วันเสาร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ประสงค์พูด
ประสงค์พูด

ประสงค์พูด

ประสงค์ สุ่นศิริ
วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.

หนีเสือปะจระเข้

ดูทั้งหมด

  • Tweet

วันนี้อยากนำเรื่องของสำนวนไทยมาพูดเพราะสำนวนเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของภาษาไทย แต่ละสำนวนเป็นคำพูดที่คมคายกว่าคำพูดธรรมดา เป็นคำพูดที่รวมเอาความหมายที่ยาวๆ มาทำให้สั้นลง ทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจได้ง่าย

คุณค่าของสำนวนไทยเรานั้นมีหลายประการ เช่น


1. เป็นเครื่องอบรมสั่งสอนและชี้แนะให้เป็นคนดี

- ในด้านความรัก เช่น คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

- ในการอบรม เช่น ฝนทั่งให้เป็นเข็ม

- ในด้านการพูดจา เช่น พูดดีเป็นศรีแก่ตัว พูดชั่วพาตัวเสียหาย

2. สำนวนไทยสะท้อนให้เห็นความคิดเช่น เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ชาติเสือต้องไว้ลาย

3. สะท้อนให้เห็นภาวะความเป็นอยู่ เช่น เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย น้ำขึ้นให้รีบตัก เป็นต้น

จากตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นดังกล่าว คงพอจะทำให้เห็นถึงคุณค่าของสำนวนไทยของเราว่า นอกจากใช้ภาษาที่ไม่ต้องใช้คำพูดที่เยิ่นเย้อยืดยาวแล้ว ยังเข้าใจง่ายอีกด้วย เพราะเป็นถ้อยคำที่มีความหมายพิเศษ มีชั้นเชิงให้ขบคิด ซึ่งจะเรียกว่าเป็น “โวหาร” ก็ได้

อย่างชื่อเรื่องที่ตั้งไว้ข้างต้นที่ว่า “หนีเสือปะจระเข้” ก็เช่นเดียวกัน เป็นสำนวนไทยที่คุ้นหูกันดีว่า หมายถึงการหนีภัยอย่างหนึ่งแต่ต้องกลับพบภัยอีกอย่างหนึ่งนั่นเองคือวิ่งหนีเสือบนบกลงไปในแม่น้ำหวังจะให้พ้นภัยจากเสือกัด แต่กลับต้องพบกับจระเข้ในแม่น้ำอีก อย่างนี้เป็นต้น

ดีไม่ดีในแม่น้ำนั้นดันมีเหี้ยเพิ่มขึ้นมาอีกด้วยแล้วยิ่งแย่ใหญ่

“หนีเสือปะจระเข้” จึงนำมาสะท้อนความเป็นอยู่ หรือสภาวการณ์ของบ้านเมืองของเราในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี ว่าผู้คนในบ้านเมืองของเราขณะนี้อยู่ในสภาพของ “หนีเสือปะจระเข้” ไม่ผิด เพราะผู้คนในบ้านเมืองของเราต้องผจญชีวิตอยู่กับพวกวายร้ายที่มีอำนาจ และใช้อำนาจอย่างชอบใจเพื่อประโยชน์ตนและพรรคพวก หลายปีที่ผ่านมา “รวยกระจุก”อยู่ในหมู่พวกของตัว แต่ “จนกระจาย” ไปทั่วทั้งแผ่นดินอย่างที่คนส่วนใหญ่ในประเทศประสบมาแล้ว จนผู้คนทนไม่ได้กับสภาวการณ์ดังกล่าว ต้องจับมือกันออกมาขับไล่ “เสือ” ตัวนี้ให้พ้นไป

ผู้คนในบ้านเมืองส่งเสียงเฮต้อนรับ“อำนาจใหม่” ในระยะแรก ซึ่งเป็นอำนาจที่ได้มาจากปากกระบอกปืน แต่เสียงเฮต้อนรับดังกล่าวนี้แผ่วเบาลงไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนในตอนแรก เพราะเกือบสี่ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองโดยรวมดูจะเข้าอยู่ในสภาวการณ์อย่างเก่าเหมือนตอนวิ่งหนีเสือ

แต่ละวันของชีวิตยังเป็นไปอย่างยากลำบากในการทำมาหากิน หนี้สินทั้งเฉพาะตัวหรือหนี้สินของครอบครัวมีแต่เพิ่ม เรียนจบไม่มีงานทำ ผู้มีอำนาจก็ยังคงติดอยู่ในวังวนแห่งอำนาจ ที่ทำให้การบริหารจัดการต่างๆ ผิดเพี้ยนเพราะติด “กับดักแห่งอำนาจ” ที่มีอยู่

ดูแล้วก็เหมือน “หนีเสือปะจระเข้”นั่นแหละ

และถ้าจะว่าไปแล้ว สภาวการณ์ในบ้านเมืองขณะนี้ ยังเป็นไปเหมือนสำนวนไทยอีกหลายสำนวน โดยเฉพาะในเรื่องต่อไปนี้

1. ได้คืบจะเอาศอก

เป็นสำนวนไทยที่เปรียบเทียบให้เห็นคนจำพวกหนึ่งที่ “ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ” เป็นคนประเภทที่มีความอยากเกิดขึ้นตลอดเวลา ได้เท่าไร มีเท่าไรไม่พอ อยากมีอยากต่อให้ยาวออกไปเรื่อยๆ เหมือนได้คืบหนึ่งแล้วก็อยากจะได้ให้ยาวเป็นศอกอีก เหมือนภาวการณ์ของการใช้อำนาจในขณะนี้ ที่คิดอ่านหาทางจะต่อยอด สืบทอดระยะเวลาในการมีอำนาจต่อไปอีกเรื่อยๆ ด้วยวิธีการต่างๆ

2. ปืนต้นไม้ขึ้นไปหาปลา

เป็นสำนวนที่ให้ขบคิดและรู้จักวิธีหาจุดหมายที่ต้องการจะได้รับ ว่าจะต้องไปหาที่จุดไหน และจะต้องตระเตรียมวิธีการตลอดจนเครื่องมือที่จะใช้ให้ถูกต้องด้วย เหมือนการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ต้องรู้จักวางแผน วางโครงการ วางผู้คนในการทำงาน ให้เหมาะสมถูกต้อง ไม่ใช้ทำงานกันตามใจชอบ ตามใจอยากของตน ที่ไม่ได้เข้าสู่จุดหมายที่จะแก้ไข

3. ขี้ราดพลาดร่องกลับโทษคนอื่น

เป็นสำนวนที่เปรียบเทียบการกระทำผิดของตน หรือของคนในพวกเดียวกับตน ซึ่งทำผิดแล้วกลับไปโทษคนอื่นตลอดเวลา อย่างเช่นเรื่อง “แหวนและนาฬิกา” เป็นต้น

4. คอหอยกับลูกกระเดือก

เป็นสำนวนที่มีความหมายให้คิดว่า เป็นสิ่งที่เข้ากันได้ดี แยกกันไม่ออก เพื่อนพ้องน้องพี่ทำอะไรผิดก็คอยช่วยปกป้อง หาช่องทางช่วยเหลือตลอดเวลา พูดจาพาทีก็ไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่แยกแยะ

5. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

เป็นสำนวนที่มีความหมายให้คิดว่า การกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่สมดุลกับสภาพความจริงที่กำลังเป็นอยู่ เช่นเรื่องการใช้เงินใช้ทองของแผ่นดินไปทำโน่นทำนี่ทั้งๆที่บ้านเมืองยังอยู่ในสภาพย่ำแย่ทางเศรษฐกิจ ผู้คนยังยากจนแต่ต้องเสียภาษีให้ไปใช้จ่าย อย่างเช่น อยู่ๆก็เอาเงินไปซื้อเรือดำน้ำ ซื้อรถถัง หรือสร้างรถไฟความเร็วสูง 3.5 กิโลเมตร เป็นต้น

6. กลองจะดังต้องมีคนตี แต่กลองอัปรีย์ดังเอง

เป็นสำนวนที่มีความหมายให้คิดว่า คนที่ดีแต่พูดอวดสรรพคุณตัวเอง อวดผลงานตัวเอง ว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นต้น โดยไม่ใช่อย่างที่คนอื่นเห็น คนประเภทนี้เป็นคนแบบ“กลองอัปรีย์” เพราะดังโดยไม่มีคนตี

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

  • Tweet
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
07:38 น. กูรู‘ไพศาล’ส่งซิก!‘นายกฯลุงตู่’กองหนุนแนวหน้าเตือน ถ้ายังเฉยต่อไปก็ตัวใครตัวมัน
07:10 น. ส่องดาว ส่องดวง : ดาวจรวันที่ 9-15 พฤษภาคม 2564
06:42 น. 'กทม.-ปริมณฑล'ยังมีฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ใต้ฝนน้อย
06:00 น. กะเหรี่ยงยึดฐานพม่าอีก1 เผาทำลายที่พัก-บังเกอร์ทิ้ง
06:00 น. หัวหินผวาคลัสเตอร์โรงงาน ติดเชือ112ราย เร่งจัดตั้งรพ.สนามไว้รองรับ
ดูทั้งหมด
เปิดใจลูกชาย‘นายพลโบเมียะ’ ยึดเบ็ดเสร็จฐานซอเลท่า ลั่นโค่นเผด็จการพม่าได้แน่
ผับปิดเก็บทรงไม่อยู่! เมียโยกตามเพลงผัดกับข้าว สามีแอบถ่ายคลิปเรียกรอยยิ้ม
'แอน จักรพงษ์' เหมาหมด คว้าคนข่าว พิธีกรดัง ดาราสุดจี๊ด นั่งจัดรายการล้นช่องJKN18
‘พุทธะอิสระ’ประกาศถึงเวลาจับศาสดาแก๊งล้มเจ้า ล็อกเป้านักบวชระดับมหา
ปังมาก! 'แตงโม นิดา'อวดหุ่นฮอตสุดซี๊ด ในชุดว่ายน้ำสีสดใส
ดูทั้งหมด
ไทยสอบตกรับมือโคบ้า
หลักประกันสุขภาพกับความยั่งยืน
บุคคลแนวหน้า : 8 พฤษภาคม 2564
แวดวงการเงิน : 8 พฤษภาคม 2564
‘ยอดโอนที่ดินยังอ่อนแอ’
ดูทั้งหมด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อุดรฯผวาคลัสเตอร์ใหม่ พบ'แม่ค้า-อสม.'ติดเชื้อ สั่งปิดตลาดสดชั่้วคราว 3 วัน

‘กัมพูชา’ยังเผชิญศึกหนัก ป่วยโควิด-19เพิ่ม558รายยอดสะสมใกล้แตะ2หมื่น

ปูพรมกวาดล้างขนม'เยลลี่ลูกตา'ย่านตลาดสำเพ็ง หลังเด็กกินแล้วอาเจียน

นกเหล็กยักษ์‘สตราโตลอนช์’ใหญ่สุดของโลก ทดสอบบินรอบ2

อดีต ตชด.หันมาปลูก ‘แคคตัส’ กว่าพันชนิดขายสร้างรายได้งาม

'ฮ่องกง'จ่อลด‘เวลากักตัว’เหลือ1สัปดาห์ ให้ผู้ฉีดวัคซีนโควิด-19ครบโดส

  • Breaking News
07:38 น. กูรู‘ไพศาล’ส่งซิก!‘นายกฯลุงตู่’กองหนุนแนวหน้าเตือน ถ้ายังเฉยต่อไปก็ตัวใครตัวมัน
07:10 น. ส่องดาว ส่องดวง : ดาวจรวันที่ 9-15 พฤษภาคม 2564
06:42 น. 'กทม.-ปริมณฑล'ยังมีฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ใต้ฝนน้อย
06:00 น. กะเหรี่ยงยึดฐานพม่าอีก1 เผาทำลายที่พัก-บังเกอร์ทิ้ง
06:00 น. หัวหินผวาคลัสเตอร์โรงงาน ติดเชือ112ราย เร่งจัดตั้งรพ.สนามไว้รองรับ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

นึกถึงชาวบ้านบ้าง

นึกถึงชาวบ้านบ้าง

30 ต.ค. 2563

มิติแห่งความมั่นคงของชาติ

มิติแห่งความมั่นคงของชาติ

27 ต.ค. 2563

หนีเสือปะจระเข้

หนีเสือปะจระเข้

23 ต.ค. 2563

บ้านเมืองไม่ดีก็เพราะยังมีคนไม่ดี 4 พวก

บ้านเมืองไม่ดีก็เพราะยังมีคนไม่ดี 4 พวก

20 ต.ค. 2563

นึกถึงชาวบ้านบ้าง

นึกถึงชาวบ้านบ้าง

16 ต.ค. 2563

หนีเสือปะจระเข้

หนีเสือปะจระเข้

13 ต.ค. 2563

มิติแห่งความมั่นคงของชาติ

มิติแห่งความมั่นคงของชาติ

9 ต.ค. 2563

ขี่ม้าให้คิดถึงเรื่องตกม้า (2)

ขี่ม้าให้คิดถึงเรื่องตกม้า (2)

6 ต.ค. 2563

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายประพันธ์ สุขทะใจ ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นที่เกียวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2017 Naewna.com All right reserved