บุคคลแนวหน้า : 28 สิงหาคม 2569 (รักษ์ ปฐวี)

nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา นำเสนอข่าวสารสู่ผู้อ่าน ผู้ชม ผ่านทุกแพลตฟอร์ม
...nn โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่บริเวณเทือกเขาหิมาลัยชายแดนเนปาล-ทิเบต มวลน้ำมหาศาลนำพาหินดินโคลนทะลักจากภูเขา ลงมาอย่างรวดเร็วรุนแรง ยังระบุจำนวนผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจากทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งมีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่แน่นอนไม่ได้ แต่ภาพวิดีโอที่เผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ
...nn ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์สาเหตุว่ามาจากแผ่นดินไหว ทำให้ธารหิมะและหินถล่มลงมา แต่หลักฐานในชั้นถัดมาชี้ชัดว่าแรงสะเทือนที่วัดได้ดังกล่าวมาจากแรงกระแทกของธารหิมะที่ถล่มลงมา ไม่ใช่แผ่นดินไหวทำให้หิมะถล่มอย่างที่เข้าใจกันทีแรก
...nn “รักษ์ ปฐวี” ได้ดูคลิปจากเพจ Facebook ของ “ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์”(Thon Thamrongnawasawat) “อ.ธรณ์” อธิบายชัดเจนว่าสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้เกี่ยวข้องกับปัญหา “โลกร้อน”
...nn “อ.ธรณ์” พูดถึง Glacier หรือ “ธารน้ำแข็ง”ที่ได้รับผลจากโลกร้อน ละลายเร็วขึ้น เพราะอุณหภูมิสูงขึ้นซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยยุโรปหลายๆ ประเทศเห็นชัดมาก
...nn “อ.ธรณ์” บอกอีกว่าในเทือกเขาหิมาลัย Glacier ละลายเร็วมาก โดยเปรียบเทียบกับอดีตแค่ 20 ปี ละลายเร็วขึ้น 2 เท่าเป็นอย่างน้อย และจะยิ่งละลายมากขึ้นตามอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้นด้วย
...nn“อ.ธรณ์” บอกว่าการละลายของ Glacier ที่ว่าทำให้เกิดน้ำในปริมาณเพิ่มขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วหิมาลัย และพอช่วงนี้เป็นฤดูมรสุม ฝนตกกระหน่ำลงมา สิ่งที่เรียกว่า“เขื่อนธรรมชาติ” ที่สกัดกั้นไว้ก็เกิดการพังทลาย ก็เลยถล่มโครมลงมาอย่างที่เห็น เกิดแรงกระแทกอย่างรุนแรงจนทำให้เข้าใจผิดกันว่าเกิดแผ่นดินไหวจนธารน้ำแข็งถล่มแสดงให้เห็นว่าแรงกระแทกนั้นรุนแรงมากจริงๆ
...nnนักวิชาการอีกคนหนึ่งที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างน่าสนใจคือ “ดร.สนธิ คชวัฒน์” โดย “อ.สนธิ” โพสต์ไว้ในเพจ Sonthi Kotchawat ว่า “สาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเป็นหลัก แต่เกิดจากปัจจัยทางธรณีวิทยาและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง”ซึ่งส่วนของสภาพภูมิอากาศนั้น “อ.สนธิ” ระบุว่า “ผลกระทบมาจากภาวะโลกร้อน โดยนักวิทยาศาสตร์และกลุ่มวิจัยสภาพภูมิอากาศ ICIMOD ระบุว่า เทือกเขาหิมาลัยกำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้ธารน้ำแข็งเปราะบางและเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติฉับพลันในลักษณะนี้บ่อยครั้งขึ้นในอนาคต”
...nn สิ่งที่ทั้ง “อ.ธรณ์”และ “อ.สนธิ” ระบุไว้ตรงกันคือ เหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีกและบ่อยครั้งขึ้นในอนาคต
...nn ถามว่าในเมื่อประเทศเราไม่มี Glacier หรือธารน้ำแข็ง เหมือนที่หิมาลัย แล้วจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้หรือไม่ “รักษ์ ปฐวี” มองว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่หิมาลัยหรือในยุโรป เป็นเพียงเหตุการณ์แบบหนึ่งที่เกิดจากปัญหาโลกร้อนซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีปรากฏการณ์อีกหลายแบบ
...nn สิ่งที่บอกเราได้ชัดคือผลของภาวะโลกร้อน มันไม่ได้จำกัดพื้นที่ของผลกระทบ แต่มันกระทบกันไปทั้งโลกจุดไหนที่มีเหตุปัจจัยพร้อมให้มันแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ ได้ทันที แต่ไม่ใช่ไม่มีสัญญาณบอกเหตุ
...nn อย่างที่ “อ.ธรณ์”บอกว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดครั้งแรกก่อนหน้านี้ในหิมาลัยก็เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้ว เพียงแต่มีเหตุปัจจัยที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายเท่าครั้งนี้
...nn “รักษ์ ปฐวี”เชื่อว่านักวิชาการ นักสิ่งแวดล้อม นักธรณีวิทยาในประเทศไทยเรามีไม่น้อย และล้วนทรงภูมิปัญญาทั้งสิ้น หากหน่วยงานภาครัฐจะเป็นแกนกลางในการระดมศึกษา หาสัญญาณเตือนและคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็น่าจะมีประโยชน์สำหรับการป้องกัน หรืออย่างน้อยก็บรรเทาความเสียหายได้หากจะเกิดอะไรรุนแรงขึ้นจริงๆ
...nn ก่อนจบอยากบอกว่า ที่ “รักษ์ ปฐวี” นำความเห็นของ “อ.ธรณ์” และ “อ.สนธิ”มานำเสนอ ด้วยข้อจำกัดด้านต่างๆ รวมทั้งด้านภูมิปัญญาที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ จึงเก็บมาได้แค่บางส่วนเท่านั้น หากใครอยากเข้าใจมากกว่านี้แนะนำเข้าไปอ่านไปฟังด้วยตัวเองคิดว่าจะได้ประโยชน์มากกว่านี้แน่นอน
รักษ์ ปฐวี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

