วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
ถืออยู่ในมือท่านและเต็มไปด้วยสาระและข้อเท็จจริงคือ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ทุกบรรทัด ตรงไป ตรงมา...
nn ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงที่ไวรัส “โควิด-19” ระบาดอยู่ในขณะนี้ ก็ถือว่ามีพอกล้อมแกล้ม ไม่ให้คอการเมืองรู้สึกเหงาตามสภาพที่เกิดขึ้น...
nn โดยฝ่ายค้านพยายามเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อหารือแนวทางการแก้วิกฤติของประเทศ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว โดยมีการยืนยันจากปากแกนนำฝ่ายค้านหลายคนว่า จะไม่มีการหลอกด่ารัฐบาล!!!...
nn แต่ปรากฏว่า ฝ่ายรัฐบาลและคนไทยดูเหมือนจะรู้ทัน จึงไม่ได้มีท่าทีที่จะเออออห่อหมกตามฝ่ายค้านเสียเท่าไหร่...
nn ตัวอย่างเช่น วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า หากฝ่ายค้านหรือใครมีอะไรแนะนำรัฐบาลก็ให้เสนอผ่านเป็นหนังสือ เฟซบุ๊ค หรือไลน์ ผ่านทุกช่องทางได้หมด หรือออกมาสัมภาษณ์ผ่านผู้สื่อข่าว หรือทำหนังสือเปิดผนึกถึงนายกฯ ถึง รมว.สาธารณสุข ได้หมด การที่เอาผู้แทนราษฎรไปพูดกันในสภาเวลาจะทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้าได้....nn เช่นเดียวกับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณรมว.ศึกษาธิการ แนะนำฝ่ายค้านควรส่งสารไปที่รัฐบาลดีกว่าเปิดประชุมสภา...
nn “มือปราบ” เห็นว่า ถึงแม้รัฐธรรมนูญฯ จะเปิดช่องให้มีการขอเปิดประชุมรัฐสภานอกสมัยประชุมฯ...
nn แต่ในกรณีของไวรัสโควิด-19 นั้น ในช่วงสมัยประชุมที่ผ่านมานี้เองฝ่ายค้านก็ได้มีการใช้ช่องทางทางสภาผู้แทนฯ มาใช้สอบถามกับทางรัฐบาล ดังเช่น 2 สส. หมอ พรรคฝ่ายค้าน คือ นพ.เรวัต วิศรุตเวช และ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง โดยตั้งกระทู้ถามไปถึง รมว.สาธารณสุขโดยมี หมอตี๋-สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เป็นผู้มาตอบ...
nn จากนั้น ก็มี สส.หลายรายที่ได้ยื่นญัตติด่วนเพื่อจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ และมี สส. หลายพรรคก็ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง แต่ในที่ประชุมก็ได้ข้อสรุปว่าจะส่งเรื่องให้ กมธ.การสาธารณสุข รับไปดำเนินการ...
nn รวมทั้ง“มือปราบ” ก็เรียกร้องหลายต่อหลายครั้งว่า สถานการณ์ในขณะนั้น (ที่ส่งผลมาถึงตอนนี้) ไม่ควรที่จะมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ควรที่จะให้มีการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 155 เพราะสถานการณ์เข้าข่ายตามที่บัญญัติไว้ว่า “ในกรณีที่มีปัญหาสําคัญเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยหรือเศรษฐกิจของประเทศ สมควรที่จะปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภาก็ได้(โดยไม่มีการลงมติ)”...
nn ดังนั้น “มือปราบ”ต้องขอใช้คำของ สส.ผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งที่ระบุว่า อย่าพลาดโอกาสทองย้อนกลับไปยังฝ่ายค้าน เพราะนอกจากพลาดโอกาสที่จะกู้ภาพลักษณ์จาก ฝ่ายแค้น เป็นฝ่ายค้าน (ฮา) ในสายตาชาวบ้านแล้ว ยังถือว่าการเปิดสภาให้ สส.มาประชุมในเวลานี้ ผิดกาลเทศะ เป็นอย่างมากด้วย....
nn ส่วนข้อกังวลว่า เมื่อถึงวันเปิดสมัยประชุมฯ ครั้งต่อไปในวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 ปรากฏว่า สถานการณ์การระบาดฯ ยังไม่ดีขึ้นทางสภาฯ จะทำอย่างไรนั้น ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก็ระบุว่าความจริงยังไม่มีปัญหาในขณะนี้ โดยปกติแล้วกรณีการเปิดสมัยประชุมก็ต้องเป็นตามกฎหมาย ยังมีเวลาถึง 22 พฤษภาคม ตอนนี้มีเวลาพอสมควร ต้องรอดูสถานการณ์ในขณะนั้น....
nn ด้านการประชุมร่วมกันของประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 คณะ (แต่มาจริง 18 คณะ) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางประธานฯชวน ก็ได้มีปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการการป้องกันไวรัสโควิด-19....
nn โดย นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯก็ได้แถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า นายอนันต์ ผลอำนวย ประธานคณะกมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่าก่อนหน้านี้ได้คุยกับนายชวน และได้ของบประมาณต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 5 เรื่อง...
nn ประกอบด้วย 1.การจัดซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิใหม่ที่มีประสิทธิภาพกว่าที่ใช้ในทุกวันนี้ 2.เรื่องอุปกรณ์ป้องกันการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ 3.ได้ติดต่อและทำข้อตกลงกับสถาบันบำราศนราดูรในเรื่องการส่งต่อผู้ป่วย 4.ได้ส่งบุคลากรของรัฐสภาไปอบรมความรู้เกี่ยวกับไวรัสนี้ และ 5.ได้รับการอนุมัติให้ทำห้องโรคติดเชื้อความดันลบ โดยห้องดังกล่าวจะเป็นห้องป้องกันไม่ให้เชื้อออกมาสู่ภายนอก...
nn และ “หมอสุกิจ” ยังได้ระบุด้วยว่า การประชุมของ กมธ. จะมีหรือไม่นั้น ก็เป็นไปตามที่ประธานกมธ. ชุดนั้นๆ เป็นผู้กำหนด เพราะบาง กมธ. ก็มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องประชุม แต่ขอความร่วมมือให้แต่ละ กมธ. พยายามเชิญคนนอกมาชี้แจงให้น้อยที่สุด และยังยืนยันว่าจะมีการเปิดสมัยประชุมในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ตามกำหนดเดิม...
nn “มือปราบ” ต้องขอบอกกับบรรดา สส.ผู้ทรงเกียรติในขณะนี้ว่า ใครมีหน้าที่อย่างไรก็จะต้องทำตามหน้าที่และช่วยเหลือกันคนละไม้คนละมือ...
nn เพราะขณะนี้ ก็ยังเป็นช่วงของการปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะให้ฝ่ายรัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ทำหน้าที่เป็น “ทัพหน้า” ในการต่อสู้กับไวรัสตัวนี้....
nn จนถือได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศติดอันดับต้นๆ ในการควบคุมดูแลปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี...
nn ดังนั้น บรรดา สส. ควรเป็นตัวอย่างที่ดีที่ให้ประชาชนที่เลือก(และไม่เลือก) เข้ามามีความภาคภูมิใจด้วยการปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์สส.คนไหนมีแรงมากก็ชักชวนชาวบ้านในเขตเลือกตั้ง ฝึกทำหน้ากากอนามัย ฯลฯ...
nn ซึ่งหาก สส.ช่วยผลักดันในการต่อสู้กับไวรัสตัวนี้จนผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ใช่แค่ “คนไทยจะชนะ” ตามคำพูดของ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้วก็จะสามารถชนะใจชาวบ้านอย่างไม่มีวันลืมแน่นอน....nn สวัสดีครับ
มือปราบ

ตร.รวบ 5 พนักงานเสิร์ฟ! ผันตัวเป็น 'ผึ้งงาน' ขนยาบ้า 5.2 แสนคาป่าละเมาะ
วิสุทธิ์ ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน จี้รัฐบาลดูแลพลังงาน-ต้นทุนเกษตรให้ดีกว่านี้
สภาฯ ออกประกาศใหม่ ให้ สส. แต่งผ้าไทยเข้าประชุม ไม่จำเป็นต้องใส่สูท
เชียงรายวิกฤต ฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงหลายพื้นที่ แม่สายทะลุ 182 ไมโครกรัม
ปปง.แจงคดี'ธัมมชโย' ชี้คดีแพ่งยึดทรัพย์ 1,400 ล้าน เหลืออสังหาฯรอขายทอดตลาด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี