วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 16 พฤษภาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองและบทบาทที่น่าจับตามองของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ภายหลังได้รับการปล่อยตัวพักโทษ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "ทักษิณ: เลี้ยงหลานในความหมายทางการเมือง จากการวิเคราะห์ของสื่อต่างประเทศ #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
นักวิเคราะห์ต่างประเทศต่างเห็นไปในทางเดียวกันว่า อิทธิพลของทักษิณลดลงมากแล้ว เพราะพรรคเพื่อไทยตกเป็นพรรคอันดับสามในเลือกตั้งต้นปี 2569 และอยู่ในรัฐบาลผสมที่มีภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จึงต้อง “ลดเพดานบิน” และระวังตัว และแม้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่เขายังเป็นศูนย์ถ่วงทางการเมืองของเพื่อไทย และมีแนวโน้มขยับในบท “ผู้อยู่หลังฉาก” มากกว่าจะหายไปจากเวที ในตอนนี้ไม่ใช่ “ทักษิณวางมือแล้ว” และไม่ใช่ “ทักษิณกลับมาคุมเกมแล้ว” แต่คือ “ช่วงพักโทษนี้คือการลดบทบาทหน้าเวทีเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่ศักยภาพแบบหลังม่านยังอยู่“ กรมคุมประพฤติระบุว่าเจ้าหน้าที่ติด กำไล EM ทันที หลังปล่อยตัว ให้ไปรายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติในพื้นและเงื่อนไขที่ประกาศต่อสาธารณะ 11 ข้อ ในทางปฏิบัติ สถานะ “พักโทษ” จึงไม่ใช่ “พ้นโทษ“ ในบทความแนววิเคราะห์ของสื่อหลังปล่อยตัวใช้ภาษาชัดเจนมากว่า ทักษิณยังเป็น “centre of gravity” (จุดศูนย์กลางของอำนาจของพรรคเพื่อไทย) หรือ “spiritual leader” (เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของเครือข่าย) และทางที่เป็นไปได้ที่สุดคือบทบาทแบบ “behind-the-scenes director” คือถอยจากหน้าเวที แต่เพิ่มอิทธิพลในหลังฉาก ในฐานะ “ผู้กำกับเกมหลังฉาก” สิ่งที่น่าสนใจคือแม้บทความเหล่านี้เป็นความเห็น มิใช่เอกสารทางการ แต่ข้อสังเกตสอดคล้องกันหลายสำนักว่า “พรรคยังโคจรรอบตัวเขาอยู่” เดิมพันจึงไม่ใช่ “กลับมาหรือไม่กลับมา” แบบศูนย์กับหนึ่ง แต่คือ “กลับมาในบทบาทไหน” นี่เป็นคำถามที่สื่อไทยและต่างประเทศเห็นร่วมกันมากกว่าการไปฟันธงว่าเขาจะ retirement (วางมือ) จริงหรือจะเป็นผู้บัญชาการ กรอบตีความเรื่องดีลและสมดุลกับฝ่ายอนุรักษนิยม คือกรอบอธิบายที่ทรงอิทธิพลมากในช่วงสองปีหลัง คือกรอบ “การประนีประนอมกับระเบียบอำนาจเดิม”
.jpg)
Reuters ในปี 2567 อ้างว่าการกลับไทยและการพักโทษรอบแรกถูกตีความโดยนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งของการจัดสมดุลเพื่อกันพรรคก้าวไกลออกจากอำนาจ สิ่งที่ยังไม่มีหลักฐานพอจะฟันธง คือเรื่องการมี “ดีลลับ” รองรับการพักโทษหรือไม่ นักวิเคราะห์ของ Reuters และ BGA อธิบายการกลับมาของทักษิณด้วยกรอบประนีประนอมกับฝ่ายอำนาจเดิม แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระดับข้อวิเคราะห์ ไม่มีเอกสารทางการหรือหลักฐานสาธารณะที่ทำให้สรุปเชิงข้อเท็จจริงได้ว่าใครตกลงอะไรกับใครอย่างไร นี่คือประเด็นที่เล่าได้ในฐานะ “กรอบตีความ” แต่ไม่ควรเล่าเป็น “ข้อเท็จจริงตายตัว” นอกจากนี้ คือประเด็นการเป็น“ผู้นำจิตวิญญาณ” หรือ “จุดศูนย์กลางของอำนาจ“ ของพรรคเพื่อไทย หมายความว่า สิ่งที่ยังวัดไม่ได้จริง ๆ คือไม่ใช่ “มีบทบาทไหม” แต่คือ “บทบาทนั้นมีน้ำหนักเชิงตัดสินใจมากแค่ไหน” สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือประเด็นแรงเสียดทานทางกฎหมายหลังจากนี้จะหนักแค่ไหน จากการรายงานที่เข้าถึงได้ ณ ตอนนี้ ยังมีการอ้างถึงคดี ม.112 ในชั้นอุทธรณ์ และคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปที่ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ชำระภาษี 17.6 พันล้านบาท สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ประเด็นเดียวกับการพักโทษในคดีจำคุก 1 ปี แต่เป็น “เพดาน” ที่จำกัดพื้นที่การขยับทางการเมืองของเขา กระนั้น ผลลัพธ์สุดท้ายของแต่ละเรื่องยังไม่จบหมด จึงยังเอามาใช้ฟันธงทิศทางการเมืองไม่ได้ จากน้ำหนักแหล่งข่าวและนักวิเคราะห์ที่มี ณ ตอนนี้ ฉากทัศน์ที่แข็งที่สุดคือ ทักษิณจะเล่นเกมอยู่ “หลังฉากแบบ low profile” ประเด็นที่วิเคราะห์นี้ไม่มีหลักฐาน แต่มันเป็นจุดตัดของสามแรงพร้อมกันคือ เงื่อนไขคุมประพฤติ การที่เพื่อไทยอ่อนแรงลงในเชิงเลือกตั้ง และธรรมชาติทางการเมืองของทักษิณที่ยากจะ “วางมือ” โดยสมบูรณ์
ภาพ “กลับมาเลี้ยงหลาน” กับภาพ “ยังอยู่ในเกม” จึงไม่จำเป็นต้องขัดกัน เขาอาจเลือก พักหน้าเวที แต่ไม่ปล่อยมือจากหลังฉาก สิ่งที่ยังไม่มีหลักฐานพอจะฟันธง คือคำอธิบายแบบ “มีดีลลับแน่นอน” หรือ “กลับมาคุมเกมรัฐบาลแล้ว” กระดานวันนี้ต่างจากอดีต เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ใช่พรรคแกนนำรัฐบาล และอนุทินคือคนถืออำนาจฝ่ายบริหารในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจะกลับมาเล่นจริง ก็มีแนวโน้มจะกลับมาในบท ผู้จัดกระดาน มากกว่าบท ผู้ลงสนามเอง
.jpg)
สรุป สถานะทางกฎหมายบังคับให้เขาต้องเงียบกว่าก่อน แต่สถานะทางการเมืองยังทำให้คนทั้งประเทศจับตาว่าเขาจะเงียบได้นานแค่ไหน"
หลังจากที่โพสต์ของ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ได้มีชาวเน็ตและผู้ติดตามเข้ามาแสดงความคิดเห็นและถกเถียงกัน เช่น
"เหลี่ยมจัดเหมือนกับหน้าก็เหลี่ยม"
"เลี้ยงหลาน..มันมีความหมายเยอะน่ะเด็กนักเรียน"
"เลี้ยงลูกหลานนักการเมืองในคอกต่อไปค่ะ ยุคเลี้ยงรุ่นพ่อรุ่นแม่มันตกยุคไปแล้ว"
"พวกคุณก็เลิกจองเวรจองกรรมกับเขาเสียทีเถอะเขาจะทำอะไรอยู่ยังไงใช้ชีวิตแบบไหนก็เป็นสิทธิ์ของเขาอย่าไปยุ่งกับเขาก็จบประเทศมันจะได้ไม่วุ่นวาย"
"บางทีก็น่าสงสารทักกี้ แก่ป่านนี้ยังคิดในทางที่ดีไม่ได้เลย ไม่เคยหันหน้าเข้าวัดเข้าสุ่ความสงบ ไม่ปลงไม่ละวาง ไม่สำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำผิดหลงผิด กรรมจริงๆกรรมบังตาปิดหูปิดตา สุดท้าย ดวงจิตมุ่งสู่อบายภุมิ นรกขุมไหนไม่รู้ น่ากลัวหลังความตาย จริงๆ"
"ภูมิใจไทยผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำ ในขณะที่เพื่อไทยยอมเข้าร่วมเพื่อไม่ให้หลุดจากวงจร เมื่อทักษิณออกจากคุกเขาจะหือจะอืออะไรได้มากแค่ไหน อันนี้คือคำถามตัวโตๆของดิฉันค่ะ เพราะดิฉันไม่ลืมว่า ก่อนหน้านี้เขาสร้างรอยแผลอะไรไว้ให้แก่ภูมิใจไทย ขออนุญาตคิดเพิ่มเติม จากที่อาจารย์เอ็ดดี้ได้วิเคราะห์ไว้ในโพสต์นะคะ เสือแก่ที่เขี้ยวเล็บผุกร่อนไปบ้างแล้ว ยังจะมีพลังเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด ก็ต้องรอติดตามดูกันต่อไปค่ะ"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี