วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพอมีข่าวดีให้เกษตรกรยิ้มได้บ้าง หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้กับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและครอบครัว โดยการจ่ายเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลาสามเดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงกรกฎาคม 2563 กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรไม่เกิน 10 ล้านราย ประกอบด้วย
เกษตรกรเป้าหมายกลุ่มแรก ได้แก่ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง จำนวน 8.43 ล้านราย แบ่งเป็นเพาะปลูกพืช ประมาณ 6.19 ล้านราย ปศุสัตว์ ประมาณ 1.60 ล้านราย ทำประมง ประมาณ 0.64 ล้านราย และเกษตรกรเป้าหมายกลุ่มที่สอง ได้แก่ เกษตรกรที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนไม่เกิน 1.57 ล้านราย โดยอยู่ในกลุ่มของยางพารา หม่อนไหม อ้อยโรงงาน ยาสูบ และนาเกลือ รวมวงเงินของโครงการไม่เกิน 150,000 ล้านบาท โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการดังกล่าวตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้กระทรวงการคลังรายงานติดความสามารถในการชำระคืนหนี้เงินกู้ประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีตามตามมาตรา 6 แห่ง ราชกำหนดด้วย
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการช่วยเหลือนั้น ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง จะดำเนินการขึ้นทะเบียนและตรวจสอบความถูกต้องของเกษตรกรให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 หลังจากนั้นจะดำเนินการส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลัง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูล และความซ้ำซ้อนกับการช่วยเหลือภายใต้โครงการเราไม่ทิ้งกัน จากนั้น ธ.ก.ส. จะโอนเงินให้แก่เกษตรกรตามช่องทาง และกลไกของธนาคาร ที่ตรวจสอบได้กรณีเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนขอให้รีบมาขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานรับผิดชอบ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง และหน่วยงานที่มีการขึ้นทะเบียนอื่นๆ ทั้งยางพารา หม่อนไหม อ้อยโรงงาน ยาสูบ และนาเกลือ โดยด่วนตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 เพื่อป้องกันการตกหล่น แต่หากเกิดกรณีเกษตรกรร้องเรียนว่าเป็นผู้ตกหล่น จะมีการเปิดช่องทางอุทธรณ์ให้ต่อไป โดยคาดว่าเงินชุดแรกจะถึงมือเกษตรกรได้ราวๆ กลางเดือนพฤษภาคมนี้...
สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านอื่นๆ โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่ผลผลิตและสินค้าเกษตรกำลังทยอยออกสู่ตลาด และเกษตรกรกำลังได้รับความเดือดร้อน ระบายสินค้าไม่ได้ ก็ได้ให้เห็นความร่วมไม่ร่วมมือกันของขบวนการสหกรณ์ โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหัวเรือใหญ่ในการช่วยระบายสินค้า ก็พอบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรไปได้มาก ในขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตร ก็ช่วยเกษตรกรกระจายสินค้าจากเกษตรกรโดยตรงสู่ผู้บริโภคภายใต้แคมเปญ “ซื้อสินค้าเกษตรไทย เกษตรกรอยู่ได้ ประเทศไทยอยู่รอด” ทั้งแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และกำลังเร่งสำรวจสินค้าเกษตรในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนกำหนดมาตรการและแนวทางสำหรับเตรียมการช่วยเหลือเกษตรกรในการกระจายผลผลิตผลไม้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ การจัดหาจุดจำหน่ายสินค้าภายในจังหวัด การจำหน่ายสินค้าให้ส่วนราชการในจังหวัด ห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน การให้คำแนะนำเกษตรกรจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ การชี้เป้าแหล่งผลิตไม้ผลคุณภาพดีของเกษตรกรทั้งมะม่วง ทุเรียน มังคุดเงาะ ลองกอง การเปิดประมูลสินค้าผลไม้รวมถึงการนำสินค้าเกษตรของแต่ละจังหวัดแลกเปลี่ยนกัน...เห็นหน่วยงานภาครัฐยืนเคียงข้างเกษตรกรแบบนี้ก็ต้องขอบคุณแทนเกษตรกร ณ เวลานี้ คงต้องร่วมด้วยช่วยกัน ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ และเชื่อว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ
ขุนเกษตรา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี