533.jpg
พระเมตตาที่ไม่เลือกสถานะ เอ็ดดี้ เผย พระราชกรณียกิจที่เข้าถึงคนหลังกำแพง ซึ่งสังคมมองไม่เห็น

พระเมตตาที่ไม่เลือกสถานะ เอ็ดดี้ เผย พระราชกรณียกิจที่เข้าถึงคนหลังกำแพง ซึ่งสังคมมองไม่เห็น

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.56 น.

วันนี้ 30 กรกฎาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระโพสต์เกี่ยวกับ ราชทัณฑ์ปันสุข พระเมตตาที่ไปถึงคนหลังเรือนจำ และพระราชกรณียกิจที่ไปถึงคนซึ่งสังคมมองไม่เห็น โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "ราชทัณฑ์ปันสุข” พระเมตตาที่ไปถึงคนหลังเรือนจำ“ ใครคือคนที่คิดช่วยเหลือเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จริง และใครเพียงนำคำนี้มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง? บทความชุด “พระราชกรณียกิจที่ไปถึงคนซึ่งสังคมมองไม่เห็น” ตอนที่ 1  #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

ในขณะที่บางฝ่ายผูกขาดคำว่า “สิทธิมนุษยชน” ไว้ใช้เป็นอาวุธโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลับนำหลักสิทธิมนุษยชนไปทำให้เกิดขึ้นจริงกับคนที่ถูกสังคมลืม แม้กระทั่งคนที่กำลังรับโทษอยู่หลังกำแพงเรือนจำ อำนาจของกระบวนการยุติธรรมมีหน้าที่ลงโทษตามกฎหมาย แต่ไม่มีสิทธิพรากความเป็นมนุษย์ออกจากผู้ต้องขัง จุดนี้ทำให้พระราชกรณียกิจมีความหมายมากกว่าความเมตตาส่วนบุคคล เพราะเป็นการยืนยันหลักการว่า แม้คนที่ทำผิดก็ยังเป็นมนุษย์ และระบบที่มีอำนาจเหนือเขายิ่งต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมากกว่าปกติ


เอ็ดดี้

นี่คือการพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยไม่ต้องใช้ภาษาการเมืองแบบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผู้ต้องขังคือคนที่สูญเสียอิสรภาพและแทบไม่มีอำนาจเรียกร้อง แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลับทรงเลือกให้พระราชดำริไปถึงคนกลุ่มนี้ ฝ่ายที่โจมตีสถาบันมักวางคู่ตรงข้ามว่า พระมหากษัตริย์ = อำนาจและอภิสิทธิ์ ประชาชน = ผู้ถูกกดทับและไร้ความเท่าเทียม แต่ราชทัณฑ์ปันสุขทำให้ภาพคู่ตรงข้ามดังกล่าวไม่สามารถอธิบายความจริงทั้งหมดได้ เพราะผู้ได้รับประโยชน์จากพระราชดำริคือ “ผู้ต้องขัง” ซึ่งอยู่ในสถานะที่ห่างไกลจากคำว่าอภิสิทธิ์มากที่สุดพระเมตตาที่ไม่เลือกสถานะ เมื่อพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 10 ไปถึงคนหลังเรือนจำ

นักโทษอาจสูญเสียอิสรภาพ แต่ไม่ควรสูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข” มุ่งให้ผู้ต้องขังเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม รวมถึงเชื่อมเรือนจำเข้ากับโรงพยาบาลแม่ข่าย จัดหาเครื่องมือแพทย์ และพัฒนาระบบดูแลสุขภาพภายในเรือนจำ เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การรักษาคนขณะต้องโทษ แต่รวมถึงการทำให้ผู้พ้นโทษกลับคืนสู่สังคมด้วยสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นด้วย เป้าหมายอย่างเป็นทางการของโครงการคือยกระดับการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังให้ได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียมกับบุคคลภายนอก ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การรักษา การฟื้นฟู สุขภาพจิต อุปกรณ์การแพทย์ และระบบโรงพยาบาลแม่ข่าย โดยมีเป้าหมาย “คืนคนสุขภาพดีสู่สังคม” หลักคิดนี้สอดคล้องกับหลักสากลอย่าง Nelson Mandela Rules ของสหประชาชาติ ซึ่งกำหนดให้ผู้ต้องขังทุกคนได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดพระมหากรุณาธิคุณมิได้วัดจากว่าผู้รับความช่วยเหลือมีสถานะสูงหรือต่ำ เป็นคนที่สังคมชื่นชมหรือรังเกียจ แต่อยู่ที่ว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งไม่ควรถูกทอดทิ้ง

เอ็ดดี้

ใครผูกขาดคำว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ในสังคมที่พูดถึงสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่แทบไม่มีอำนาจเรียกร้องสิทธิของตนเอง นั่นคือผู้ต้องขังหลังกำแพงเรือนจำราชทัณฑ์ปันสุข” ไม่ได้เพียงนำการรักษาพยาบาลเข้าไปในเรือนจำ แต่เปลี่ยนความหมายของผู้ต้องขังจากคนที่ถูกระบบนำไปซ่อนไว้หลังกำแพง ให้กลับมาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ระบบมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบนี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของพระเมตตา แต่เป็นเรื่องของการใช้อำนาจเพื่อทำให้คนที่ไม่มีอำนาจได้รับการมองเห็นจากระบบอีกครั้ง ใครคือคนที่คิดช่วยเหลือเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จริง และใครเพียงนำคำนี้มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ #อัษฎางค์ดอทคอม link อยู่ในคอมเมนต์"

เอ็ดดี้

เอ็ดดี้

เอ็ดดี้

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top