วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
โชคดีของประเทศไทย ที่เราไม่ได้มีนายกรัฐมนตรีที่เคยโชว์วิสัยทัศน์ว่า“ทหารมีไว้ทำไม ทุกวันนี้บางประเทศไม่ต้องมีกองทัพด้วยซ้ำไป”เป็นผู้นำประเทศ หาไม่เช่นนั้น“เรือหาย”ทั้งประเทศแน่นอน เพราะถ้าหากว่ากระดุมเม็ดแรกกลัดผิดกระดุมเม็ดต่อๆ ไปก็จะผิดหมด และเวลานี้นักการเมืองอ่อนหัดผู้นั้นก็ได้กลายเป็น“ผู้คลั่งรัก”ไปเรียบร้อยแล้ว
สงครามในตะวันออกกลาง ที่อิหร่านถูก“หมาหมู่”ของโลกตะวันตกซึ่งผนึกกำลังโดยสหรัฐอเมริกากับอิสราเอล เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญทั่วอิหร่าน เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร เป็นกองหนุนหลักนั้นนับจากนี้ไปเห็นทีว่าประเทศที่เดือดร้อนไม่เพียงเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น ทุกประเทศบนโลกใบนี้ต่างก็ต้องได้รับผลกระทบตามกันไปด้วยทั้งหมด
ประการแรก ที่เรียกว่า“หมาหมู่”เพราะหลังจากสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลเปิดฉาก“ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่”ด้วยการถล่มเป้าหมายทางทหารในหลายเมืองทั่วประเทศของอิหร่าน ทั้งฐานทัพ และฐานยิงขีปนาวุธในอิหร่านตะวันตก รวมทั้งอาคารที่พำนักผู้นำสูงสุดอิหร่านและบุคคลระดับสูงของอิหร่าน ในกรุงเตหะรานเมืองหลวง ปรากฏว่าประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้ออกมาประกาศสนับสนุนการกระทำของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในครั้งนี้อย่างทันทีทันควัน
เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประณามอิหร่านกรณีโจมตีประเทศต่างๆ ในภูมิภาค พร้อมกับเรียกร้องให้อิหร่านยุติปฏิบัติการทางทหารแบบไม่เลือกเป้าหมาย และกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็วจากการที่อิหร่านพยายามปกป้องตนเองและตอบโต้สหรัฐฯโดยใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ ฐานทัพอากาศอัล อูเดอิด ในกาตาร์, ฐานทัพอากาศอัล ซาเลม ในคูเวต,ฐานทัพอากาศอัล ดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฐานทัพกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน
อย่างไรก็ตาม นอกจากฐานทัพของสหรัฐฯ 4 แห่งดังกล่าว อิหร่านยังโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในซาอุดีอาระเบีย และจอร์แดนและรวมทั้งอิสราเอลคู่สงครามโดยตรงด้วย ซึ่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ออกมาแถลงว่า ปฏิบัติการนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกว่าศัตรูจะพ่ายแพ้ราบคาบและว่าสินทรัพย์ทุกอย่างของสหรัฐฯทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ถือว่าเป็นเป้าหมายอันชอบธรรมของกองทัพอิหร่าน
สำหรับ“หัวโจกหมาหมู่”คือสหรัฐฯและอิสราเอล อ้างเหตุผลจากการปฏิบัติการ“ชิงโจมตีก่อน”กับอิหร่านเมื่อวันที่28 กุมภาพันธ์ว่า มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯที่กำลังพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ ณ สนามกอล์ฟในฟลอริดาได้แถลงผ่านวิดีโอจากการโพสต์บนโซเชียลมีเดียระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์อันเป็นการหยุดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯจากอิหร่านและได้วิงวอนต่อชาวอเมริกันขอให้ทำใจ โดยกล่าวว่า“ชีวิตของวีรบุรุษชาวอเมริกันผู้กล้าหาญอาจต้องสูญเสียไป ซึ่งเราอาจมีผู้เสียชีวิต”
ประธานาธิบดีของสหรัฐฯเจ้าของฉายา“ทรัมป์บ้า”ผู้นี้ยังได้กล่าวอย่างโอหังว่า “เป้าหมายของเราคือการปกป้องประชาชนชาวอเมริกันโดยการกำจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาจากระบอบอิหร่าน เราจะทำลายขีปนาวุธของอิหร่าน และทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านให้ราบเป็นหน้ากลอง มันจะถูกทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง และเราจะทำลายกองทัพเรือของอิหร่านพร้อมกันไปด้วย ซึ่งเราจะยกเว้นโทษให้แก่กองกำลังอิหร่าน รวมถึงกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ หากพวกเขายอมจำนน”
นอกจากนี้ “ทรัมป์บ้า”ได้สื่อสารไปถึงชาวอิหร่านที่เวลานี้สหรัฐฯเป็นตัวการสำคัญในการปลุกปั่นให้ลุกขึ้นมาประท้วงและต่อต้านการปกครองของ "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ว่า“ชั่วโมงแห่งอิสรภาพของพวกคุณใกล้เข้ามาแล้ว เมื่อสหรัฐอเมริกาทำสำเร็จแล้ว จงเข้ายึดอำนาจรัฐบาลของคุณ มันจะเป็นของคุณ นี่อาจเป็นโอกาสเดียวของคุณในรอบหลายชั่วอายุคน”
ไม่เพียงแต่เท่านั้น “ทรัมป์” ยังได้ประกาศยืนยันการเสียชีวิตของ“คาเมเนอี”ในเวลาต่อมา บนแพลตฟอร์ม“Truth Social”ด้วยว่า “คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว นี่ไม่ใช่เพียงความยุติธรรมสำหรับประชาชนชาวอิหร่านเท่านั้น แต่สำหรับชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน และผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลกที่ถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายโดยคาเมเนอี
และกลุ่มอันธพาลกระหายเลือดของเขา เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามที่ซับซ้อนของเราได้ และด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอิสราเอล ทำให้เขาหรือผู้นำคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารไปพร้อมกับเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยนี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประชาชนชาวอิหร่านที่จะได้ทวงคืนประเทศของตน...การทิ้งระเบิดอย่างหนักและแม่นยำจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งตลอดทั้งสัปดาห์ หรือตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเราคือสันติภาพทั่วทั้งตะวันออกกลาง และทั่วโลก!”
ส่วนนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก็ได้แถลงการณ์ผ่านวิดีโอในทำนองเดียวกันกับสหรัฐฯว่า “พี่น้องชาวอิสราเอลทั้งหลาย อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาได้เริ่มปฏิบัติการเพื่อกำจัดภัยคุกคามร้ายแรงจากระบอบก่อการร้ายในอิหร่านการดำเนินการร่วมกันของเราจะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนชาวอิหร่านผู้กล้าหาญสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้ ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวอิหร่านทุกคนจะต้องปลดแอกตนเองจากแอกแห่งการกดขี่ และสร้างอิหร่านที่เสรีและแสวงหาสันติภาพ”
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม อิหร่านก็หาใช่ว่าจะโดดเดี่ยว ยังมีประเทศพันธมิตรอย่างรัสเซียออกมายืนเคียงข้าง โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้ออกแถลงการณ์ภายหลังปฏิบัติการ
“หมาหมู่”ของสหรัฐฯกับอิสราเอลในครั้งนี้ซึ่งมีรายงานข่าวในเบื้องต้นว่า โรงเรียนหญิงล้วน ในเมืองมินาบ จังหวัดโฮรมุซกอนของอิหร่าน ถูกโจมตีทางอากาศทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต
อย่างน้อย 57 คน และ บาดเจ็บอีกกว่า 60 คนด้วยการชี้ว่า“วอชิงตันและเทลอาวีฟได้เริ่มต้นการผจญภัยที่อันตรายอีกครั้งและกำลังนำภูมิภาคนี้ไปสู่ขอบเหวของหายนะด้านมนุษยธรรม เศรษฐกิจ ที่ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ในหายนะทางนิวเคลียร์”
รัสเซียที่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับอิหร่านในฐานะพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการทหารและความมั่นคงได้ระบุในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศว่า “เจตนาของผู้รุกรานนั้นชัดเจนและประกาศอย่างเปิดเผย คือการทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญและโค่นล้มรัฐบาลของรัฐที่พวกเขาเห็นว่าไม่พึงประสงค์ ซึ่งปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อการใช้กำลังและการครอบงำการโยนตะวันออกกลางลงไปในเหวแห่งการขยายตัวที่ควบคุมไม่ได้นั้นเป็นการกระตุ้นให้ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่จะใช้มาตรการที่ร้ายแรงมากขึ้นจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่”
บรรทัดนี้ต้องขอย้ำดังที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า เห็นทีว่านับจากนี้ไปประเทศต่างๆ บนโลกใบนี้จะต้องเดือดร้อนไปตามๆ กันไม่เพียงแต่ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เป็นพื้นที่สู้รบเท่านั้นขนาดว่าแค่วันแรกก็ทำให้สายการบินป่วนไปทั้งโลก น่านฟ้าถูกปิด ผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินเป็นจำนวนมาก สายการบินต่างๆ ทยอยระงับเที่ยวบินทั่วตะวันออกกลาง นึกภาพแล้วก็เหมือนช่วงที่เกิดวิกฤตโควิดการเดินทางโดยสายการบินกลายเป็นอัมพาต ทุกอย่างหยุดชะงักหมด ทั้งเศรษฐกิจการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว มีผลกระทบไปยังทุกประเทศ
แต่สำหรับครั้งนี้อาจจะยิ่งกว่าวิกฤตโควิด เพราะโลกใบนี้กำลังยืนอยู่บนปากเหวของสงครามโลกครั้งที่ 3 และเป็นสงครามที่มีการใช้อาวุธมหาประลัย ทั้งอาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธล้ำสมัย รวมไปถึงระเบิดไฮโดรเจน เข้าประหัตประหารทำลายล้างกัน อย่างน้อยที่จะต้องประสบเฉพาะหน้าในช่วงเวลานี้ก็คือ“ราคาน้ำมันโลก” ซึ่งถ้าหากอิหร่านตัดสินใจปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ที่เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน 1 ใน 3 ของโลก ราคาน้ำมันก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าทวี แล้วก็จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงทั่วโลก
“ฤๅว่าโลกจะถึงกาล-จักรวาลจะลาญแหลก”ที่ไม่ใช่เพราะ“น้ำท่วมโลก” แต่ด้วย“สงคราม”ที่มนุษย์ซึ่งมีจิตใจต่ำทรามยิ่งกว่าเดรัจฉานเป็นผู้ก่อ!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

'เชสโก้'โขกชัย! ผีหลอนพาเลซ2-1ทะยานที่3
'มาร์เกซ'ดวงแตก! 'เบซเซ็คคี'แชมป์MotoGPสนามแรก
อิหร่านตั้ง อาลีเรซา อาราฟี นั่งสภาผู้นำชั่วคราว หลัง คาเมเนอี ถูกสังหาร
กต.เผยยอดคนไทยในตะวันออกกลาง 1.1 แสนคน เปิดลงทะเบียนแจ้งความประสงค์กลับไทย
ผู้นำทั่วโลกกังวล หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน วอนกลับสู่โต๊ะเจรจา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี