วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อปลายปีที่แล้ว นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เร่งเดินหน้าเพิ่มศักยภาพ ตามแผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ซึ่งเป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะได้ผลประโยชน์มากมาย ในอนาคตข้างหน้า
จากการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม พบรายละเอียดว่า ปี 2564 ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขับเคลื่อนอีอีซี อย่างเต็มสูบทำให้พื้นที่อีอีซีเกิดความก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ พร้อมวางรากฐานเพิ่มความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจ ยกระดับรายได้ของชุมชน พัฒนาให้คุณภาพชีวิตคนไทยทุกคนดีขึ้น ก้าวสู่เป้าหมายช่วยให้ประเทศพ้นจากรายได้ปานกลาง ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งตลอดการทำงานของอีอีซี ในปีที่ผ่านมา ได้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อเนื่อง ได้แก่
1.บันทึกประวัติศาสตร์ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานได้ครบไม่พึ่งเงินกู้ต่างประเทศ แถมรัฐได้ผลตอบแทน 2 แสนล้าน โดย โครงการร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน (PPP) อีอีซี ได้ผลักดันเซ็นสัญญาครบทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือมาบตาพุดและแหลมฉบัง มูลค่าลงทุนรวมสูงถึง 654,921 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนจากภาคเอกชน 416,080 ล้านบาท (ร้อยละ 64)และการลงทุนภาครัฐ 238,841 ล้านบาท (ร้อยละ 36) โดยภาคเอกชนจะให้ผลตอบแทนภาครัฐ 440,193 ล้านบาท และรัฐได้ผลตอบแทนสุทธิ 210,352 ล้านบาท
2.ปี 2564 ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ อีอีซี ได้เดินหน้าผลักดันการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งได้อนุมัติการลงทุนแล้ว 1.6 ล้านล้านบาทจากมูลค่าเป้าหมายการลงทุนของอีอีซีในแผนแรก (2561-2565) ที่กำหนดเงินลงทุนไว้ 1.7 ล้านล้านบาท (ร้อยละ 94)พร้อมนี้ ได้กำหนดแผนลงทุนอีอีซีระยะ 2 ในอีก 5 ปีข้างหน้า(2565-2569) เพื่อขับเคลื่อนต่อยอดและเร่งรัดการลงทุนด้วยการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และวิจัยพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ มีวงเงินลงทุนรวมประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐาน 200,000 ล้านบาท จากเมืองการบินภาคตะวันออก การพัฒนาพื้นที่ 30 กิโลเมตร รอบสนามบิน และพัฒนาพื้นที่รอบสถานีหลักรถไฟความเร็วสูงฯ (TOD) ดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ปีละ 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ (1) การลงทุนในระดับฐานปกติ ปีละ 250,000 ล้านบาท และ (2) การลงทุนส่วนเพิ่มที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (EV) ดิจิทัล การแพทย์สมัยใหม่ การขนส่งโลจิสติกส์ เกษตรสมัยใหม่และอาหาร ภายใต้บริบทเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (BCG) รวมปีละ 150,000 ล้านบาท
ยกระดับชุมชนและประชาชน เร่งพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนระดับหมู่บ้าน พัฒนาตลาดสด/ e-commerce สร้างรายได้ให้ชุมชนเพิ่ม ยกเครื่องการศึกษา สาธารณสุขพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคที่สะดวกสบายให้ชุมชน
3.ยกระดับแกนนำลงทุนมิติใหม่ ไทยพร้อมรับลงทุนนวัตกรรมขั้นสูง คู่ดูแลสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยผลักดัน การลงทุนสำคัญหลายโครงการ เช่น โครงการเปิดสวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์ แห่งแรกของโลกในพื้นที่อีอีซี รวมไปทั้ง โครงการการผลักดันการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ (ระยองโมเดล) เมื่อแล้วเสร็จ จะรองรับขยะได้สูงถึง 500 ตัน/วัน และผลิตไฟฟ้าได้ 10 เมกะวัตต์ เป็นต้น
4.วางกรอบสิทธิประโยชน์ เน้นความต้องการผู้ประกอบการ จูงใจนักลงทุน ใช้นวัตกรรมเคียงคู่สิ่งแวดล้อม ดำเนินงานด้านสิทธิประโยชน์ โดยขยายมาตรการสนับสนุนการลงทุนจากโครงการที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล สู่การให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ โดยเริ่มนำร่องที่เขตส่งเสริมฯ เมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) ให้เป็น พื้นที่ต้นแบบ (Sandbox) “การปฏิรูปและยกระดับประเทศไทย ก้าวสู่ 10 อันดับของประเทศที่ประกอบธุรกิจง่ายที่สุด”
5.เดินหน้าแผนพัฒนาเกษตร เร่งรัดโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (EFC) ช่วยเกษตรกรเพิ่มรายได้ จากสินค้าสำคัญ คือ ผลไม้ ทุเรียน มังคุด มะม่วง ประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทดแทนนำเข้า พืชอุตสาหกรรมชีวภาพ มันสำปะหลังพืชสมุนไพร ฟ้าทะลายโจร และเกษตรมูลค่าสูง โคเนื้อพรีเมียมตั้งเป้าหมายยกระดับรายได้ให้ชุมชนเกษตรกรในพื้นที่
6.เสริมแกร่งยกระดับสาธารณสุข คนไทยเข้าถึงรักษาโรคแม่นยำ หายป่วยง่าย สุขภาพดีทั่วหน้า รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์
7.จับมือสถาบันการเงินชั้นนำ เสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการทุกระดับ เกษตรกร ชุมชน คลายผลกระทบโควิด-19 ทุกระดับ ทั้งสินเชื่อเพื่อยกระดับเกษตรกรไปสู่การทำธุรกิจการเกษตรให้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ อีอีซี
8.ต่อยอดใช้ประโยชน์ 5G ครบมิติ “สร้างชุมชนต้นแบบ ส่งเสริมโรงงานอัจฉริยะ พัฒนาทักษะบุคลากร”
9.พลิกโฉม NEO PATTAYA โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ได้มีการประชุมร่วมกับนายกเมืองพัทยาเพื่อหารือแนวทางการพัฒนาพื้นที่ตลาดลานโพธิ์นาเกลือ และอยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน โดยเมืองพัทยาได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารจอดรถ พร้อมทั้งเตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์รอบพื้นที่ตลาดลานโพธิ์นาเกลือ เช่น ปรับปรุงสวนสาธารณะก่อสร้างเส้นทางเดินชมธรรมชาติ ปรับปรุงจุดชมทัศนียภาพ เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนหลังสถานการณ์ COVID-19 ผลักดันสู่การเป็นต้นแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการระหว่างรัฐ เอกชน และท้องถิ่น อย่างแท้จริง
10.สร้างต้นแบบ EEC model เยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่ตกงาน แรงงานไทย ได้งานดี รายได้สูง
อีอีซี ให้ความสำคัญการพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษา ตามแนวทาง EEC model ต้นแบบการศึกษายุคใหม่ ผลิตคนจริง ตรงตามความต้องการ (Demand Driven Education) เป้าหมาย คือ ต้องการให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ประชาชน มีงานทำ รายได้ดี ด้วยความสามารถ โดยที่ผ่านมาได้ผลิตบุคลากรร่วมกับภาคเอกชนด้วยกลไกที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนมีส่วนร่วมออกแบบหลักสูตร(Co-endorse) และร่วมจ่าย (Co-pay) เพื่อให้มั่นใจว่าได้คนตรงตามความต้องการจริง ซึ่งมีทั้งรูปแบบเอกชนจ่าย 100% จบมามีทำงานทันที โดยตั้งเป้าการพัฒนาบุคลากร ผลิตคนให้ได้ 120,000 คน ภายในปี 2566
สำหรับการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาบุคลากร ในระยะต่อไป เตรียมจัดอบรม (EEC Type B) อาทิ โครงการฝึกอบรมระยะสั้น 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เน้นพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานได้จริง โครงการฝึกอบรมระยะสั้นภาคยานยนต์ เพื่อรักษาการจ้างงานพร้อมกับพัฒนาทักษะใหม่และโครงการฝึกอบรมระยะสั้น ภาคท่องเที่ยว ยกระดับบุคลากรท่องเที่ยวกับการปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวใหม่ (EEC Local Wisdom Tourism)
โดยเบื้องต้นได้กำหนดเป้าหมายการฝึกอบรมพัฒนาทักษะบุคลากรรวมจำนวน 25,450 คน แบ่งเป็นการฝึกอบรมบุคลากรตามแผน 13,130 คน และการฝึกอบรมเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 12,320 คน และในปี 2565 วางเป้าหมายจะพัฒนาทักษะบุคลากรได้รวม 36,700 คน
ครับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ อีกไม่นานประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างทั่วหน้า

พิพัฒน์ โพสต์ ขอบคุณ อนุทิน ไว้วางใจ แจงเจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก. แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี
กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม
โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี