วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
มีคำถามในวงการเมืองเสมอๆ ว่าระหว่างประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ประวิตร วงษ์สุวรรณ คนทั้งสองนี้ ใครมีอำนาจการเมืองที่แท้จริงเหนือกว่ากัน
คำถามนี้น่าคิดมิใช่น้อย เพราะหลายครั้งหลายคราคนที่ติดตามการเมืองไทยในยุคที่ คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) เป็นใหญ่จนสามารถยึดกุมอำนาจรัฐไว้ในกำมือได้ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ก็มักจะเกิดคำถามจากสาธารณชนบ่อยๆ ว่า ตกลงแล้วอำนาจการตัดสินใจทางการเมืองที่แท้จริงมาจากใครกันแน่ ระหว่างพี่และน้องร่วมสถาบันการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร และจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าคู่นี้
ครั้นเมื่อกลับไปดูเรื่องราวของการกุมอำนาจภายในพรรคพลังประชารัฐ คอการเมืองทุกคนทราบดีว่า ประวิตรคือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของพรรค ส่วนประยุทธ์ก็เป็นแค่หมากการเมืองตัวหนึ่งที่โลดแล่นไปบนเวทีการเมืองในนามพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งหลายคนถามแบบย้ำๆ ว่าตกลงแล้วประยุทธ์มีอำนาจบริหารจัดการพรรคพลังประชารัฐได้จริงหรือ
เมื่อพูดถึงการเลือกตั้งสส. ครั้งหน้าที่จะต้องเกิดขึ้นหลังจากวันนี้อีกประมาณ 1 ปีเศษ (ยกเว้นจะเกิดการรัฐประหารขึ้นมาอีก) ก็ต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดว่าพรรคพลังประชารัฐจะยังสนับสนุนประยุทธ์ต่อไปหรือไม่ หรือว่าพรรคจะเปลี่ยนไปชูประวิตรให้ขึ้นไปกินตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากเกิดปาฏิหาริย์ว่าพรรคนี้ได้จำนวนสส. มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง (ซึ่งบอกได้ ณ ตรงนี้เลยว่ายากมาก)
มีผู้กล่าวว่าการที่พรรคพลังประชารัฐยังเป็นที่ศรัทธาเชื่อถือของประชาชนจำนวนหนึ่ง เพราะว่ามีประยุทธ์อยู่ในพรรค แต่ถ้าหากประยุทธ์ไม่อยู่กับพรรคนี้ต่อไปพรรคพลังประชารัฐก็จะขาดเสียงสนับสนุนจากประชาชน และเป็นไปได้ว่าพรรคนี้จะเหลือจำนวนสส. เพียงไม่กี่คน บางรายวิเคราะห์เจาะลึกไปด้วยว่าพรรคนี้อาจจะได้ที่นั่งสส. ไม่ถึง 10 คน
อย่าลืมว่าสโลแกนที่พรรคพลังประชารัฐใช้หาเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดคือ เลือกความสงบจบที่ลุงตู่ ถามว่าทำไมพรรคจึงเลือกใช้สโลแกนดังกล่าว ตอบได้ว่าการใช้สโลแกนนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าประยุทธ์ หรือลุงตู่คือตัวชูโรง และตัวดึงดูดคะแนนให้ไหลเข้าพรรค
ดังนั้น ถ้าหากประยุทธ์ไม่อยู่กับพลังประชารัฐ หรือพลังประชารัฐไม่ชูประยุทธ์แล้วหันไปชูประวิตรแทน ก็น่าจะทำให้พรรคนี้ได้สส. ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจำนวนไม่มากเท่าเดิม เพราะต้องไม่ลืมว่าคนจำนวนไม่น้อยยังปลื้มเปรมกับประยุทธ์มากกว่าประวิตร แม้หลายครั้งคนที่สนับสนุนประยุทธ์อาจจะตำหนิประยุทธ์บ้าง แต่ลึกๆ แล้วคนเหล่านั้นก็ยังปลื้มประยุทธ์อย่างมาก เนื่องจากยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ขาวสะอาดของประยุทธ์ และมั่นใจว่าประยุทธ์จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ
พรรคพลังประชารัฐคือพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะกิจ ซึ่งไม่ต่างไปจากพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เคยถูกตั้งขึ้นหลังรัฐประหาร โดยผู้ตั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร และพรรคเหล่านั้นก็ล่มสลายหายสูญไปในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน พรรคพลังประชารัฐจะมีชะตากรรมเหมือนกับพรรคเหล่านั้นหรือไม่ ก็ต้องรอดูกันไป แต่คอการเมืองหลายคนเชื่อเหมือนกันว่า โอกาสที่พรรคนี้จะเฟื่องฟูเหมือนช่วงหลังรัฐประหารนั้น เป็นไปได้ยากมาก และมากที่สุด

จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี