533.jpg
ถอดรหัส กลุ่ม 10 สว. อดีตผู้พิพากษา ชี้ กกต. ยังไม่ตอบโจทย์ ผู้ประกอบกิจการ ที่แท้คือใคร

ถอดรหัส กลุ่ม 10 สว. อดีตผู้พิพากษา ชี้ กกต. ยังไม่ตอบโจทย์ ผู้ประกอบกิจการ ที่แท้คือใคร

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.00 น.

วันนี้ 30 กรกฎาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุใสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีคุณสมบัติ สว. โดยมีข้อความทั้งหมดว่า  "ถอดรหัส ‘กลุ่ม 10’ สว. : เมื่อคำวินิจฉัย กกต. ตอบว่า คนขายหมูและคนขายก๋วยเตี๋ยว “อยู่กลุ่มนี้” แต่ยังไม่ตอบว่า “กลุ่มนี้คือใคร?” 

กระแสข่าวฮั้ว สว. เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่สังคมกลับมาตั้งคำถามและถกเถียงกันอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เมื่อสื่อมวลชนนำคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่สำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานว่า ให้ยกคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของ สว. จังหวัดอำนาจเจริญ 2 คน ได้แก่ นางแดง กองมา (คำวินิจฉัย กกต. ที่ 249/2567 ลว. 23 ธ.ค.67) และ นายสมพาน พละศักดิ์ (คำวินิจฉัย กกต. ที่ 17/2568 ลว. 13 ม.ค.68) 


วัส ติงสมิตร

คำวินิจฉัยทั้งสองฉบับสรุปใจความสำคัญตรงกันว่า ผู้สมัครทั้งสองรายประกอบอาชีพค้าขายจริง มีประสบการณ์เกิน 10 ปี มีพยานบุคคลรับรอง และไม่มีหลักฐานหักล้าง กกต. จึงรับฟังได้ว่าทั้งคู่เป็นผู้มีสิทธิสมัครใน "กลุ่ม 10" ... นับเป็นเหตุผลธรรมดาที่โลกไม่ลืม! 

แต่เมื่อพิจารณาคำวินิจฉัยอย่างลึกซึ้ง กลับพบปมปัญหากฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่าเรื่อง “ใครขายหมู” หรือ “ใครขายก๋วยเตี๋ยว” จริงหรือไม่... เพราะคำถามระดับโครงสร้างที่ กกต. ยังคงทิ้งไว้ให้เป็นปริศนาก็คือ:
"กลุ่ม 10 ตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มีขอบเขตและนิยามทางกฎหมายอย่างไรกันแน่?" 

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ผู้สมัคร” แต่อยู่ที่ “ขอบเขตของกลุ่ม” หลายคนอาจเข้าใจว่า คดีนี้เป็นเพียงข้อพิพาทเรื่องข้อเท็จจริงว่า แม่ค้าขายหมูหรือพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวประกอบอาชีพนั้นจริงถึง 10 ปีหรือไม่ แต่ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ จุดสำคัญกลับอยู่ที่การจำแนกประเภทกลุ่มผู้สมัคร รัฐธรรมนูญ มาตรา 107 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 มาตรา 11 มิได้แบ่งกลุ่มผู้สมัครเพียงแค่ "ชื่ออาชีพ" เท่านั้น แต่สั่งให้แบ่งตาม: ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ / ลักษณะ / ประโยชน์ร่วมกัน

ออกเป็น 20 กลุ่ม เพื่อให้วุฒิสภาเป็นตัวแทนของ "ภาคส่วนที่หลากหลายในสังคม" บุคคลคนหนึ่งอาจมีทักษะหลายด้าน แต่เมื่อลงสมัคร ย่อมต้องเลือกสังกัดกลุ่มที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ดังนั้น โจทย์ที่แท้จริงจึงไม่ใช่ “ผู้สมัครขายหมูหรือขายก๋วยเตี๋ยวจริงไหม?” แต่คือ “การค้าขายดังกล่าว ทำให้ผู้สมัครมีสถานะเป็นตัวแทนของ ‘กลุ่ม 10’ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่?” 

วัส ติงสมิตร

กลุ่ม 9 | กลุ่ม 10 | กลุ่ม 19 ต่างกันอย่างไร? เมื่อเปิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 มาตรา 11 พิจารณาเปรียบเทียบ จะเห็นตัวบทที่เขียนไว้ต่างกันชัดเจน:

กลุ่ม 9: กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (SMEs)

กลุ่ม 10: กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตาม (9)

กลุ่ม 19: กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

สิ่งที่น่าสังเกตอย่างยิ่งคือ "ภาษาทางกฎหมาย": ผู้ร่างกฎหมายเลือกใช้คำว่า "ผู้ประกอบกิจการ" ในกลุ่ม 9 และกลุ่ม 10 ขณะที่กลุ่ม 19 กลับใช้คำว่า "ผู้ประกอบอาชีพอิสระ" 
หากเราตีความแบบเหมาเข่งว่า “พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ก็คือผู้ประกอบกิจการชนิดหนึ่ง” นั่นเท่ากับเรากำลังทำให้ กลุ่ม 19 ไร้ความหมายและซ้ำซ้อนกับกลุ่ม 10 ทันที! ซึ่งขัดกับหลักการตีความกฎหมายสากลที่ว่า "ถ้อยคำทุกคำในกฎหมายต้องมีความหมายและมีผลในทางปฏิบัติ (Redundancy Principle)"

รัฐธรรมนูญต้องการแบ่ง "ภาคส่วนสังคม" ไม่ใช่แค่ชื่ออาชีพ ประเด็นนี้ยิ่งเด่นชัดเมื่อย้อนกลับไปอ่านหนังสือ "ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560" โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และจัดพิมพ์โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า: การแบ่งกลุ่มต้องทำในลักษณะที่ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิสมัครทุกคน สามารถเข้าสังกัดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้อย่างถูกต้อง และเน้นย้ำว่า "ต้องแยกออกเป็นกลุ่มที่มีลักษณะต่าง ๆ กันให้มากที่สุด"

นั่นแปลว่า กลุ่ม 10 ถูกออกแบบมาคู่กับ กลุ่ม 9 

• หาก กลุ่ม 9 คือ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 

• กลุ่ม 10 ซึ่งใช้คำว่า "กิจการอื่นนอกจาก (9)" ย่อมถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับ "ธุรกิจขนาดใหญ่ (Large Enterprises) กิจการเฉพาะทาง หรือธุรกิจนิติบุคคลอื่น ๆ" (Corporate Sector) 
แต่การที่ กกต. ปล่อยให้ผู้ค้ารายย่อยจัดตัวเองเข้าสู่กลุ่ม 10 โดยอ้างเพียงว่า "ฉันไม่ได้เป็น SME ฉันจึงเป็น 'กิจการอื่น'" ได้นั้น ยิ่งทำให้กลุ่ม 10 กลายเป็น "กลุ่มรับขยะ (Garbage Can Group)" ที่บิดเบือนโครงสร้างตัวแทนภาคธุรกิจระดับไปโดยสิ้นเชิง! 

สิ่งที่คำวินิจฉัย กกต. ยังไม่ได้อธิบายให้สังคมกระจ่าง

คำวินิจฉัย กกต. ที่ 249/2567 และ 17/2568 จึงน่าจะถูกโตแย้งได้ และ กกต. ยังไม่ได้ตอบคำถามสำคัญเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย:

1. "ผู้ประกอบกิจการ" กับ "ผู้ประกอบอาชีพอิสระ" มีเส้นแบ่งทางกฎหมายอยู่ตรงไหน?

2. เหตุใดแผงขายหมูที่ไม่มีใบประกอบกิจการตามกฎหมาย หรือร้านก๋วยเตี๋ยว ที่มีเพียงใบทะเบียนพาณิชย์ จึงจัดเป็น "กิจการอื่นตามกลุ่ม 10" แทนที่จะเป็น "อาชีพอิสระตามกลุ่ม 19"?

3. เส้นแบ่งรายได้ ขนาดการจ้างงาน หรือรูปแบบองค์กร ระหว่างกลุ่ม 9 และ 10 อยู่ตรงไหน?

บทส่งท้าย : บทบาทที่หายไปขององค์กรอิสระ

บางครั้ง... สิ่งที่สำคัญที่สุดในคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระ ไม่ใช่ผลลัพธ์ว่า "ยกคำร้อง" หรือ "ขาดคุณสมบัติ" หากแต่คือ "ตรรกะทางกฎหมาย" ที่อธิบายว่าเหตุใดกฎหมายจึงนำไปสู่ผลเช่นนั้น คำวินิจฉัย กกต. ทั้งสองฉบับมีน้ำหนักน้อยที่จะตอบสังคมได้ว่า ผู้สมัครทั้งสองคนสามารถลงสมัครในกลุ่ม 10 ได้ และไม่เพียงพอที่จะตอบได้ว่า "ผู้ประกอบกิจการกลุ่ม 10 คือใครกันแน่?" ตราบใดที่ กกต. ยังไม่วางบรรทัดฐานการแบ่งกลุ่มอาชีพให้ชัดเจน การเลือกกันเองของ สว. ตามระบบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ก็จะยังคงถูกตั้งคำถามเรื่อง "การแยกย้ายกันเข้ากลุ่มต่าง ๆ เพื่อความได้เปรียบทางการเมือง (Strategic Selection)" หรือเหตุใด สว. จำนวนมากไม่ปรากฏชื่อเสียงเกียรติคุณเพียงพอที่ผ่านรอบการเลือกระดับประเทศได้ หากไม่ใช่เกิดจากการจัดตั้งขนาดใหญ่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งย่อมมีปัญหาต่อความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้! 

วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ 30/7/69 #สว2567 #กกต #ตรวจคุณสมบัติสว #การเมืองไทย #กฎหมายรัฐธรรมนูญ #สวอำนาจเจริญ #วิจารณ์คำวินิจฉัย #กลุ่ม10คือใคร #iLaw #ความจริงการเมือง #วัสติงสมิตร"

วัส ติงสมิตร

หลังจากที่โพสต์ของ วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก เช่น 

"จริงๆ ถ้าได้ สว ตรงปก มีความรู้ความสามารถ มาใช้ พัฒนาประเทศ ผมจะไม่ต่อต้าน เนื่องจาก สว เป็น ข้าราชการการเมือง ที่ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ทาง กฏหมาย และ ด้านอื่นๆบ้าง ทำงานในนิติบัญญัติ อีกประการ หาก มีความรู้ความสามารถ จริงๆ คงไม่ต้องจ้าง ผู้ช่วย สว หลายๆคน จะได้ ประหยัด งบประมาณแผ่นดิน ส่วนนี้ ประเทศยิ่งกำลังถังแตก ขาดเงินไปใช้ใน สิ่งที่จำเป็น ครับ"

"ขอบคุณครับอาจารย์"

"ขอบคุณค่ะ"

"#ครับอาจารย์สวฯมีอายุมา๒ปีน่าจะเพียงพอแล้วอาจมีการปิดกิจการ๒รายกระมังครับ"

วัส ติงสมิตร

วัส ติงสมิตร

วัส ติงสมิตร

วัส ติงสมิตร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top