผมก็เรียกว่างูเห่าเช่นกัน 144 เสียง มันต้องมีงูเห่าทั้ง 2 ข้าง ไม่เช่นนั้นจัดตั้งรัฐบาลลำบาก และแม้จะได้ สว. ก็ไม่มีเสถียรภาพ ยกเว้นพรรคภูมิใจไทย 52 เสียง ชาติไทยพัฒนา 10 เสียง ชาติพัฒนา 3 เสียง มาร่วมตั้งรัฐบาล” นักวิชาการเกียรติคุณ TDRI ระบุ

แต่ถึงพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรที่เรียกตนเองว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะตั้งรัฐบาลได้ การบริหารก็คงไม่ราบรื่นอยู่ดี นิพนธ์มองว่า “พรรคอนาคตใหม่” ที่มี สส. ถึง 87 ที่นั่ง “อาจไม่ยกมือโหวตให้กฎหมายบางฉบับที่ส่อเค้าไปในทางทุจริต” เพราะถ้าหากย้อนไปในอดีต เคยมีกรณี “ส.ป.ก. 4-01” ที่ทำให้รัฐบาลซึ่งนำโดย “พรรคประชาธิปัตย์” ต้องประกาศ “ยุบสภา” มาแล้ว เพราะพันธมิตรอย่าง “พรรคพลังธรรม” 
มีมติงดออกเสียง

อีกด้านหนึ่ง “หากพรรคพลังประชารัฐรวมพรรคอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับพรรคเพื่อไทย ก็น่าจะได้ราว 248 เสียง ยังไม่ถึงครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร สุดท้ายแล้วก็ต้องไปหางูเห่าในพันธมิตรพรรคเพื่อไทยอยู่ดี” ไม่เช่นนั้นย่อมไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายใดๆ ในสภาได้ “แต่ถ้าทั้ง 2 ขั้วไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ รัฐบาลทหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็จะบริหารประเทศต่อไป” ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีการจำกัดเวลาไว้หรือไม่

คำถามต่อมา “สมมุติหากรัฐบาลมีเสถียรภาพแล้ว..ขั้นต่อไปจะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุนได้อย่างไร?” นักวิชาการเกียรติคุณ TDRI กล่าวต่อไปว่าอยู่ที่ตัวแปร 1.โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) รัฐบาลชุดใหม่จะสานต่อหรือไม่? เช่น กรณีพรรคเพื่อไทยระบุว่าจะทบทวน ขอให้เป็นการทบทวนในเรื่องความคุ้มค่า ความโปร่งใสและเป็นธรรมในบางโครงการ อย่าทบทวนเพียงเพราะเป็นประเด็นทางการเมือง

2.บูรณาการนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องนี้น่าเป็นห่วงเพราะในอดีตกระทรวงไหนจะไปทางใดก็ขึ้นอยู่กับว่าพรรคไหนได้คุมกระทรวงนั้น เช่น หากพรรคพลังประชารัฐได้จัดตั้งรัฐบาล โดยมี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นพรรคร่วม “นโยบายทำกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ” จะได้รับการส่งเสริมหรือไม่? หากทำได้ประชาชนจะทึ่งและเกิดความเชื่อมั่นในรัฐบาลนั้น

3.สร้างโอกาสให้ทุกคนได้ทำมาหากิน เพราะที่ผ่านมามีปัญหาด้านความเป็นธรรมอย่างมากตั้งแต่ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพฯ ผู้ประกอบอาชีพชาวประมง ไปจนถึงบริษัทที่ประมูลโครงการของรัฐ และ 4.อย่าปล่อยให้บุคคลทั้งที่มีตำแหน่งและไม่มีตำแหน่งแต่มีอิทธิพลทางการเมืองกระทำการทุจริต ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย โดยเฉพาะ “การตั้งบุคคลเบื้องหน้าฉาก (นอมินี) ขึ้นมากระทำการแทน เพื่ออำพรางผลประโยชน์จากการทุจริตที่คนหลังฉากได้รับ” เรื่องนี้จะป้องกันและแก้ไขอย่างไร?

เมื่อกล่าวถึงการดำเนินนโยบาย นิพนธ์ให้ความเห็นว่า “กรณีเป็นนโยบายประชานิยม - สวัสดิการสังคม รัฐบาลต้องคัดเลือกมาใช้เฉพาะนโยบายที่สำคัญ เป็นมาตรฐานขั้นต่ำและมีเงินเพียงพอ เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนี้สิน” ขณะที่ปัญหา “ความเหลื่อมล้ำ” สังคมไทยมี 2 ส่วน คือ “คนจนสุดร้อยละ 5 กับคนรวยสุดร้อยละ 1”ประเด็นนี้ตั้งข้อสังเกตว่า “พรรคการเมืองส่วนใหญ่มีนโยบายช่วยคนจนข้างล่าง แต่แทบไม่เห็นการแตะคนรวยข้างบน” เท่าที่พบมีเพียงพรรคอนาคตใหม่เท่านั้น

“ถ้าเอาคนไทยมาแบ่งเป็น 100 กลุ่ม 5 กลุ่ม จนที่สุดรายได้เขาเพิ่มขึ้นน้อยกว่าค่าเฉลี่ย คือติดลบ ส่วนคนตรงกลางที่อยู่ข้างล่างรายได้เพิ่มสูงกว่าคนตรงกลางที่อยู่ข้างบน ซึ่งดีเพราะทำให้การกระจายรายได้เริ่มแคบเข้ามา ความเหลื่อมล้ำเริ่มแคบเข้ามา แต่ปัญหาใหญ่คือคนรวย โอ้โห! รวยมโหฬาร จะแก้ปัญหาอย่างไรที่ไม่ใช้วิธีการที่รุนแรงและก่อให้เกิดความขัดแย้ง นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล” นิพนธ์ กล่าว

นิพนธ์ ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่อง “2 นคราประชาธิปไตย” เดิมทฤษฎีดังกล่าวซึ่งถูกเสนอโดย ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ในช่วงทศวรรษ 2530s ว่าสังคมไทยมีความขัดแย้งทางความคิดระหว่างคน 2 กลุ่ม คือคนในชนบทที่เป็นผู้ตั้งรัฐบาล กับคนในเมืองเป็นผู้ล้มรัฐบาล แต่ปัจจุบันความขัดแย้งได้เปลี่ยนไป กล่าวคือ วันนี้สามารถแบ่งฐานเสียงทางการเมืองในสังคมไทยได้ 3 กลุ่ม1.กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่เลือกพรรคเพื่อไทย 2.กลุ่มผู้สูงวัยอนุรักษ์นิยม ที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ และ 3.กลุ่มคนหนุ่มสาว ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่

“ในอนาคตกลุ่ม 2 และ 3 จะทวีความสำคัญมากขึ้น” เห็นได้จากปรากฏการณ์พรรคพลังประชารัฐที่ได้คะแนนมหาศาลจนน่าทึ่ง “ผู้สูงวัยกับคนรุ่นใหม่มีแนวคิดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง” เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจด้วยเพราะ “สังคมที่ชราภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวเพราะผู้สูงอายุไม่มีความรู้ใหม่ๆ” ทั้งนี้มีข้อค้นพบว่า “องค์กรใดที่พนักงานอายุเฉลี่ยมาก ค่าจ้างเฉลี่ยทั้งองค์กรจะน้อย” คนหนุ่มสาวจึงพลอยรับชะตากรรมนั้นไปด้วย

ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้คนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุจะได้ประโยชน์จากนโยบายเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ..นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทุกพรรคการเมืองต้องคิด!!!

[email protected]

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top