546.jpg
‘นักข่าวสาว’อ้างทุนจีนเทาแก้แค้น ‘บิ๊กโจ๊ก’เตรียมปลดพ้นที่ปรึกษา ศพดส.ตร.

‘นักข่าวสาว’อ้างทุนจีนเทาแก้แค้น ‘บิ๊กโจ๊ก’เตรียมปลดพ้นที่ปรึกษา ศพดส.ตร.

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.06 น.

‘นักข่าวสาว’อ้างทุนจีนเทาแก้แค้น ‘บิ๊กโจ๊ก’เตรียมปลดพ้นที่ปรึกษา ศพดส.ตร.

28 พฤษภาคม 2566 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีนักข่าวสาวสื่อจีน แอบอ้างชื่อเรียกรับเงินจาก “นวพร” แก๊งอุ้มบุญทุนจีนสีเทา 33 ล้านบาท เพื่อล้มคดี แต่ นวพร จ่ายเพียง 14 ล้านบาท (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จับ‘นักข่าวสาว’!อ้างชื่อ‘บิ๊กโจ๊ก’เรียก 33 ล้าน อ้างช่วยล้มคดีแก๊งอุ้มบุญชาวจีน) ว่า การจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่ต้องทำเพราะเรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตนเอง รวมถึงกระบวนการยุติธรรม


ส่วนสาเหตุที่ได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น เพราะเป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดี ที่เห็นชอบให้ประกัน โดยใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวสูงสุด 3.5ล้านบาท และขึ้นแบล็คลิสต์ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

“ยอมรับว่าผู้ต้องหามีความสนิทสนมกับผมจริง ตั้งแต่ตอนเป็นผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) เนื่องจากผู้ต้องหาเคยช่วยงานในภารกิจเหตุเรือล่มของนักท่องเที่ยวจีน และเคยให้ข้อมูลเกี่ยวธุรกิจทุนจีนสีเทา แต่เมื่อกระทำการในลักษณะนี้ก็จำเป็นต้องดำเนินการ ยืนยันมีพยานหลักฐานมากเพียงพอ และมีประจักษ์พยานที่ยืนยันการกระทำของผู้ต้องหาได้ ถึงแม้การเรียกรับเงินจะเป็นเงินสด” รอง ผบ.ตร. กล่าว

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ผู้ต้องหาไม่ได้กระทำผิดเพียงคนเดียว แต่กระทำผิดร่วมกับสามีชาวจีนที่ใช้ชื่อไทย ซึ่งถูกจับกุมไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะขยายผลมาจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งตนได้รับข้อมูลพฤติกรรมของผู้ต้องหามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีหลักฐาน หรือประจักษ์พยานที่ยืนยันพฤติกรรมของทั้งคู่ได้ จนกระทั่งมาถึงคดีของ “นวพร” ที่ตัว “นวพร” เป็นผู้ให้ข้อมูล ประกอบกับมีพยานหลักฐานอื่นๆ และมีประจักษ์พยานยืนยันการกระทำดังกล่าว ตำรวจจึงต้องดำเนินการ

“การดำเนินการครั้งนี้เป็นการปรามนักข่าว รวมถึงบุคคลใกล้ชิด ที่คิดใช้ชื่อผมแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบ ยืนยันว่าไม่ได้โกรธ แต่วางเฉยการกระทำลักษณะนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาหลังได้รับการประกันตัว ได้ติดต่อมาเพื่อขอเข้าพบผม และขอพาสปอร์ตคืนเพื่อเดินทางไปยังฮ่องกง โดยอ้างว่ามีประชุมของบริษัท แต่ไม่สามารถอนุญาตได้ ต้องรอให้คดีถึงที่สุด และหลังจากนี้ก็ให้ผู้ต้องหาไปต่อสู้ในชั้นศาล” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาโพสต์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าถูกแก้แค้นจากทุนจีนสีเทา และยืนยันไม่ได้กระทำผิด วอนทุกคนอย่างเชื่อนั้น เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะปฏิเสธ และเป็นสิทธิของประชาชนที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่หากไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ศาลจะไม่อนุมัติหมายจับให้

ขณะที่พนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า ผู้ต้องหามีสัญชาติจีน แต่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 30 ปี และภายหลังที่ได้มีการเข้าไปช่วยเหลือเป็นล่ามภาษากลุ่มคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย เคยได้รับการไว้วางใจแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีครอบครัวป้องกันปรามปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2565 ซึ่งหลังจากมีสถานะตกเป็นผู้ต้องหา รองผบ.ตร.อยู่ระหว่างปลดจากตำแหน่งดังกล่าวทันที ส่วนตัวผู้ต้องหาปัจจุบันถือวีซ่าThailand Privilege Card หรือวีซ่าประเภทพิเศษสำหรับนักธุรกิจ นักลงทุนชาวต่างชาติ

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top