วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
จากปัญหาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ที่เป็นปัญหายืดเยื้อมากว่า 3 ปี ส่งผลกระทบต่อรายได้ภาษีที่ลดลง การตัดโควตาใบยาสูบของชาวไร่ 3 ปีซ้อน และผลประกอบการของการยาสูบแห่งประเทศไทยที่ทรุดหนัก ทำให้กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ได้กำหนดไว้ว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่ภายในเดือนมีนาคม ก่อนนำเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป
กรมสรรพสามิตได้กำหนดกรอบในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไว้ว่าโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่ต้องตอบโจทย์ 4 ด้าน ได้แก่ รายได้รัฐ สุขภาพประชาชน อุตสาหกรรมยาสูบ และบุหรี่เถื่อน แต่กลับปรากฏเป็นข่าวว่า โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่อาจจะเอื้อให้การยาสูบแห่งประเทศไทยสามารถขายบุหรี่ได้ในราคาที่ถูกลง จนเกิดกระแสต่อต้านจากหลายฝ่ายในสังคม เพราะนั่นเท่ากับว่าจะมีการลดภาษีให้กับบุหรี่เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประเทศไทย
การเลือกปรับโครงสร้างภาษียาสูบเพื่อปกป้องอุตสากรรมในประเทศ ซึ่งในกรณีนี้คือรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง เป็นเรื่องพึงระวังเพราะอาจไปขัดกติกาการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ต้องคำนึงถึงนโยบายด้านรายได้ภาษีและด้านสุขภาพไปควบคู่กัน เพราะถือเป็นวัตถุประสงค์หลักของการเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบ
การที่การยาสูบฯ จะลดราคาบุหรี่หรือขายบุหรี่ ถูกลงได้ ภาครัฐย่อมต้องมีการปรับลดภาษีให้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สวนทางกับที่รายงานความเสี่ยงทางการคลังประจำปี 2563 ที่ได้ชี้ให้เห็นว่าหนึ่งในความเสี่ยงด้านรายได้นั้นรวมถึงการจัดเก็บภาษียาสูบที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากโครงสร้างตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และเสนอให้รัฐบาลประเมินสถานการณ์การบริโภคยาสูบประกอบการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราภาษีและการจัดทำประมาณการรายได้รัฐบาล
ในขณะที่ฝั่งสุขภาพก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่า การปกป้องการยาสูบแห่งประเทศไทยเท่ากับว่ารัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ส่งเสริมให้คนสูบบุหรี่มากขึ้น โดยขอให้กระทรวงการคลังอย่าใช้วิธีคิดยุคไดโนเสาร์ที่ทำโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นหลายอัตราเพื่อจะอุ้มสถานภาพการยาสูบฯ ให้อยู่รอดและมีกำไร เพราะประเทศทั่วโลกพยายามปรับโครงสร้างภาษียาสูบมาใช้ภาษีแบบมูลค่าอัตราเดียวและเป็นไปตามหลักการสากล แต่ไทยกำลังจะออกนโยบายตรงกันข้ามกับนานาอารยประเทศ
ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะผู้นำเสนอนโยบายดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีต้องคิดให้รอบคอบรอบด้าน โดยไม่เอนเอียงไปให้น้ำหนักแก่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งจนเกิดความไม่สมดุลของการกำหนดนโยบายภาษียาสูบ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในเดือนกันยายาน 2560 จากการใช้กำหนดอัตราภาษีมูลค่า 2 อัตรา เพื่อปกป้องการยาสูบแห่งประเทศไทย แต่กลับนำพามาซึ่งผลลัพธ์ที่สวนทางเป้านโยบายอย่างสิ้นเชิง
นโยบายภาษีที่ดีนั้น อาจหมายความถึง การปรับภาษีแบบค่อยเป็นค่อยไปในระยะยาวให้สอดรับกับกำลังซื้อที่ปรับเปลี่ยนไป เพื่อพยุงรายได้รัฐและไม่เป็นตัวเร่งให้เกิดการขยายตัวของบุหรี่เถื่อน และลดความซับซ้อนของโครงสร้างภาษีที่มีหลายอัตราเพื่อความเรียบง่ายและเป็นธรรมกับผู้แข่งขันทุกราย และที่สำคัญเลิกใช้นโยบายภาษีเพื่อปกป้องรัฐวิสาหกิจเพราะนอกจากจะดูไม่สง่างามแล้ว ยังไม่อาจแก้ปัญหาที่แท้จริงอีกด้วย

รวบแล้ว!เพื่อนแสบ หลอกหญิงไทยค้ากามบาห์เรน
เอ็ดดี้ เปิดผลกระทบ 3 ชั้น หากศาลวินิจฉัย 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริง
อ.อัจฉราวดี จี้รื้อฟรีวีซ่า หวั่นนอมินีอิสราเอลฮุบที่ดินเกาะพะงัน-ลามถึง 3 จว.ใต้
ยื่นร่างฯ 1 พ.ค.นี้ ไอซ์ เดินสายเปิดแคมเปญรณรงค์ ปฏิรูปประกันสังคม
ฝนตกมาราธอน 10 ชม. นครพนมฟ้าผ่าตูมเดียวระทึก เด็กชายวัย 14 สลบคาครัว-วัวดับ 3 ตัว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี