533.jpg
วาทกรรมตีกลับพรรคส้ม นักการเมืองห้องแอร์ ปมอัดบังเกอร์จามก็ถล่ม เน้นพิพากษา-ด้อยค่า แต่ไม่เน้นตรวจสอบ

วาทกรรมตีกลับพรรคส้ม นักการเมืองห้องแอร์ ปมอัดบังเกอร์จามก็ถล่ม เน้นพิพากษา-ด้อยค่า แต่ไม่เน้นตรวจสอบ

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

5 สิงหาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวาทกรรม “นักรบห้องแอร์” ถูกย้อนกลับมาเป็น “นักการเมืองห้องแอร์” #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารแถลงว่าได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมภาพถ่ายเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. โดยภาพที่นำมาแสดงมีลักษณะเป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ใช้ท่อนไม้ค้ำยัน และใช้ไม้กับแผ่นพลาสติกรองรับดินเหนือหลังคา


นายฉัตรใช้ถ้อยคำในทำนองว่า บังเกอร์อาจ “จามก็ถล่ม” “ไม่รอดแน่” และเปิดประเด็น “ส่อทุจริต” จากภาพถ่ายกับข้อมูลผู้ร้องเรียน ก่อนเห็น TOR, BOQ สัญญา สถานะงาน และผลตรวจทางวิศวกรรม

ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้สิ่งที่ควรเป็นกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง กลายเป็นคำพิพากษาทางการเมืองล่วงหน้าได้ง่าย โดยเฉพาะหากภาพนั้นเป็นเพียงที่มั่นภาคสนาม งานระหว่างก่อสร้าง หรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่กว้างกว่าบังเกอร์เพียงอย่างเดียว

เมื่อ สส.ได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมภาพถ่าย และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความปลอดภัยของกำลังพลกับการใช้งบประมาณ สิ่งที่ควรทำก็คือส่งเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการ ขอ TOR, BOQ, สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และเอกสารตรวจรับ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง นายฉัตรดำเนินการตามขั้นตอนนี้จริง จึงถือว่าเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่การก้าวก่ายกิจการทหารโดยไม่มีอำนาจหน้าที่

แต่ในชั้นการสื่อสารต่อสาธารณะ เขาก้าวไปไกลกว่าการรับเรื่องมาตรวจสอบ

จุดนี้จึงไม่ใช่เพียง “รับเรื่องและตรวจสอบอย่างเป็นกลาง” แต่เป็นการ กำหนดกรอบการรับรู้ล่วงหน้า ให้สังคมมองว่าโครงการมีปัญหาด้านคุณภาพและอาจมีเงินหาย ทั้งที่กระบวนการพิสูจน์ยังไม่เริ่มเต็มรูปแบบ

พรรคส้มและผู้สนับสนุนบางส่วนมักใช้คำว่า “นักรบห้องแอร์” ดูแคลนนายทหารที่ทำงานด้านบัญชาการ วางแผน และบริหาร โดยตั้งคำถามว่าไม่เคยอยู่แนวหน้าแล้วจะมีความเหมาะสมได้อย่างไร

แต่เมื่อถึงคราวที่นักการเมืองนั่งอยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการ แล้วตั้งคำถามถึงคุณสมบัติของนายทหาร ทั้งที่ตนเองไม่เคยผ่านสนามรบ ไม่เคยบัญชาการกำลังพล และไม่เคยต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ใต้บังคับบัญชา กลับถือว่าตนเองมีความชอบธรรมเต็มที่

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า สส.ไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบกองทัพ

สส.มีสิทธิ์และมีหน้าที่ตรวจสอบกองทัพอย่างเต็มที่ แต่ต้องตรวจสอบด้วยข้อเท็จจริง หลักเกณฑ์ และผลงาน ไม่ใช่ใช้คำดูแคลนเพื่อสร้างภาพว่าคนทำงานฝ่ายบัญชาการหรือฝ่ายวางแผนไม่มีคุณค่า เพราะไม่ได้ถือปืนอยู่แนวหน้าในวันนี้

ถ้านายทหารที่ทำงานวางแผนอยู่ในกองบัญชาการถูกเรียกว่า “นักรบห้องแอร์” นักการเมืองที่วิจารณ์การทหารจากโต๊ะประชุมก็คงถูกเรียกว่า “นักการเมืองห้องแอร์” ได้เช่นเดียวกัน

แต่ความจริงคือ ทั้งกองทัพและรัฐสภาต่างต้องมีคนทำงานหลายบทบาท ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครนั่งอยู่ในห้องแอร์ แต่อยู่ที่คนนั้นมีความรู้ มีประสบการณ์ ทำหน้าที่อย่างรับผิดชอบ และสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้จริงหรือไม่

อย่าใช้คำว่า “ห้องแอร์” ดูถูกผู้อื่น แล้วเรียกร้องให้สังคมเคารพบทบาทของตนเองฝ่ายเดียว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top