วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
หลายเดือนมาแล้วที่คนไทยจำนวนไม่น้อยหมกมุ่นอยู่กับข่าวโควิด-19 จนทำให้หลายคนอาจจะลืมไป แล้วนึกเอาเองว่าประเทศไทยมีแค่เรื่องโควิด-19 เท่านั้น ทั้งๆ ที่ในประเทศนี้ยังมีข่าวอื่นๆ ทั้งดีและไม่ดีผสมผสานกันไป
วันนี้ขอไม่พูดเรื่องโควิด-19 (แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่สนใจเรื่องนี้ แล้วก็ไม่ได้หมายความจะปล่อยให้การ์ดการป้องกันตัวเองตก เพราะอย่างไรก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานตลอดเวลาเมื่ออยู่กับบุคคลอื่น) แต่จะพูดเรื่องดีๆ ที่ทำให้ชีวิตของเรายังมีความหวัง และมีรอยยิ้มบ้าง นั่นคือข่าวดีที่ระบุว่าตัวเลขการส่งออกของไทยงวดเดือนพฤษภาคม 2564 เติบโตประมาณ 42 เปอร์เซ็นต์ ทำสถิติสูงสุดในรอบ 11 ปี มูลค่า 23,057 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขที่น่าสนใจนี้มาจากกระทรวงพาณิชย์ของไทย ซึ่งถ้าหากเราหักลบตัวเลขการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ทองคำ และยุทธปัจจัยออกไปแล้ว จะทำให้ตัวเลขการส่งออกของไทยเป็นบวกอยู่อีกประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ เพราะตัวเลขการนำเข้าสินค้าของไทยเดือนพฤษภาคม 2564 อยู่ที่ 22,261 ล้านบาท ดังนั้น ไทยจึงได้ดุลการค้า 795 ล้านดอลลาร์สหรัฐหากคิดคำนวณตัวเลขการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 พบว่ามีมูลค่า 108,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนตัวเลขการนำเข้าสินค้าคือ 107,141 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ดุลการค้ารวมทั้งสิ้น 1,494 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การที่ไทยส่งออกได้มากขึ้นแสดงให้เห็นว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของโลกกำลังฟื้นตัว ดังจะพบว่าเศรษฐกิจในสหรัฐ สหภาพยุโรป จีน และญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวแล้ว ประกอบกับไทยสามารถขจัดอุปสรรคด้านการส่งออกได้อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน สินค้าส่งออกของไทยที่ทำรายได้ดี ได้แก่ สินค้าเกษตร และอาหาร ผลิตภัณฑ์ป้องกันเชื้อโควิด-19 เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก อาหารสัตว์ และรถยนต์ เป็นต้น
หลายคนอาจจะไม่ค่อยให้ความสนใจข่าวดีสารพัดเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเป็นระยะๆ เพราะมัวแต่จับจ้องมองดูเฉพาะข่าวเลวๆ ร้ายๆ ของเมืองไทย อาทิ เรื่องโควิด-19 เรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไม่เพียงพอ เรื่องเสาไฟอัปลักษณ์ราคาแพงเกินจริง ที่ส่อแสดงให้เห็นชัดว่ามีการทุจริตโกงกินอย่างไร้ยางอายของบรรดาองค์การบริหารส่วนตำบล และส่วนท้องถิ่นต่างๆ ข่าวนักการเมืองพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่ายขึ้นโดยผู้จงใจกระทำผิดไม่ต้องถูกลงโทษ ข่าวการประท้วงทางการเมือง และข่าวฆ่ากันตายรายวันแต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่แต่ละคนจะติดตามข่าวร้ายเหล่านั้นถ้าหากข่าวนั้นเป็นความจริง และมีส่วนช่วยสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้ทุกคนร่วมกันขจัดเรื่องเลวๆ ที่เกิดขึ้นให้หมดหรือลดไปจากบ้านเมืองของเราได้บ้าง
แต่ก็ต้องขออนุญาตบอกเล่าให้สังคมรับรู้ด้วยว่า บ้านเมืองของเราไม่ได้มีแค่ข่าวเลวๆ ร้ายๆ เท่านั้น เพราะเรายังมีข่าวดีๆ งามๆ ปรากฏอยู่เป็นประจำ เพียงแต่ข่าวดีไม่ค่อยเป็นที่สนอกสนใจของผู้เสพข่าว และข่าวดีก็มักไม่ค่อยถูกผู้ประกาศข่าวจำพวกคลั่งข่าวร้ายนำเสนอให้สาธารณชนได้รับรู้ ซึ่งก็อาจเป็นเพราะว่าผู้ประกาศข่าวบางจำพวกนิยมเสพข่าวร้าย จึงขยันเผยแพร่ข่าวร้ายตลอดเวลา เนื่องจากเวลาพูดพล่ามเรื่องข่าวร้ายแล้วผู้ประกาศข่าวเกิดอาการสนุกปาก พล่ามไปได้แบบไม่รู้จบ แต่คนจำพวกนั้นไม่สามารถบอกเล่าเรื่องข่าวดีๆ ได้ เพราะเวลารายงานข่าวดี ไม่สามารถแทรกเสริมบทที่แสดงออกถึงความอับทึบทางปัญญาของผู้ประกาศได้ ขอย้ำทิ้งท้ายว่า เมืองไทยไม่ได้มีเฉพาะข่าวเลวๆ ร้ายๆ เท่านั้น เพราะยังมีข่าวดีๆอีกมากมาย จึงขอให้ผู้เสพข่าวเลือกเสพข่าวดีๆ ด้วย

รวบแล้ว!เพื่อนแสบ หลอกหญิงไทยค้ากามบาห์เรน
เอ็ดดี้ เปิดผลกระทบ 3 ชั้น หากศาลวินิจฉัย 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริง
อ.อัจฉราวดี จี้รื้อฟรีวีซ่า หวั่นนอมินีอิสราเอลฮุบที่ดินเกาะพะงัน-ลามถึง 3 จว.ใต้
ยื่นร่างฯ 1 พ.ค.นี้ ไอซ์ เดินสายเปิดแคมเปญรณรงค์ ปฏิรูปประกันสังคม
ฝนตกมาราธอน 10 ชม. นครพนมฟ้าผ่าตูมเดียวระทึก เด็กชายวัย 14 สลบคาครัว-วัวดับ 3 ตัว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี