จิระพงศ์ เต็มเปี่ยม : ‘Single Command’ การบริหารจัดการน้ำ อย่างมีเอกภาพในภาวะวิกฤต

สภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนอย่างสุดขั้วเกิดขึ้นรุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก สภาวะเอลนีโญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้และมีแนวโน้มต่อเนื่องถึงปี 2570 ก็เช่นเดียวกัน จึงจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรองรับทั้งปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ ตลอดจนฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569 เป็นช่วงที่ต้องติดตามสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงฤดูร้อนและต้นฤดูฝนปี 2570 ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ฝนตกน้อย และบางพื้นที่มีความเสี่ยงประสบปัญหาภัยแล้ง ในขณะเดียวกัน อาจเกิดฝนตกหนักในปริมาณมากภายในระยะเวลาสั้นและในพื้นที่จำกัด หรือที่เรียกว่า “Rain Bomb” ส่งผลให้บางพื้นที่ยังมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน จึงจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดควบคู่กันไป
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติด้านน้ำที่มีแนวโน้มรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ โครงสร้าง และขั้นตอนการปฏิบัติ เพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติด้านน้ำ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงถึงขั้นวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ภัยแล้ง หรือวิกฤตจากสภาวะเอลนีโญ สทนช. จะทำหน้าที่บูรณาการและรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และกลั่นกรองสถานการณ์ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อพิจารณาเสนอนายกรัฐมนตรีจัดตั้ง กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์บัญชาการเดี่ยว (Single Command)” สำหรับบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในภาวะวิกฤตอย่างเป็นเอกภาพ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้อำนวยการ
“กอนช. จะเป็นศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ จะทำหน้าที่บูรณาการหน่วยงานในการติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้ม ประเมินพื้นที่เสี่ยง และวางแผนบริหารจัดการน้ำ โดยใช้ระดับความรุนแรงของสถานการณ์และผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลัก พร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์ความเสี่ยงไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.กลาง) และหน่วยงานปฏิบัติล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง รวมถึงอำนวยการ บูรณาการควบคุม กำกับ และสั่งการการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” รองเลขาธิการ สทนช. กล่าว
นอกจากนี้ กอนช. ยังมีหน้าที่เสนอแนวทาง มาตรการ แผนปฏิบัติการ และงบประมาณ เพื่อป้องกัน แก้ไข และบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย ภัยแล้ง และปัญหาคุณภาพน้ำ ให้สอดคล้องกับแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมและภาวะน้ำแล้ง รวมทั้งประสานการปฏิบัติงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการทำงานของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) และเร่งบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในภาวะวิกฤตให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
การขับเคลื่อนกลไก Single Command จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศ จากการทำงานแบบแยกส่วนสู่การบูรณาการข้อมูลการวิเคราะห์ การแจ้งเตือน และการสั่งการภายใต้ทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับอุทกภัย ภัยแล้ง และความผันผวนของสภาพภูมิอากาศได้อย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

