Logo วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ไทย-จีน‘ดุจครอบครัวเดียวกัน’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน เป็นปีที่ 50 ระหว่างวันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2568 ตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่เพียงแต่เป็นบันทึกอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศจีน ที่สายตาทุกสายตาของพลเมืองโลกกว่า8 พันล้านคนได้ให้ความสนใจและติดตามข่าวสาร

สื่อทุกสำนักทั้งตะวันตกและในประเทศของจีน รายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกันด้วยความชื่นชมว่า การเสด็จฯเยือนจีนของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีแห่งราชอาณาจักรไทย ทรงได้รับพระเกียรติยศสูงสุด จากการถวายการต้อนรับของทางการจีน และประชาชนจีน


นอกจากนั้นสื่อทุกสำนัก ยังรายงานด้วยว่า การเสด็จฯเยือนจีนแผ่นดินใหญ่ของในหลวงรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นับเป็นครั้งแรกของพระมหากษัตริย์ไทยในรอบพันปี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญต่อทิศทางความร่วมมือ“ไทย-จีน”ในอนาคต ทั้งในฐานะสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ไทย และในฐานะเหตุการณ์ทางการทูตที่สะท้อนบทบาทของไทยในภูมิรัฐศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 นี้

สำนักข่าว “ซินหัว” (Xinhua) อันเป็นสำนักข่าวใหญ่ของทางการจีน และสำนักข่าว “รอยเตอร์ส” (Reuters) สื่อยักษ์ใหญ่ของตะวันตกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในอังกฤษ ระบุว่านับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่พระมหากษัตริย์ไทยเสด็จฯ เยือนประเทศจีนในฐานะประมุขของรัฐ นับตั้งแต่ไทยและจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี พ.ศ. 2518 ในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งการเสด็จฯ ครั้งนี้จัดอยู่ในระดับ “State Visit” อันเป็นรูปแบบการเยือนที่สูงที่สุดตามธรรมเนียมการทูต และเกิดขึ้นในห้วงครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต“ไทย-จีน” โดยได้สะท้อนน้ำหนักของบทบาทไทยในสายตาของจีน และระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นของทั้งสองประเทศ

สำนักข่าว “Reuters”รายงานว่า การเยือนครั้งนี้เป็นหนึ่งในปฏิสัมพันธ์ระดับสูงสุดระหว่างไทยกับจีนในรอบหลายปีขณะที่“ South China Morning Post” “หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮ่องกง” และมีผู้อ่านมากกว่า 35 ล้านคนในหลายแพลตฟอร์ม ได้อ้างคำพูดของ“เหมา หนิง” (Mao Ning) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่งระบุว่าความสัมพันธ์ “ไทย-จีน” นั้น “ใกล้ชิดเหมือนครอบครัวเดียวกัน” และแสดงให้เห็นว่า จีนให้ความสำคัญกับไทยในฐานะ“มิตรที่ไว้ใจได้”

โดยคำพูดของ “เหมา หนิง”ที่ว่า “ไทย-จีน ใกล้ชิดเหมือนครอบครัวเดียวกัน” นั้น เป็นคำกล่าวถวายการต้อนรับของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ณ มหาศาลาประชาชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน กลางกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งผู้นำสูงสุดของจีนได้กราบบังคมทูลว่า “นี่คือครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยมาเยือนแผ่นดินจีน แสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ถึงไมตรีอันลึกซึ้งว่า “จีนและไทยนั้นผูกพันดุจครอบครัวเดียวกัน”(as close as one family)”

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว“Global Times” ก็ได้แสดงความคิดเห็นเผยแพร่เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมาในหัวข้อ “การเสด็จฯเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ของพระมหากษัตริย์ไทยคาดว่าจะเปิดหน้าบทใหม่แห่งมิตรภาพไทย-จีน” โดยมีเนื้อหาจากการอ้างคำสัมภาษณ์ของ“เกอ หงเหลียง”รองผู้อำนวยการวิทยาลัยอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี (Guangxi University for Nationalities) ว่า “การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งประวัติศาสตร์นี้ แสดงให้เห็นว่า แนวคิดจีนและไทยใกล้ชิดดุจครอบครัวเดียวกัน ซึ่งได้ยกระดับสู่ความแน่นแฟ้นใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม”

ในประเด็นที่ว่า “เหตุใดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศจึงถูกเรียกว่า “ครอบครัวเดียวกัน” และยังคงพัฒนาอย่างแข็งแกร่งตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา?” นั้น, “เกอหงเหลียง” ได้ให้คำตอบว่า “สิ่งนี้เป็นผลมาจากแนวคิดปฏิบัตินิยมที่ทั้งสองฝ่ายยึดมั่น โดยในปี 1975 (พ.ศ.2518) ทั้งสองประเทศได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการปฏิบัตินิยม ด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ก้าวข้ามข้อจำกัดจากสงครามเย็นและความแตกต่างทางอุดมการณ์ นับแต่นั้นมา แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย แต่ความสัมพันธ์จีน-ไทยก็ยังคงแข็งแกร่ง”

และอีก 3 ย่อหน้าที่สำนักข่าว“Global Times” ขยายความว่า เหตุใดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศระหว่าง“ไทย-จีน” จึงถูกเรียกว่า “ครอบครัวเดียวกัน”

“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของผู้นำระดับสูงด้านยุทธศาสตร์ แนวคิด จีนและไทยใกล้ชิดดุจครอบครัวเดียวกัน ได้แปรเปลี่ยนเป็นกำลังในการขับเคลื่อนที่ทรงพลังสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคี ประเทศไทยได้ส่งเสริมความร่วมมือหลายแง่มุม ครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับจีน”

“ด้านความมั่นคง จีนและไทยได้จัดการฝึกซ้อมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ในด้านเศรษฐกิจ ไทยเป็นประเทศอาเซียนประเทศแรกที่ดำเนินการตามข้อตกลงการค้าเสรีกับจีน ส่วนทางด้านการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนสู่ประชาชน ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในทุกหนแห่ง”

“ประเทศไทยเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งอาเซียนและมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่เพียงแต่เป็นการสานต่อมิตรภาพอันดีงามตามประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญต่อประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ว่าจีนเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของทุกประเทศในภูมิภาคมาโดยตลอด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน”

อย่างไรก็ตาม การเสด็จฯเยือนจีนของในหลวงรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงสายพระเนตรอันยาวไกล จากการเสด็จฯ เยี่ยมชมเมืองอวกาศแห่งกรุงปักกิ่ง และศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่“Global Times” ชี้ว่า “อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงเจตนารมณ์ของทั้งสองประเทศที่จะส่งเสริมความร่วมมือใหม่ๆ ในด้านเทคโนโลยีการบินและอวกาศ และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการด้านการพัฒนาของทั้งสองประเทศ”

“Global Times” ขยายความให้เห็นภาพว่า “จีนมีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีการบินและอวกาศ เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานสีเขียว ขณะที่ไทยกำลังส่งเสริมยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์ 4.0” อย่างแข็งขัน ทั้งสองฝ่ายมีขอบเขตความร่วมมือที่กว้างขวางในกระบวนการเปลี่ยนแปลงและยกระดับ”

บทส่งท้ายจากรายงานของ “Global Times” สรุปว่า “การเสด็จฯ เยือนของพระมหากษัตริย์ไทยส่งสารที่ชัดเจนไปยังทั่วโลกว่า จีนคือ“เพื่อนบ้านที่ไม่หวั่นไหว” และเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกัน แนวทางนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน และความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ จะไม่เพียงแต่เขียนบทใหม่ให้กับโชคชะตาร่วมกันของจีนและไทยเท่านั้น แต่ยังมอบภูมิปัญญาตะวันออกที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วสำหรับปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆ”

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ

‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ

14 ส.ค. 2569

คิด เขียน คุย : ‘โป้งเดียวจบ’ยิงโจรก็ผิด

คิด เขียน คุย : ‘โป้งเดียวจบ’ยิงโจรก็ผิด

13 ส.ค. 2569

‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’

‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’

12 ส.ค. 2569

‘กำแพง’กับต่อมน้ำตาของ‘ไหม-ศิริกัญญา’

‘กำแพง’กับต่อมน้ำตาของ‘ไหม-ศิริกัญญา’

11 ส.ค. 2569

อุทาหรณ์จาก‘มือปืนวัย14’ลั่นไกสังหาร

อุทาหรณ์จาก‘มือปืนวัย14’ลั่นไกสังหาร

10 ส.ค. 2569

‘ผู้กำกับหนุ่ย’ได้ดีเพราะ‘ตระกูลชิน’

‘ผู้กำกับหนุ่ย’ได้ดีเพราะ‘ตระกูลชิน’

7 ส.ค. 2569

จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’

จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’

6 ส.ค. 2569

เอาก็เอาวะ‘ส้มจูบปากกับเขียว’

เอาก็เอาวะ‘ส้มจูบปากกับเขียว’

5 ส.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved