ตอนนี้คุณโทโจ ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นที่มาประจำแอปเตอร์คนใหม่แทนคุณโอคุฮิระได้เข้ามาทำงานที่สำนักเลขานุการแอปเตอร์แล้ว หลังจากพ้นระยะกักตัวโควิด ตามมาตรการรัฐบาลไทย คุณโทโจมีกำหนดทำงานที่สำนักเลขานุการแอปเตอร์ในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปี คือถ้านับวันเริ่มต้นทำงาน 1 เมษายน 2564 ก็จะไปสิ้นสุดและเดินทางกลับญี่ปุ่นในวันที่ 30 มีนาคม 2566 พร้อมกับที่กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่นก็จะส่งผู้เชี่ยวชาญคนใหม่มาแทน ถึงตอนนั้นสำนักเลขานุการแอปเตอร์ ก็คงจะมีจีเอ็มคนใหม่แล้ว เพราะเทอมของตัวผมจะหมดในเดือนพฤษภาคม 2565 หรือปีหน้า นับจากเวลาที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ก็เหลืออยู่ประมาณ 1 ปี พอดี
คุณโทโจมาอยู่เมืองไทยพร้อมกับภรรยา และลูกเล็กๆ อีก 2 คน เมื่อเปรียบเทียบกับผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น 2 คนที่ผ่านมาแล้ว คุณโทโจน่าจะมีทักษะภาษาอังกฤษดีกว่า อายุอานามแกก็ยังหนุ่มกว่า ทั้งนี้อาจเป็นเพราะแกเคยไปประจำอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียมาก่อนถึง 3 ปี ตอนเข้ามาทำงานในสำนักงานแกพาครอบครัวมาทำความรู้จักกับผมและทีมงานแอปเตอร์ทุกคน นัยว่าเป็นธรรมเนียมของญี่ปุ่นเขาเพราะผู้เชี่ยวชาญคนก่อนๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน ความยุ่งยากของคุณโทโจช่วงแรกๆ มี 2 อย่าง คือ การหาอพาร์ทเมนท์แทนโรงแรมที่พักชั่วคราว กับ หาโรงเรียนนานาชาติให้ลูกทั้งสองเข้าเรียน แต่ก็คงไม่เป็นปัญหามากนัก เพราะสำนักเลขานุการเรามีเลขานุการของผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นคอยช่วยประสานอยู่ รวมทั้งเขายังได้รับการแนะนำจากรุ่นพี่และเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่อยู่ประเทศไทยมาก่อนอย่างดี ทำให้ทุกอย่างคงเรียบร้อยลงตัว และสามารถโฟกัสที่งานแอปเตอร์ได้อย่างเต็มที่
ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นที่เคยมาอยู่สำนักเลขานุการแอปเตอร์ เมื่อหมดวาระและเดินทางกลับไปทำงานที่กระทรวงเกษตรฯ ที่โตเกียว ส่วนมากก็มักจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งใหม่ โดยต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะระบบหรือธรรมเนียมการทำงานราชการของญี่ปุ่นค่อนข้างจะแตกต่างจากของประเทศไทย กล่าวคือ ของญี่ปุ่นจะมีการโยกย้ายเปลี่ยนงานบ่อยกว่า คือเท่าที่ผมสังเกตและพบเห็น ข้าราชการญี่ปุ่นแต่ละคนจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งกันอยู่ตลอดเวลา ปีสองปีก็เปลี่ยนหน้าที่แล้ว และที่สำคัญซึ่งตรงกันข้ามกับข้าราชไทย คือ การย้ายงานแต่ละครั้ง ข้าราชการญี่ปุ่นจะไม่มีโอกาสทราบล่วงหน้าเลย อีกทั้งไม่มีสิทธิ์จะบ่นหรือต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากการบริหารบุคคลของเขาเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาโดยแท้
ใครจะไปไหนหรือได้รับการโปรโมท เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องซุบซิบหาข่าว หรือคาดเดาเอาเอง ไม่มีทางเลยที่จะได้โอกาสเข้าไปประจบประแจง ฝากฝังวิ่งเต้น ร้องขอตำแหน่งจากผู้ใหญ่ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ระหว่างที่ผมได้รับเชิญไปเจรจาเรื่องข้าวเทียร์ 1 ที่กระทรวงเกษตรฯ โตเกียว ท่านผู้อำนวยการกองได้มานั่งใกล้ชิดผม พร้อมทั้งกระซิบกระซาบบางอย่างกับผม ขณะที่พวกลูกน้องหลายคนก็จ้องมองอยู่ หลังจากนั้นตอนเย็น ก็มีข้าราชการกลุ่มนั้น มาคุยกับผมและถามว่า ที่ท่าน ผอ.พูดความลับกับผมนั้น เป็นเรื่องอะไร ผมเดาเอาว่าพวกเขาคงอยากรู้เกี่ยวกับข่าวสารตำแหน่งของพวกเขานั่นแหละ แต่ความเป็นจริงไม่ใช่ครับ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับอนาคตของ ผอ.ท่านนั้นเอง ซึ่งผมก็ไม่ได้เปิดเผยให้กับคณะผู้อยากรู้ที่มาถามและเขาก็จบไม่ตื๊อถามต่อ เมื่อผมบอกว่า เรื่องนี้ผมบอกไม่ได้ครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี