วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คงไม่มีประโยชน์ใดๆที่จะกลับไปกล่าวถึงความอัปยศและน่าอดสูของนักการเมืองในระบบเลือกตั้งที่พยายามนำคำว่า “ประชาธิปไตย”มาห่อคลุมกาย อย่างไม่สำเหนียกอย่างไร้สามัญสำนึกกับพฤติกรรมที่ปฏิบัติมันย้อนแย้งกันอย่างมากมายทั้งในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญและ “ธรรมนูญรัฐสภา” ที่เรียกกันว่า “ข้อบังคับการประชุม” ที่ถูกกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรทว่ากลับ “เขียนด้วยมือและลบด้วยเท้านักการเมือง” ที่ไม่กระดากปากว่าฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายที่ถูกสาดอุจจาระใส่ว่าเป็นฝ่ายเผด็จการสืบทอดอำนาจนั่นแหละ
ผลประโยชน์จากเหตุการณ์อัปยศอดสูครั้งนี้ตกแก่นักการเมืองทุกฝ่าย ทว่า ผลเสียหายมาตกอยู่กับประชาชนกว่า 70 ล้านคน ที่ตรากตรำทำงานอย่างสุจริต เสียภาษีเงินได้ตามระเบียบข้อกฎหมายที่เหล่าเดรัจฉานเหล่านี้กำหนด และต้องนำเงินภาษีอากรประชาชนเหล่านี้มาจ่ายเป็นค่าอาหารสดอาหารเม็ดเฉกเช่น “สัมภเวสีไกลบ้าน” ที่เคยประจานเปรียบเทียบนักการเมืองใต้อุ้งเป็น “สุนัข” ในคอก“จันทร์ส่องหล้า” ผ่านช่องทางสื่อโซเชียล “คลับเฮ้าส์กลุ่มแคร์คิดเคลื่อนไทย” กระทำ
ทำไมเราต้องเอาเงินจำนวนมหาศาลตลอด 4 ปีมาใส่ขันใส่กะลาให้ “สิ่งมีชีวิตที่ไร้สามัญสำนึก” เหล่านี้ได้นำไปเสพสุขให้ “คนในตระกูล …” นั้นๆ เอามาซื้ออาหารเลี้ยงสุนัขจรจัด เลี้ยงวัวควายไว้ใช้งาน จักไม่เกิดประโยชน์กว่าหรือ เมื่องานแย่งชิงอาหารเสร็จสิ้น ภารกิจต่อมากลับเร่งรัดหาผลประโยชน์ส่วนตนพวกพ้องและแทนคุณนายใหญ่อย่างขมีขมันแทนการดูแลทุกข์สุขประชาชน
นักเลือกตั้งชังชาติ, เดรัจฉานในคอกจันทร์ส่องหล้ากลับเคลื่อนไหวเดินหน้าให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติ “ลุงตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ครบเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 158 ที่ต้องยอมรับว่าเกมนี้ “ลุงตู่” โชว์มาดเข้มสุขุม ลุ่มลึก ตอบคำถาม“สื่อจริงสื่อปีศาจ” ว่า … “จะต้องกังวลอะไร” … “ให้ไปถามศาล รธน.”
ประเด็นนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่มี “กูรูกูรู้กับ “แลซซี่สุนัขพันธุ์คอลลี่เพศเมียแสนรู้” จำนวนไม่น้อยเสนอหน้าแสดงความคิดเห็นไปในแนวทางที่ตนเองคิดเป็นประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง ซึ่งรวบรวมแล้วมี 3 แนวทางคือ 1.กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการดำรงตำแหน่ง เป็นไปตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 264 ซึ่ง “บัญญัติว่า “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ ..”
เท่ากับว่า “ลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 158 วรรค 4”ซึ่งบัญญัติว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้” หมายความว่า ตามหลักการนับระยะเวลาที่จะไม่นับวันแรกที่เริ่มดำรงตำแหน่งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2557 จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปีในวันที่ 24 สิงหาคม 2565 และจะต้องเป็นไปตามมาตรา 170 ที่ได้บัญญัติไว้ในวรรคสองว่า “ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ด้วย”
2.กรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า นับจากวาระเริ่มต้นการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และ 3.หากวินิจฉัยว่า การนับวาระเริ่มต้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”เริ่มจาก“วาระได้รับเลือกจากที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้นวาระ 8 ปี จะสิ้นสุดวันที่8 มิถุนายน 2570”
ไม่ว่าคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาเป็นคุณแก่“ลุงตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีหรือไม่อย่างไรเส้นทางการเมืองของ “ลุงตู่” จะอยู่ที่การยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขมากกว่าการปล่อยให้สภาอยู่จนครบวาระ เนื่องจากการยุบสภาอำนาจในการบริหารราชการอยู่กับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรักษาการในระหว่างการเลือกตั้ง แต่หากอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระรัฐธรรมนูญบัญญัติให้อำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจะอยู่ที่หัวหน้าหน่วยราชการนั้นๆ อาทิ ปลัดกระทรวงต่างๆ, อธิบดีกรมต่างๆ ในระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนเพื่อให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ดี
“ลุงตู่-พลเอกประยุทธ์” จึงสมควรเลือกการยุบสภาแล้วบริหารการจัดการเลือกตั้งเอง

เมื่อเวทีดนตรีไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือพื้นที่สร้างการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพมนุษย์
วธ. เเถลงข่าว เปิดเวที มหกรรมผ้าไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 และโครงการประกวด The Next Big Silk Designer Contest ครั้งที่ 7 ประจำปี พ.ศ. 2569
กกล.บูรพา ไลฟ์สด 24 ชั่วโมง ยืนยันด่านชายแดนยังปิดตามมาตรการ สวนกระแสข่าวปลอมแอบเปิดด่าน
โกลาหลหนัก ชาวเลบานอนเร่งอพยพออกจากเบรุต หลังสงครามเริ่มประชิดเมืองหลวง
เปิดใจ มาร์ค ธาวิน ถมแบรนด์เนมทั้งตัวกว่า 10 ล้าน โดนมองว่า เสร่อ วันนี้รู้แล้วว่ามีเงินอย่างเดียวไม่ได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี