วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” ขอนำเรื่องราวจากงานเสวนา (ออนไลน์) “โควิด-19 รุกคลองเตย : ช่วยชีวิตปิดจุดเสี่ยง ครั้งที่ 2” เมื่อเร็วๆ นี้ มานำเสนอ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ดังกล่าวเริ่มคุมอยู่ แต่หากย้อนไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อน ข่าวการพบผู้ติดเชื้อก็ทำเอาสังคมไทยอกสั่นขวัญหายไม่น้อย เนื่องด้วยคลองเตยเป็นพื้นที่ชุมชนแออัดมีประชากรหนาแน่นทำให้การเว้นระยะห่างเป็นไปได้ยาก
กรณีคลองเตยจึงนับเป็นการถอดบทเรียนครั้งสำคัญในการรับมือโรคระบาดในชุมชนแออัดแห่งอื่นๆ ได้ต่อไป โดย เพ็ญวดี แสงจันทร์ ผู้จัดการมูลนิธิดวงประทีป เล่าว่า ในช่วงแรกๆ ผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต้องกักตัวในบ้านตนเอง แต่ต่อมาได้รับความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย จัดตั้ง “ศูนย์พักคอยรอการส่งต่อ” ที่วัดสะพาน ภายนอก เพื่อแยกผู้ที่ติดเชื้อจากครัวเรือนออกมาให้การดูแล และประสานหาเตียง
นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บริบทของชุมชนโดยเฉพาะ ชุมชนคลองเตย มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ทั้งในมิติทางสังคมและวัฒนธรรม จึงทำให้การดูแลผู้ติดเชื้อคนหนึ่งที่จะออกมาจากชุมชนได้ การที่จะทำให้ญาติรับรู้ว่าจะต้องอยู่ในพื้นที่นั้น นอกจากการใช้กลไกของคณะกรรมการชุมชนแล้ว จะต้องใช้กลไกอื่นๆ ที่เป็นบริบทเฉพาะของชุมชนนั้นๆ ด้วย สิ่งพยายามเสนอนั้นเรียกว่า “การจัดการโดยชุมชน”ในเรื่องของการควบคุมพื้นที่ เป็นการจำกัดการเคลื่อนที่ในระดับชุมชน
ซึ่งในพื้นที่ชุมชนสิ่งที่จะต้องมีสำหรับการดูแลผู้ติดเชื้อมี 3 อย่าง ได้แก่ 1.จุดพักคอย หรือศูนย์พักคอยรอการส่งต่อ โดยทำขึ้นแล้วที่วัดสะพาน เพื่อที่จะเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อที่ทางเขตส่งไม่ทัน ที่เกิดจากปลายทางไม่ยอมรับหรือรอรถส่งเป็นเวลานานให้มารอที่จุดพักคอย 2.การกักกันโรคโดยชุมชน (Community Quarantine-CQ) เป็นการจำกัดการเคลื่อนที่ในชุมชน ไม่ใช่การกักตัวในชุมชน เพราะในพื้นที่ชุมชนจะมีการแบ่งพื้นที่ย่อย ซึ่งบางบ้านจะต้องมีการควบคุมเป็นพิเศษ จะต้องอาศัยกลไกในชุมชนดูแล ซึ่งใช้เฉพาะผู้มีสัมผัสเสี่ยงสูงที่ยังไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ
และ 3.ผู้ที่ยังอยู่ในชุมชน จำเป็นต้องดูแลทั้งการแพทย์ การป้องกันโรค อาหาร อาชีพ เป็นต้นในส่วนของ “คลองเตยโมเดล” จะเห็นในส่วนของแนวคิดและระบบการจัดการที่ดี แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการบริหารการจัดการ และความเป็นมนุษย์ของทุกคนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ชาวบ้านในชุมชน เป็นต้น นอกจากนี้ยังเห็นความเป็นมนุษย์ของทีมงาน ที่พยายามเชื่อมประสานกันในเจตนาที่ดี
มุมมองจากแพทย์อีกท่านหนึ่ง นพ.ปรีดา แต้อารักษ์รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลจนหายดีแล้ว บางรายอาจยังไม่สะดวกที่จะกลับเข้าไปอยู่ในบ้านของตนเองได้ทันที จึงจำเป็นต้องมี “ศูนย์พักฟื้นชุมชน” ขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย หลังได้รับการรักษาต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ซึ่งจากกรณีชุมชนคลองเตย จะเห็นได้ว่ามีแนวคิดที่ชัดเจนแล้วว่า ในทางการแพทย์จำเป็นต้องการตัดวงจรการระบาด แต่การตัดวงจรให้สำเร็จได้นั้น ยังต้องอาศัยภาคสังคมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และในบางพื้นที่จะยังไม่มีรายงานผู้ป่วย แต่ก็ได้รับผลกระทบทางสังคมไปแล้ว ฉะนั้นการช่วยเหลืออย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำควบคู่กันไป ทั้งนี้ ผู้ที่มีความสำคัญในการจัดการคือคณะกรรมการชุมชน ที่ต้องดูแลใน 4 ด้าน คือ 1.ประสานทางการแพทย์ 2.ประสานอาหาร 3.ประสานอาชีพ และ 4.ประสานการสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจกับชุมชน
ด้าน วรรณา แก้วชาติ ตัวแทนเครือข่ายสลัมสี่ภาค กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่อื่นๆ ที่เครือข่ายทำงาน แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่รุนแรงเท่าคลองเตย แต่มีผลกระทบในด้านอื่นที่คล้ายคลึงกัน เช่น ตกงาน ขาดรายได้ อุปกรณ์ป้องกันที่ไม่เพียงพอ ปัญหาเรื่องอาหารการกิน เป็นต้น ซึ่งเครือข่ายสลัมสี่ภาคได้มีการประชุมและสรุปข้อมูลร่วมกัน ซึ่งได้ข้อสรุปว่าการระบาดรอบนี้จะไม่ทำเพียงแค่ระดมอาหารการกินและอุปกรณ์ป้องกันเท่านั้น แต่จะต้องวางแผนและรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
โดยสิ่งสำคัญมากที่สุดคือ การเข้าถึงบริการสุขภาพ การรักษาพยาบาล และการส่งต่อผู้ป่วย การทำงานของเครือข่ายแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.ใช้ศูนย์ชุมชนที่มีอยู่ให้เป็นพื้นที่กักตัวของผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีทั้งหมด 13 แห่ง ในการรองรับเพื่อดูอาการที่จะมีปัญหาด้านสุขภาพ บุคลากรที่มีบทบาทสำคัญคือ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ที่จะต้องเข้าไปให้ความรู้ต่างๆ กับคนในชุมชน
2.การประสานงาน หากคนในชุมชนที่ต้องส่งตัวเนื่องจากติดเชื้อ จะมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยอย่างไร นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในชุมชน เช่น รณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัย จัดหาหน้ากากอนามัย เนื่องจากค่อนข้างเป็นปัญหา เพราะว่าบางคนมีหน้ากากอนามัยเพียงแค่ชิ้นเดียว และ 3.มาตรการแบ่งเบาภาระด้านหนี้สิน ซึ่งมีทุนภายในชุมชน เช่น ร้านอาหารราคาย่อมเยา เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในชุมชน
นอกจากนี้ทางเครือข่ายฯยังออกทุนซื้อของให้ร้านขายของชำภายในชุมชนก่อน เพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนให้ก่อน และยังมีการปลูกผักสวนครัวหน้าบ้านในแต่ละหลัง หรือแปลงรวมในชุมชน เพื่อลดต้นทุนในการซื้อวัตถุดิบในการประกอบอาหาร แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การป้องกันโรค” รวมไปถึงการบริการด้านสุขภาพ การเข้าถึงวัคซีน จะต้องไม่เลือกชนชั้น หรือแบ่งว่าใครมีบัตรและใครไม่มีบัตร แต่ควรได้เข้าถึงกันทุกคน ซึ่งจะสามารถป้องกันคนทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี
ปิดท้ายด้วย จันทิมา ลังประเสริฐ ตัวแทนเครือข่ายบ้านมั่นคง กล่าวว่า สมาชิกเครือข่ายบ้านมั่นคงทั่วประเทศมีมากกว่า 400 กลุ่ม ปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มคือ การระบาดในระลอกที่ 1-2 ไม่ได้รับผลกระทบและไม่มีผู้ติดเชื้อเลย แต่ในระลอกที่ 3 มีคนติดเชื้อในชุมชนบ้านมั่นคงเกิดขึ้น ซึ่งในตอนแรกที่มีผู้ติดเชื้อทำให้เกิดความตื่นตระหนักกันมากภายในชุมชน แต่เมื่อผ่านไป 3 ชั่วโมง ก็ตั้งสติได้จึงมีการประสานกับศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ
อนึ่ง เครือข่ายได้ปรับตัวและมีระบบให้ความช่วยเหลือกัน ถึงกระนั้น ด้วยความที่ทุกคนในชุมชนเป็นผู้มีรายได้น้อย เป็นคนยากจน จึงทำให้เงินกองกลางของเครือข่ายฯที่มีอยู่ก็มีไม่มากนั้น จึงทำให้การดูแลผู้ที่กักตัและผู้ที่กลับมาจากโรงพยาบาล จึงต้องการการสนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร ยารักษาโรคเบื้องต้น รวมทั้งเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ฯลฯ
ที่สำคัญคือการสนับสนุนองค์ความรู้ในการตั้งศูนย์ในชุมชนเพื่อดูแลผู้กลับมาจากโรงพยาบาล!!!

อิหร่าน เปิดยอดความสูญเสียพุ่ง 555 ราย สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีลาม 131 เมืองทั่วประเทศ
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน วิเคราะห์หัวใจหลัก จุดแข็ง จุดอ่อน 3 ระบอบการปกครอง
เลขาฯ แพทยสภาแจง ดรามา ไหมทองคำ ไม่ได้ขายในงานแพทย์ ยังไม่ผ่าน อย. ถือเป็นของผิดกฎหมาย
ทั่วอเมริกาเฝ้าระวังขั้นสุด สั่งเพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวน 24 ชม. หวั่นเกิดเหตุล้างแค้นรุนแรง
พรุ่งนี้ห้ามพลาด! จันทรุปราคาเต็มดวง คืนมาฆบูชา ดวงจันทร์สีแดงอิฐทั่วฟ้า พลาดครั้งนี้รออีกทีปี 71

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี