วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
เรื่องที่จะพูดในวันนี้ ก็ขอฝากไปยังผู้ที่กำลังจะเข้ามาบริหารบ้านเมืองในระยะต่อไปนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ว่าจะคิดจะทำอะไรต่อไปก็ขอให้คิดให้ทำโดยยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ว่าประชาชนในบ้านเมืองจะได้รับผลโดยรวมอย่างไรบ้าง
ขออย่าคิดเพียงว่าพวกตัวเองจะได้อะไร
เหมือนๆพวกที่ได้อำนาจรัฐไปใช้ในระยะห้าปีที่ผ่านมา ที่มีชุดความคิดของตนเอง วางรูปแบบพิมพ์เขียวในชื่อว่ายุทธศาสตร์ชาติ ให้ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างโน้นอย่างนี้เป็นเวลาหลายปี ทั้งๆ ที่สถานการณ์ต่างๆ ในโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่คงที่
ขอผู้บริหารบ้านเมืองที่มาจากการเลือกตั้งอย่าคิดอย่างนี้ แต่ต้องคิดโดยยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ว่าประชาชนจะได้รับผลอย่างไร ดีขึ้นหรือไม่
ก็เพราะเรื่องไม่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหาต่างๆ นี่แหละ บ้านเมืองในระยะที่ผ่านมาใกล้ๆนี้ ปัญหาต่างๆ หลายอย่างขยายตัวมากขึ้นถึงวันนี้
จึงเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า การตั้งโจทย์ในการกำหนดนโยบายทำงานแบบเดิมๆ สลับสับเปลี่ยนกันมาหลายคณะผู้บริหาร จึงไม่ค่อยเห็นประสิทธิผล
ที่เห็นได้ชัดเจนก็เช่น
1. ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนขยายตัวมากขึ้น
2. มหาเศรษฐีผู้เป็นเจ้าของความมั่งคั่งมีเพิ่มขึ้น แต่คนไทยส่วนใหญ่ในประเทศยังอยู่ใต้เส้นความยากจน
3. คนไทยมากกว่า 3 ใน 4 ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน
4. คนไม่มีงานทำเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ
เอาแค่ 4 อย่างนี้ก็พอในการแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดยไม่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไข สภาพจึงเป็นอย่างนี้
เฉพาะอย่างยิ่งนำไปสู่ความขัดแย้งกันในบ้านเมืองอย่างมากในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่ผ่านมาและที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ มีการแบ่งกลุ่มแบ่งพวก แบ่งสีเสื้อ ขัดแย้งกันอย่างหนักในความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งนำมาซึ่งอุปสรรคสำคัญในความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้
จะใช้นโยบายประชานิยมอย่างไรก็แก้ปัญหาหลักดังที่กล่าวมาไม่ได้ผล นอกจากประโยชน์ของผู้ใช้นโยบายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว
นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่รัฐบาลทหารนำออกมาประโคมขายตั้งแต่แรกนั้น ก็ไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในทางที่ดีขึ้น
โดยเฉพาะในปัญหาการทุจริตคดโกงและประพฤติมิชอบที่เกิดขึ้นและขยายตัวอย่างมาก ทั้งในวงราชการและธุรกิจเอกชนดูจะมีมากขึ้นเพิ่มเข้ามาอีก
มีองค์กรตรวจสอบความทุจริตประพฤติมิชอบของภาครัฐในการทำงานแก้ไขเรื่องดังกล่าวก็จริง แต่ก็มีการแทรกแซงจากคนมีอำนาจในบางยุคบางสมัยที่ส่งคนของตนเข้าไปทำงาน หรือกำกับดูแล ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานอย่างตรงไปตรงมาไม่ค่อยจะได้ผล
ถ้ามีการบริหารบ้านเมืองโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางก็สมควรอย่างยิ่งที่ต้องหาทางตั้งกฎกติกากันใหม่โดยเพิ่มให้ประชาชนมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องความทุจริตประพฤติมิชอบดังกล่าวนี้ด้วย ประสิทธิภาพในการทำงานตรวจสอบของหน่วยงานดังกล่าวก็คงดีขึ้นและไว้วางใจได้มากขึ้นในกระบวนการตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ
สรุปรวมความแล้ว การบริหารจัดการบ้านเมืองของผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารบ้านเมืองที่ยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง คงจะได้พบหนทางในการทำงานในเรื่องใหญ่ๆต่อไปนี้ว่า
1. ทำอย่างไรผู้คนในระดับล่างจะยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง
2. ทำอย่างไรจะดูแลประชาชนได้ทั่วถึงทุกกลุ่มอาชีพ
3. ทำอย่างไรให้ที่ดินกระจายสู่ประชาชนใน
วงกว้าง
4. ทำอย่างไรธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมจะแข็งแรง
5. ทำอย่างไรการศึกษาจะสร้างเยาวชนให้มีความคิดในทางสร้างสรรค์
6. ทำอย่างไรประชาชนจะมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความทุจริตประพฤติมิชอบที่เกิดขึ้นจากการทำงานของภาครัฐหรือภาคเอกชนได้ อย่างแท้จริงด้วย
ทั้ง 6 ประการดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ ถ้าผู้มีอำนาจในการบริหารบ้านเมือง จะได้ยึดถือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางในการจัดทำนโยบายบริหารประเทศ
เป็นโจทย์ใหญ่ที่ขอฝากไปยังผู้ที่กำลังจะเข้ามาบริหารบ้านเมืองขณะนี้ได้รับไปศึกษาพิจารณาด้วย ถ้าตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชนอย่างจริงๆ
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ

‘นายกฯ’อวยพรปีใหม่ 2569 ขอคนไทยมีความสุข เฉลิมฉลองด้วยความไม่ประมาท
เช็คอากาศปีใหม่ ‘ไทยตอนบน’หนาวเย็น ‘ภาคใต้ตอนล่าง’ฝนน้อย ‘ฝุ่น’ค่อนข้างมาก
'ดร.ส้ม' ลั่นไม่เคยเคลมผลงานใคร ยันลุยดัน กม.คุกคามทางเพศมาตั้งแต่ปี62
มีหนาว! คุกคามทางเพศผ่านโซเชียลมีเดีย มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ ฉบับใหม่ กำหนดคุณสมบัติต้องห้าม ผู้ใหญ่บ้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี