การผลักดันการดำเนินงานแอปเตอร์ โดยช่องทางเทียร์ 1 และ เทียร์ 2 เป็นการนำข้าวไปช่วยเหลือในเรื่องความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียนบวกสาม โดยใช้จำนวนข้าวที่สำรองกันไว้ภายในประเทศ ประเทศใครประเทศมันตามจำนวนที่กำหนดไว้ตามตารางแนบท้ายข้อตกลงแอปเตอร์ ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Earmarked stock ซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 787,000 ตัน ประเด็นการใช้ข้าวที่สำรองไว้ 787,000 ตันนี้ เป็นตัวบ่งชี้ถึงความแตกต่างระหว่างเทียร์ 1,2 และเทียร์ 3 ด้วยเพราะของเทียร์ 3 เราจะไม่ใช้ปริมาณข้าวก้อนที่ว่ามานี้ หากแต่จะใช้ Stockpiled rice ที่แต่ละประเทศมีอยู่และยินดีบริจาคแบบให้เปล่า ผมขออนุญาตเขียนย้ำความแตกต่างอีกที เนื่องจากหลายคนค่อนข้างสับสนและไม่เข้าใจครับ
การที่ข้าวเทียร์ 3 เป็นเรื่องของการบริจาคแบบให้เปล่า และเพื่อช่วยเหลือเชิงมนุษยธรรม ทำให้หลายๆ ประเทศสมาชิกแอปเตอร์ ให้ความสนใจเข้าร่วมในฐานะผู้รับข้าวบริจาคมากกว่าที่จะใช้บริการของเทียร์ 1หรือ เทียร์ 2 แต่น่าเสียดายที่สมาชิกผู้เข้าร่วมในเทียร์ 3 ในฐานะผู้บริจาคกลับมีจำนวนไม่มากนัก อีกทั้งก็เป็นสมาชิกหน้าเก่าๆ อยู่ตลอดมา คือญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทางฝ่ายสำนักเลขานุการแอปเตอร์เราเองก็ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมวลสมาชิกให้มากขึ้น ให้เป็นไปตามข้อตกลงหรือวัตถุประสงค์ของการตั้งแอปเตอร์ แต่กระนั้น เราก็สามารถทำได้เพียงระดับหนึ่ง เพราะจริงๆ แล้ว กิจกรรมทั้งปวงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการมีส่วนและเข้าร่วมของบรรดาสมาชิก กล่าวคือ ถ้าไม่มีสมาชิกสนใจที่จะบริจาคข้าว ฝ่ายสำนักเลขานุการแอปเตอร์ก็ไม่สามารถไปกำหนดกฎเกณฑ์บังคับได้ และในส่วนข้าว Earmarked stocks ที่กันไว้ (เทียร์ 1 และ 2) หากไม่มีผู้ซื้อ ก็ไม่สามารถที่จะนำออกไปจำหน่ายได้เช่นกัน ที่ทำได้ใน ปัจจุบันก็คือ พยายามกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกได้หันมาใช้ประโยชน์จากข้าวที่มีอยู่ได้เท่านั้น แต่กระนั้นก็ตาม ถ้ามาคิดให้ละเอียดอีกที การที่ประเทศสมาชิกไม่เรียกใช้ประโยชน์จากข้าว 787,000 ตัน ก็มองอีกมุมก็คือ เขาไม่มีปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหาร และจริงๆ ก็คงจะเป็นเช่นนั้นด้วย เพราะอย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า ความมั่นคงทางอาหารไม่ได้มองเพียงว่าเมื่อไม่ได้ผลิตข้าวในประเทศแล้วจะเกิดความไม่มั่นคงเพราะในบางประเทศที่แม้ไม่มีการปลูกข้าวเลย แต่มีเงินมั่งคั่งมหาศาล สามารถเอาเงินไปซื้อหาข้าวจากประเทศอื่นมาให้ประชาชนบริโภคได้อย่างพอเพียงและทั่วถึง ก็ถือได้ว่าประเทศเหล่านี้ผ่านเกณฑ์ความมั่นคงทางอาหารที่แอปเตอร์กำหนดไว้ จึงเป็นการยากอยู่ที่แอปเตอร์จะมีกิจกรรมหรืองานภารกิจที่หวือหวาและเป็นข่าวเป็นคราวโด่งดังตลอดเปรียบได้อย่าง WFP หรือ World Food Programme ของสหประชาชาติ ที่ของเขามีแต่เอาข้าวของเครื่องใช้ไปแจกอย่างเดียว คือมีของแจกค่อนข้างไม่อั้น เพราะมีเงินเยอะจากผู้บริจาค ทั่วโลกแล้วก็ขนเอาไปแจกผู้ประสบภัยต่างๆ ทั้งที่เกิดจากภัยธรรมชาติ และที่เกิดจากสงครามหรือการก่อการร้าย ซึ่งไม่มีวันที่จะจบสิ้นไปง่ายๆ
แม้กระนั้น จากความเห็นของนักวิเคราะห์ระหว่างชาติทั้งหลาย ก็ยังมีการศึกษาว่า ในความเป็นจริงปริมาณข้าว 787,000 ตันนั้น จะว่าไปก็มิได้มากมายอะไร เพราะเมื่อคิดเทียบจากจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศอาเซียนบวกสาม คำนวณแล้ว หากขาดแคลนทุกประเทศไม่มีข้าวกินเลย ข่าวที่ว่านั้นก็สามารถนำมาแก้ไขปัญหา คือกินได้เพียงวันสองวันก็หมดแล้ว คงต้องพูดต่อใน
ฉบับหน้าครับ
ชาญพิทยา ฉิมพาลี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี