บุคคลแนวหน้า : 26 สิงหาคม 2569 (รักษ์ ปฐวี)

nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา...nn สถานการณ์ในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ร้อนระอุอย่างยิ่ง เมื่อฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบปฏิบัติการปูพรม โดยใช้เวลาแค่ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงเที่ยงคืนวันที่ 22 สิงหาคม ลงมืออย่างน้อย 51 เหตุการณ์
...nn คำถามที่เกิดขึ้นทันทีคือ เกิดอะไรขึ้นกับงาน “การข่าว” ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ปฏิบัติการปูพรมแบบนี้ต้องใช้ผู้ร่วมก่อเหตุจำนวนมาก ทำไมหน่วยงานข่าวในพื้นที่จึงจับสัญญาณความเคลื่อนไหวผิดปกติอะไรไม่ได้เลย
...nn อย่างไรก็ตาม ต่อมาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม มีการเปิดเผยจากระดับสูงในสายงาน 2 คน คือ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ในฐานะประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ที่คนวงในเรียกว่า
“ครม.ส่วนหน้า” ทั้ง 2 คน ยอมรับว่าทางการข่าว “ทราบล่วงหน้า” ว่าจะมีปฏิบัติการเกิดขึ้น
...nn พล.ท.นรธิป ระบุว่า ทางการข่าวทราบมาเกือบ 2 เดือน ว่าจะมีการก่อเหตุตามสถานที่ราชการและเป้าหมายอื่นๆ และได้เพิ่มการลาดตระเวน เฝ้าตรวจให้เข้มข้นขึ้น
...nn ขณะที่ “สีหศักดิ์” ยอมรับว่า “แม้จะรู้ล่วงหน้า แต่จะปฏิบัติการเมื่อใดเราอาจคาดการณ์ได้ไม่ดีพอ แต่บางครั้งการปฏิบัติการเช่นนี้ก็กระจายออกไป การคาดการณ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายทีเดียว อย่างไรก็ตาม เราต้องมานั่งดูกันทั้งเรื่องการข่าวและความพร้อมที่จะสกัดป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์”
...nn แกะถ้อยคำสัมภาษณ์ของ “สีหศักดิ์”น่าสนใจตรงจุดที่ระบุว่า “ความพร้อมที่จะสกัดป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์” ย่อมหมายความเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก แม้จะมีการข่าวล่วงหน้า แต่ในทางปฏิบัติ การป้องกันในพื้นที่ ไม่มีความพร้อม
...nn ส่วนความไม่พร้อมนั้นจะเกิดจากอะไร เรื่องของกำลังพล การวางแผน หรือ “การสั่งการ” นี่คือสิ่งที่
“นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดต้องไป “ไล่ย้อน” ให้พบว่าจุดใดที่เป็นปัญหา และแก้ไขโดยเร็ว
...nn ในความขัดแย้งแบบ “อสมมาตร” อาทิ ระหว่างรัฐ กับกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐ เช่น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สมรรถภาพด้านการรบ เช่น อาวุธ หรือกำลังพล อาจไม่ใช่จุดชี้ขาดแต่จุดสำคัญจะอยู่ที่ “การข่าว” และ “งานมวลชน”
...nnคำให้สัมภาษณ์ของ “พล.ท.นรธิป” ที่ระบุถึง “งานมวลชน” ว่า “อันนี้คือปัญหาในพื้นที่ เรื่องการไม่ได้รับการสนับสนุนจากมวลชน ต้องยอมรับว่าเรายังไม่ดี งานมวลชนยังไม่ดีพอ” จึงน่าสนใจอย่างยิ่ง
...nn ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนสภาพงานฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน คือคำตอบของคำถาม เหตุใด
ปฏิบัติการก่อกวนพร้อมกัน 51 เหตุการณ์ ในเวลาแทบจะพร้อมกันจึงเกิดขึ้นได้ โดยแทบไม่มีการสกัดกั้นจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยในพื้นที่
...nn นี่คือการบ้านเล่มใหญ่ที่ “นายกฯ อนุทิน”ต้องผ่าทางตันให้ได้ และอาจต้องใช้ “ความกล้า” อย่างยิ่ง
ในการพลิกสถานการณ์โดยเร็ว โดยเฉพาะการ “ผ่าตัด” โครงสร้างการทำงานในฝ่ายปฏิบัติการ
...nn เริ่มแล้วสำหรับสมัยการประชุมรัฐสภา ที่เริ่มต้นในวันที่ 25 สิงหาคม ไล่ไปจนถึงปลายเดือนธันวาคม บางคนคิดไปไกลถึงขั้นว่า “รัฐบาลอนุทิน” กำลังเข้าสู่ Killing Zone แต่ทำไปทำมา “รักษ์ ปฐวี” ได้ยินมาว่าฝ่ายค้านอาจแค่เปิด“อภิปรายเป็นการทั่วไปแบบไม่ลงมติ” เท่านั้น ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจค่อยไปจัดกันสมัยประชุมหน้า ถ้าเป็นจริงก็เรียกว่าม้วนเสื่อกันตั้งแต่เพลงโหมโรงยังไม่เริ่มบรรเลงด้วยซ้ำ
...nn จะว่าไปเท่าที่โชว์ชกลมกันมาช่วงปิดสมัยประชุม “รักษ์ ปฐวี” ก็ยังไม่เห็นว่าฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งพรรคประชาชน จะมี “ไม้เด็ด” อะไรด้วยซ้ำ ข่าวการลดหมัดลงมาเหลือแค่อภิปรายทั่วไปจึงดูสมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน
...nn กรณีฮั้ว สว. ข่าวว่า วันศุกร์นี้ กกต. จะมีมติว่าจะส่งสำนวนผู้ถูกร้อง 229 คน ไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัยหรือไม่โดยผู้ถูกกล่าวหา 229 คน แบ่งเป็น สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน และเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็น สว. อาทิ กรรมการบริหาร สมาชิกพรรคการเมือง และ สส.รวม 91 คน
...nn ทั้งนี้ ไม่ได้แปลว่า กกต. จะต้องส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกายกชุด หรือยกคำร้องยกชุดทั้ง 229 คน แต่ต้องพิจารณาพฤติกรรมของแต่ละคน ทำให้การดำเนินการมี 3 ฉากทัศน์ คือ ยกคำร้องทั้งหมด ส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาทั้งหมด หรือมีทั้งยกคำร้องและส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา...ศุกร์นี้ คอการเมืองต้องไม่พลาดอย่างเด็ดขาด!...nn
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

