ซอกแซกอาเซียน : 2 เมษายน 2563

ซอกแซกอาเซียน : 2 เมษายน 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

เป็นประเพณีของการจัดประชุมแบบนี้ทุกครั้งที่ภาคค่ำของวันแรก ก็จะมีงานจัดเลี้ยงต้อนรับโดยประเทศเจ้าภาพ ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมาก็จะมีลักษณะรูปแบบที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละประเทศ แต่ครั้งนี้ เนื่องจากคุณเอ โก โก แกค่อนข้างใจถึงใจใหญ่ และเป็นคนแบบถึงลูกถึงคน แกจึงจัดเต็ม โดยว่ากันแบบโอเพ่นแอร์ใกล้ๆ สระน้ำโรงแรม ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากกับห้องประชุมนั่นแหละครับ

ความพิเศษของแก คือ เอาดนตรีและนางรำมาเต็มวง โชว์ศิลปะการร่ายรำแบบเมียนมา ระหว่างที่รับประทานอาหารค่ำกัน แล้วก็เชิญแขกเหรื่อขึ้นไปเต้นรำกันจนเป็นที่สนุกสนาน แต่ที่พิเศษและคาดไม่ถึงสไตล์เมียนมาคราวนี้ พวกเขาทำธุรกิจแบบลดต้นทุนจริงๆ นั่นก็คือ พวกนางรำทั้งหลายนั้น ไม่ได้จ้างมาจากคนภายนอกเลย เขาเอาบริกรหญิงของโรงแรมนั้นเองมาฝึกและทำหน้าที่นางรำอีกหน้าที่หนึ่ง ก็เจ้าหน้าที่โรงแรมเหล่านี้ส่วนมากหน้าตาก็สะสวยดีระดับหนึ่งอยู่แล้ว ทำหน้าที่นี้อีกเพิ่มขึ้น มองในแง่ดีผมว่ามันเป็นสภาวะวิน-วินนะ เพราะทางฝ่ายโรงแรมก็ประหยัดต้นทุนไม่ต้องไปจ้างจากคณะรำอาชีพภายนอก ส่วนด้านตัวบริกรหญิงก็มีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้น จะเป็นแบบโอทีหรือจ้างเหมาก็ไม่ทราบได้ โรงแรมในประเทศไทยจะนำมาเป็นแบบอย่าง ผมว่าเขาคงไม่หวงห้ามนะ แต่ที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้น คือ ตัวผู้จัดการโรงแรมเอง ซึ่งเป็นฝรั่งตัวไม่ใหญ่ คุยกันบอกว่าเป็นคนชาวโมนาโก ติดประเทศฝรั่งเศส แกเล่นด้วยตัวเองประกบในเกือบทุกฉากการแสดง แถมยังเป็นโฆษกเองด้วย สร้างความเฮฮาแกพวกเราอย่างมาก ได้ทราบตอนหลังว่าแกมาอยู่เมียนมาได้เพียง 3 ปี แต่งงานกับคนเมียนมา แต่ก็ฝึกฝนศิลปะเมียนมาได้ทั้งการพูดและการเต้นรำได้เก่งอย่างน่าชมเชยทีเดียว ตกลงคืนนั้นม่วนชื่นกันถ้วนหน้าทั้งแขกและเจ้าภาพ แต่ก็ไม่มีใครหลงใหลความปรีดิ์เปรมกันจนดึกเกินไป เพราะพรุ่งนี้ จะต้องมาช่วยกันดูสรุปผลการประชุมกันก่อน ซึ่งถึงตรงนี้ผมเองก็ต้องชื่นชมทีมงานฝ่ายสำนักเลขานุการฯ ที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวัน และยังต้องมาร่วมงานสังสรรค์อีก แต่หลังเสร็จงานสังสรรค์จะต้องไปนั่งถ่างตาเขียนสรุปผลการประชุมเพื่อให้ทันต่อการนำเสนอในตอนเช้าวันต่อไปอีก เป็นอย่างนี้กันทุกๆ ครั้งที่มีการประชุม ดีนะที่พวกเขายังอยู่ในวัยที่สามารถอดนอนทั้งคืนก็ได้ (ตอนสมัยเรียนปริญญาตรีปริญญาโททำบ่อย) เลยทำให้เป็นเรื่องปกติไป


วันต่อมา หลังจากครึ่งวันหมดไปกับการช่วยกันพิจารณาสรุปผลการประชุมจนเสร็จ มีการกล่าวปิดประชุมกันไปแล้ว คณะผู้เข้าประชุมทั้งหมดก็มีวาระที่จะต้องไปดูงานครับเจ้าภาพจัดดูงานไว้ 3 จุด จุดแรกเป็นโรงเรียนฝึกอาชีพ รับบุตรหลานเกษตรกรมาฝึกอาชีพงานฝีมือ เช่น การเขียนภาพ การทำเครื่องเขินต่างๆ โรงเรียนที่ว่านี้สังกัดกรมการเกษตร อีกจุด คือพิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณ ซึ่งน่าทึ่งตรงที่เขามีศิลาจารึกโบราณแสดงอยู่มากมายเต็มไปหมด เห็นอธิบายว่า เป็นศิลาจารึกตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 10-11 สามารถศึกษานำมาอ้างอิงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เมียนมาในอดีตได้อย่างดี แต่ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับอาณาจักรพุกาม และมีความเกี่ยวพันกับอินเดียเป็นส่วนใหญ่ พูดถึงศิลาจารึกที่ผมว่ามีเป็นจำนวนมากนั้น เมื่อเทียบกับของไทยเรานะครับ เพราะของเราเห็นมีอยู่ไม่กี่ศิลา นอกจากนี้ก็จะเป็นรูปแกะสลักพระพุทธรูปโบราณทีนำมาแสดง ก็นับว่าน่าสนใจทีเดียว จุดต่อจากนั้นเขาก็นำพวกเราไปชมเจดีย์แห่งเมืองพุกาม ซึ่งวันนี้เนื่องจากมีเวลาน้อย เขาจึงพาชมแบบเซิร์ฟ ก่อนที่จะชมจริงวันพรุ่งนี้ทั้งวัน แต่เน้นไปที่พาคณะไปรอชมพระอาทิตย์ตกดิน ในเวลา 18.10 น.

จุดที่เป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวไปชมพระอาทิตย์ตกดิน น่าสนใจมากครับ เพราะเขาไปยกระดับพื้นดินแถวนั้นให้สูงขึ้นเป็นเนินราวๆ 20-30 เมตร เพื่อให้คนเดินขึ้นไปชมโดยหันมองไปทางทิศตะวันตก ผ่านทะเลเจดีย์ หรือ sea of pagoda ไกลออกไปเป็นทิวเขา และช่วงเวลา 6 โมง 10 นาที จะเป็นเวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบเขาสูง มองเห็นดวงอาทิตย์สีแดงยามใกล้ค่ำประดับด้วยยอดปราสาทสลับกับสุมทุมพุ่มไม้ในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลแล้ว ผมเชื่อว่าหลายคนคงคิดเหมือนผมที่ว่าเราช่างโชคดีจริงหนอที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ครับ

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top