วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
ถ้าจะวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในบ้านเราในขณะนี้แล้ว จะพบว่าความวิกฤติหลายอย่างยังคงมีอยู่ แม้จะมีปืนเข้ามายึดอำนาจและบริหารบ้านเมืองมาเกือบจะ 5 ปีก็ตาม ความวิกฤติต่างๆดังกล่าวก็ยังไม่หมดไป มิหนำซ้ำยังมีเพิ่มขึ้นในบางด้านอีกด้วย
เห็นได้จากความเจ็บปวด และความไม่มีความสุขอย่างจริงจังของผู้คนในบ้านเมือง โดยเฉพาะในระดับล่างที่หาเช้ากินค่ำที่ยังย่ำแย่อยู่กับการดำรงชีวิตในแต่ละวัน
ปัญหาของแผ่นดินในขณะนี้มีมากมายหลายอย่าง ที่เกิดจากความไม่เอาไหน หรือความไม่เข้าใจในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งปัญหาใหม่ๆที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมเข้ามาจากกลุ่มคนมีอำนาจ ที่อำนาจนั้นอย่างสะเปะสะปะ หรือใช้อำนาจนั้นหาประโยชน์ตนและพรรคพวกในบางสิ่งบางอย่าง แม้กระทั่งเรื่องของประสบการณ์ในการบริหารจัดการที่ไม่เข้าท่าเข้าทางอย่างที่เห็นกันขณะนี้ ซึ่งทำให้ความวิกฤติต่างๆดังกล่าวยังคงดำรงอยู่ต่อเนื่องในขณะนี้
ถ้าจะแต่งเป็นคำกลอน ก็คงจะเป็นคำกลอนดังนี้
l ปัญหาชาติ กลาดเกลื่อน ขณะนี้
เพราะคนแก้ ไม่ดี แต่ผยอง
อวดฤทธิ์เดช อวดศักดา ลิ้นลำพอง
ใครจะโกรธ ใครจะร้อง ช่างหัวมัน
l มันไม่สน ผู้คน ที่ก่นด่า
เพราะคิดว่า มีอำนาจ เรื่องของฉัน
ใครจะโกรธ ใครจะร้อง ช่างหัวมัน
เรื่องของกู ก็แล้วกัน อย่าตอแย
l เอาแต่หลอก เอาแต่ลวง พวงยาหอม
ให้ชาวบ้าน ตมตอม ด้วยคำแหล
ทำอย่างนี้ เกือบห้าปี ไม่เปลี่ยนแปร
จนชาวบ้าน ชีวิตแย่ ป้อแป้ลง
l แต่ละวัน พวกคุณท่าน ไม่เคยอด
คุณท่านซด ทุกอย่าง ไม่มีหลง
ชาวบ้านต้อง อดอยาก ยากจนลง
ต้องนั่งปลง ว่าจะมี อะไรกิน
l แต่ละวัน ที่ผ่าน สุดแสนเศร้า
มีแต่โศก มีแต่เศร้า เฝ้าถวิล
ข้าวของแพง ขึ้นราคา เป็นอาจินต์
ทั้งซื้อกิน และหนี้สิน จนหมดตัว
นี่เป็นกลอนแต่งเองในท่ามกลางบรรยากาศของบ้านเมืองขณะนี้ ที่เดินไปทางไหนก็จะได้พบและได้ยินเรื่องเหล่านี้
แม้นักการเมืองทั้งหลายที่กำลังจะลงเลือกตั้งเข้ามาทำงานทางการเมืองต่อไปก็ตาม ขอให้ได้อ่านกลอนแต่งเองในเรื่องนี้ด้วย ว่าภารกิจใหญ่หลวงที่รอการทำงานของตนให้ชาวบ้านนั้น จะต้องทำงานให้ถูกทิศถูกทางในเรื่องใด ความวิกฤติต่างๆของชาวบ้านดังกล่าวจะลดน้อยลง
โดยเฉพาะขอให้รู้จัก “คติพื้นบ้าน” ของชาวบ้านดังนี้ด้วย
“ของหายต้องหา ของเสียต้องซ่อม
อย่าใช้จ่ายเกินตัว อย่ามีคนชั่วร่วมวง”
นี่คือ “คติพื้นบ้าน” ที่จำง่ายๆว่า “2 ต้อง 2 อย่า”
คือมีสิ่งที่ต้องทำ 2 อย่าง และอย่าทำ 2 อย่างควบคู่กันไป
บ้านเมืองยังวิกฤติอยู่ในขณะนี้ก็เพราะไม่ได้ทำงานในหน้าที่รับผิดชอบทางการเมืองที่จะอาสาเข้ามา 2 อย่าง ดังกล่าว
ขณะนี้บ้านเมืองของเราอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่จะต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือตกแต่งสิ่งชำรุดเสียหาย หรือสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้อง ออกไปให้ได้ แล้วสร้างสิ่งใหม่ที่ดีมาแทน แต่ต้องมองภาพรวมทั้งหมดให้ได้ก่อน
เรียกได้ว่าสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ก็ได้ในการทำงาน
โดยเฉพาะในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีส่วนร่วม
ไม่ใช่ทำงานอย่างที่แล้วๆมาด้วยการยึดติดตัวบุคคลหรือผู้มีอำนาจเป็นศูนย์กลาง แต่ต้องเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องมีส่วนร่วม ไม่ใช่คิดแทน ทำแทน อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างที่ผ่านๆมา
พูดง่ายๆก็คือ การเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
สร้างกระบวนทัศน์ใหม่อย่างนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้

อินเดีย แถลงสยบข่าวลือ ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์แค่ 2 ราย ย้ำไม่มีการแพร่ระบาด
เดือดจัด! อาจารย์อ้อย ตะโกนถาม สรยุทธ ใจทำด้วยอะไร ปมหนุนพรรคส้ม
จ๊ะ นงผณี น้ำตาร่วงกลางเวที กัดฟันโชว์สปิริตเพื่อแฟนเพลง แม้พ่อวิกฤตอยู่ ICU
เจ้าหญิงน้ำแข็ง เบี้ยที่ถูกปั้นเป็นฮีโร่ นิทานสะท้านใจจาก CEO หนุ่ม
เพชรเม็ดงามที่ถูกเวลา! อัษฎางค์ ชี้ ศุภจี คือตราประทับคุณภาพ เปลี่ยนภูมิใจไทยจากพรรคบ้านใหญ่สู่สากล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี