วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” ขอนำเสนอเรื่องเล่าจาก ผศ.ดร.อัมพร จิรัฐติกร อาจารย์คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในงานเสวนา “ผลักดันละครไทยไปสู่สากล” ซึ่งจัดโดยกลุ่มจับตาอาเซียน (ASEAN Watch) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ว่าด้วยงานวิจัยเรื่อง “การบริโภคละครไทยในกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน” เนื่องจากผู้บริโภคละครไทยทุกวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงในประเทศไทยอีกต่อไป แต่ยังขยายไปยังกลุ่มประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และประเทศใกล้เคียงอย่างจีน
อาทิ เพื่อนบ้านของไทยอย่าง เมียนมา ลาว กัมพูชา ที่คุ้นเคยกับละครไทยมากว่า 2 ทศวรรษ โดยชาวเมียนมา กัมพูชา รวมถึงชาวม้งในลาว จะนำละครไทยไปพากย์ในภาษาของตนเอง แต่ชาวลาวจะดูละครไทยแบบเสียงภาษาไทยได้โดยตรงเพราะฟังกันรู้เรื่อง “ละครไทยเสมือนเป็นสื่อสร้างความคุ้นเคยกับสังคมไทยเบื้องต้นก่อนที่คนจากประเทศเพื่อนบ้านจะเข้ามาทำงานในประเทศไทย” การพากย์นั้นในยุคแรกๆ ด้วยความที่ดูกันแบบไม่มีลิขสิทธิ์จึงทำกันเองตามมีตามเกิดหลายครั้งพบว่าเสียงประกอบฉากหายไป เช่น ฉากริมทะเลแต่ไม่ได้ยินเสียงทะเล เป็นต้น
“การเกิดทีวีดิจิทัลทำให้ละครไทยยุคใหม่มีหลากหลายแนวมากขึ้นจากในอดีต” อีกทั้งยังมี “บริษัทจัดจำหน่าย” เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ทำหน้าที่แทนผู้ผลิตเพราะผู้ผลิตอาจไม่รู้จักหรือไม่เชี่ยวชาญด้านตลาด ซึ่งปัจจุบันละครไทยมีตลาดใหม่ๆ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และจีน ขณะที่ตลาดเดิมอย่างกัมพูชาเริ่มเปลี่ยนจากการรับชมแบบไม่มีลิขสิทธิ์เป็นการนำเข้าละครไทยแบบถูกลิขสิทธิ์มากขึ้น โดยเมื่อเจาะเป็นรายประเทศ พบว่า
เวียดนาม มีการนำละครไทยไปฉายในช่วงที่เรียกว่า “ไพรม์ไทม์ (Prime Time)” หรือช่วงเวลาที่มีผู้ชมโทรทัศน์มากที่สุดของวัน สำหรับแนวโน้มตลาด “เวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับละครไทย แต่มีอินเดียเป็นคู่แข่งที่สำคัญเพราะละครจากแดนภารตะราคาถูกกว่า” ปัจจัยที่ละครไทยเรื่องใดจะได้ไปฉายในเวียดนามเช่น นักแสดงเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ชาวเวียดนาม (ซึ่งอาจไม่ตรงกับกระแสนิยมของชาวไทยก็ได้)
อินโดนีเซีย ตลาดแดนอิเหนาจะเน้นไปทางภาพยนตร์เป็นหลัก มีการนำเข้าภาพยนตร์ไทยไปฉายอย่างต่อเนื่อง ส่วนละครยังมีไม่มากนัก เนื่องจากอินโดนีเซียมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากไทยและมีระบบการเซ็นเซอร์ (Censorship) ค่อนข้างเข้มงวด ฟิลิปปินส์มีลักษณะเช่นเดียวกับอินโดนีเซีย คือที่ผ่านมาจะนิยมภาพยนตร์ไทยเป็นหลัก มีละครไทยเข้าไปฉายไม่มากนักแต่เมื่อเทียบระหว่างละครไทยที่ได้เข้าไปฉายกับละครเกาหลีใต้ที่ได้ฉายในเวลาเดียวกัน พบว่าละครไทยมีเรตติ้ง(Rating) สูงกว่าละครแดนกิมจิ ฟิลิปปินส์จึงเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจ
จีน ในช่วงปี 2551-2554 ถือเป็นยุคทองของละครไทยในจีนอย่างแท้จริง สถานีโทรทัศน์ของจีนบางแห่งนำละครไทยไปฉายถึงปีละ 10 เรื่อง กระทั่งในปี 2555 ทางการจีนมีนโยบายปกป้องอุตสาหกรรมบันเทิงในประเทศ หนึ่งในมาตรการสำคัญคือจำกัดโควตาละครจากต่างประเทศ รวมถึงห้ามเนื้อหาหลายประเภท เช่น เรื่องศาสนา ไสยศาสตร์ ภูตผีวิญญาณ การเมือง เรื่องเพศเพศทางเลือก (เพศที่ 3) การสลับร่าง นอกจากนี้ยังต้องเจอคู่แข่งอย่างอินเดียที่ราคาละครถูกกว่าอีกต่างหาก
อาจารย์อัมพร เล่าต่อไปถึง “รสนิยมของชาวต่างชาติที่ชมละครไทย” พบว่า “ชาวเวียดนาม” นิยมละครไทยทุกแนว โดยให้เหตุผลว่ามีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ผู้ชมบางกลุ่มชอบที่ละครไทยมีฉากอารมณ์แรงกว่าละครเกาหลีใต้ อาทิ มีบทนางอิจฉา-นางร้าย ขณะที่ “ชาวอินโดนีเซีย” มองว่าละครเกาหลีใต้ดูเป็นผู้หญิงเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นชาย อีกทั้งมองว่าวิถีชีวิตคนหนุ่ม-สาวของชาวไทยใกล้เคียงกับตนเองมากกว่า
“ชาวจีน” นั้นด้านหนึ่งนิยมละครไทยมากแม้จะต้องรับชมผ่านอินเตอร์เนตที่มีกลุ่มแปลบทบรรยาย (Subtitle) เป็นภาษาไทยแบบทำกันเอง (เพราะหลายเรื่องไม่ผ่านเซ็นเซอร์ของจีน) แต่อีกด้านหนึ่งก็มีคำพูดเชิงประชดประชันทำนอง “ดูละครไทยไม่ต้องใช้สมองคิดเยอะ” เช่น ตัวละครหนึ่งโดนรถชน ตัวละครอื่นๆ ก็มานั่งร้องไห้แทนที่จะโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล หรือ “หูหนวก-ตาบอดแบบไทย” หมายถึงฉากที่มีตัวละครกระซิบกันเสียงดังแต่ตัวละครอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กลับ
ไม่ได้ยิน หรือตัวละครหนึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ แต่อีกตัวละครหนึ่งกลับมองไม่เห็น เป็นต้น
อนึ่ง “ละครแนวตัวเอกเป็นคนรักเพศเดียวกัน (ซีรี่ส์วาย) จากไทยได้รับความนิยมไม่ว่าในจีน อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อย่างมีนัยสำคัญ” ซึ่งสาเหตุอาจมาจากปัจจัยของสังคมและการเมืองที่กดทับ เช่น วัฒนธรรมอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ผูกพันกับศาสนาที่ไม่เปิดรับเพศที่ 3 ขณะที่นโยบายจำกัดการมีบุตรของรัฐบาลจีน ครอบครัวจึงคาดหวังให้ลูกหลานต้องเป็นคนรักต่างเพศ (ชาย-หญิง) เพื่อมีทายาทสืบสกุล นอกจากนี้ซีรี่ส์วายยังดำเนินเรื่องแบบให้เวลาตัวละครพัฒนาความสัมพันธ์ได้ละเอียดกว่าละครแบบพระ-นางชาย-หญิง ผู้ชมจึงมีอารมณ์ร่วมมากกว่า
“อุปสรรคในการทำตลาดละคร (และภาพยนตร์) ไทยในต่างแดน” มีหลายประการ 1.ละครไทยมีราคาสูงแม้อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์อยากซื้อละครไทยแต่ก็มองว่าผู้จำหน่ายละครไทยไม่ควรตั้งราคาไว้สูงเท่าละครจากเกาหลีใต้ เพราะมาตรฐานแดนกิมจิสูงกว่า 2.บางประเทศอยากซื้อละครไทยแต่ต้องแลกเปลี่ยนกับละครของประเทศตนเองด้วย เช่น ฟิลิปปินส์ แต่ฝ่ายไทยไม่อยากได้เพราะไม่เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวไทย
3.ภาพยนตร์ไทยที่มีคุณภาพยังมีจำนวนไม่เพียงพอ เช่น อินโดนีเซีย ต้องการภาพยนตร์ไทยไปฉายเดือนละ 1 เรื่อง แต่ผู้ผลิตในไทยไม่สามารถจัดให้ได้ 4.มาตรการเซ็นเซอร์ โดยเฉพาะจีนที่มีข้อห้ามมากมาย 4.ละครไทยยาวเกินไป เช่น ฉายในไทย 15 ตอนพอนำไปฉายในต่างประเทศแล้วต้องตัดให้เหลือตอนละ45 นาที ทำให้กลายเป็น 37 ตอน แต่ข้อนี้น่าจะไม่เสมอไป เพราะอินโดนีเซีย จีน และฟิลิปปินส์ ก็มีการทำละครที่ความยาวหลักร้อยตอนเช่นกัน
5.แก่นเรื่องที่อิงกับอารมณ์ความรู้สึกและชุดความคิดแบบไทยๆ เช่น ตัวร้ายต้องร้ายมาแต่กำเนิดตัวเอกเป็นผู้ถูกกระทำตลอด หรือมีการแสดงอารมณ์รุนแรงข้อนี้หากเป็นประเภทเพื่อนบ้านติดกันจะค่อนข้างชอบเช่น ชาวกัมพูชาไม่ค่อยชอบละครเกาหลีใต้เพราะตัวละครชอบเก็บความรู้สึก แต่ชอบละครไทยเพราะตัวละครแสดงอารมณ์ออกมาชัดเจน ขณะที่ประเทศที่ห่างออกไปจะตรงข้าม เช่น ชาวฟิลิปปินส์ไม่เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมเพราะนับถือศาสนาแตกต่างจากชาวไทย เป็นต้น
แม้จะเป็นภูมิภาคเดียวกันอย่างอาเซียน (หรือใกล้กันอย่างจีน) และนิยมละครไทยเหมือนกัน แต่แนวละครที่นิยมก็แตกต่างกัน!!!

SME D Bank คิกออฟ‘มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
เตรียมความพร้อม! ผบ.กกล.สุรสีห์ ลงพื้นที่ ฐป.ต้นแม่น้ำสุริยะ รับมอบภารกิจ
นายกสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย ร้อง กมธ.สธ. แก้ปมกฎหมายวิชาชีพล่าช้า
การันตีความมันส์ จีจ้า ญาณิน กับผลงานแอ็กชันสุดเดือด The Furious คนเดือดระห่ำ
ฉุนแม่ไม่เช่าคอนโดหรูเดือนละ 2.7 หมื่น หนุ่ม 29 ขับเก๋งพุ่งตกสระน้ำกลางจุฬาฯ ประชด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี