Logo วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
กฎหมายคุม‘การตลาดอาหาร’ ยาแรงปกป้อง‘สุขภาพเด็กไทย’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“แม้เด็กไทยไม่กินหวานจะทำงานมา 20 กว่าปี และเราก็พูดเรื่องอ้วนในเด็กมาตลอด เราก็ยังไม่สามารถจะคุมอะไรได้เพราะเรื่องของอ้วนตอนนี้เป็นปัญหาที่เรียกว่าเป็นสากล แล้วก็กระทบไปถึงระบบเศรษฐกิจด้วย เด็กอ้วนเพิ่มขึ้นเร็วมาก สหพันธ์โรคอ้วนโลกเขาทำนายไว้ว่าเด็กไทยเองก็น่าเป็นห่วง จนถึงปี 2573 เราอาจจะมีคนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ในกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ไปถึง 30% อันนี้มันเหมือนเราแข่งกันกับภาวะการเป็นสังคมผู้สูงอายุเลย คือมีคนอ้วนใกล้เคียงกับคนเป็นผู้สูงอายุ คือมันจะอยู่ในสังคมซึ่งเป็นภาวะที่น่าเป็นห่วงมาก ถ้าเราไม่จัดการอะไรกับสิ่งเหล่านี้เลย”


ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ที่ปรึกษากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และผู้จัดการโครงการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวในการบรรยาย (ออนไลน์) หัวข้อ “การตลาดอาหารในโรงเรียนกับมาตรการควบคุม” จัดโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อเร็วๆ นี้
ถึงสถานการณ์ของสังคมไทย ที่ด้านหนึ่งสัดส่วนประชากรสูงวัยกำลังเพิ่มขึ้น และอีกด้านจำนวนเด็กที่โตมาพร้อมกับโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินก็เพิ่มขึ้นด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่า “โรคอ้วนเป็นประตูสู่กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)” เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยมีงานศึกษาพบว่า ร้อยละ 31 ของผู้ป่วยเบาหวาน และร้อยละ 22 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เคยมีประวัติเป็นเด็กอ้วนทั้งนี้ “เครื่องดื่มผสมน้ำตาล” ถือเป็นวิถีการบริโภคของคนไทยทุกชนชั้น เห็นได้จาก “กาแฟ” มีตั้งแต่ราคาแก้วละยี่สิบกว่าบาทไปจนถึงหลักร้อยบาท

และนอกจากน้ำตาลแล้ว โซเดียมกับไขมันก็เป็นอีก 2 สิ่งในอาหารที่เป็นปัจจัยเอื้อต่อความอ้วน (รวมถึงโรค NCDs อื่นๆ) ซึ่งจากที่เคยสำรวจใหญ่ทั่วประเทศ พบ“ขนมขบเคี้ยว” สร้างปัญหาการบริโภคโซเดียมในเด็กเฉลี่ยร้อยละ 30 ต่อวัน ขณะที่ “มาตรการทางภาษียังไม่สามารถสู้กับกลยุทธ์การตลาด” การลดแลกแจกแถมยังทำให้คนอยากบริโภค ซึ่งการควบคุมการตลาดเป็นมาตรการที่ได้รับการรับรองจากสมัชชาองค์การอนามัยโลก (WHO) แต่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายปกป้องเด็กไทยจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้

“ผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้ มันทำให้ไม่สามารถจะควบคุม NCDs ได้จริงจัง ถ้าเราไม่มีกลไกใดๆ ที่จะป้องกันเด็กจากสารทั้งน้ำตาล เกลือและไขมัน เพราะฉะนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมาพูดกันในมาตรการที่ว่าด้วยเรื่องของการตลาดให้ชัดเจนมากขึ้น แล้วส่วนตัวคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียเกี่ยวข้องทั้งหลายจะต้องเริ่มเข้าใจและสนใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการชิงโชค การให้รางวัล การแถมพกทั้งหลาย ซึ่งเราก็พยายามจะจัดการเรื่องนี้มาระยะหนึ่ง จนตอนนี้ก็เงียบไปก็ยังทำไม่สำเร็จ” ทพญ.ปิยะดา ระบุ

ทพญ.ปิยะดา กล่าวต่อไปว่า ในขณะที่มีความพยายามทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า การบริโภคสิ่งเหล่านี้เป็นตัวที่จะทำให้สุขภาพของเขานั้นเสียไปและมีโอกาสเป็นโรคในอนาคต แต่ในความเป็นจริงไม่ว่าคนวัยใดล้วนใช้ชีวิตอยู่กับสื่ออินเตอร์เนตแทบทั้งวัน “โฆษณาแฝง (Tie-in) สินค้าในภาพยนตร์หรือละครซีรี่ส์ สามารถพบเห็นได้ทั่วไป” และกระตุ้นให้คนอยากบริโภค ดังนั้นจึงต้องหาทางป้องกันไม่ให้เด็กเห็นสิ่งเหล่านี้แล้วมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา

หนึ่งในการขับเคลื่อนที่ดำเนินการกันมาแล้วคือ “โรงเรียนปลอดน้ำอัดลม” เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานเริ่มทำงานกับโรงเรียนต่างๆ มาตั้งแต่ช่วงปี 2547-2548 แต่กว่าจะได้รับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ จนออกมาเป็นประกาศกระทรวงฯ ต้องรอจนถึงปี 2563 จากนั้นในปี 2564 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ออกประกาศทำนองเดียวกัน ว่าด้วยการควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เกลือและไขมันสูงในสถานศึกษาซึ่งรวมถึงการควบคุมเวลาจำหน่ายด้วย เพราะไม่เช่นนั้นก็จะได้รับสารดังกล่าวมากเกินไปอยู่ดี

ความท้าทายของประกาศนี้คือ “ในความเป็นจริงสถาบันการศึกษาต้องพึ่งพาการบริจาคหรือสนับสนุนสิ่งของจำเป็นจากภาคเอกชน” เช่น อุปกรณ์กีฬา ตู้แช่ รวมถึงเงินทุน ดังนั้น จึงต้องออกแนวปฏิบัติให้ชัดเจนเพื่อให้ปฏิบัติได้จริง อาทิ หากบริจาคเป็นเครื่องดื่มก็ต้องเป็นเครื่องดื่มที่ลดปริมาณน้ำตาลแล้ว หรือหากบริจาคเงินก็ห้ามแสดงตราสัญลักษณ์สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ โดยยังสามารถแสดงชื่อบริษัทหรือมูลนิธิของบริษัทได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนที่เริ่มจากโรงเรียน มีเป้าหมายคือนำไปสู่การผลักดันให้มี “กฎหมายควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบกับเด็ก (ในระดับพระราชบัญญัติ)” โดยถอดบทเรียนจากการผลักดันมาตรการ “ภาษีความหวาน” ซึ่งมีความพยายามรณรงค์สร้างความเข้าใจกับประชาชนทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง จนท้ายที่สุดมาตรการก็ออกมาบังคับใช้ได้โดยไม่มีแรงต้านมากนัก จึงเห็นว่า หากไม่มีแรงต้านจากโรงเรียนและผู้ปกครอง ร่างกฎหมายควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบกับเด็ก ก็จะสามารถผลักดันได้เป็นผลสำเร็จ

แต่ก็ต้องบอกว่า “แม้จะมีกฎหมายออกมาแต่ก็ยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก” โดยเฉพาะ “การควบคุมการตลาดผ่านสื่อ” เช่น มีข้อค้นพบว่า ร้อยละ 95 ของเด็ก รู้จักขนมจากโทรทัศน์ ร้อยละ 59 รู้สึกอยากกินขนมเมื่อเห็นโฆษณา ร้อยละ 79 เคยกินขนมที่เห็นในโฆษณา แต่ปัจจุบันที่เป็น “ยุคดิจิทัล” โฆษณาอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพ สามารถพบเห็นได้บ่ายครั้งบนพื้นที่ออนไลน์ รวมถึงมีบรรดาคนดังบนอินเตอร์เนต (Influencer) รับงานโปรโมท

“ณ ขณะนี้ เรามีช่องว่างที่เราต้องช่วยกันทำงานอยู่ในเรื่องของการตลาด โดยเฉพาะเรื่องของการผ่านสื่อ สื่อโซเชียลนี่สำคัญที่สุด สื่อมวลชนทั้งหลาย การชิงโชค การแถมพก” ทพญ.ปิยะดา กล่าว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
07:41 น. ที่สุดแห่งทูตวัฒนธรรม! เมื่อ พระราชินี-เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ใช้ผ้าไทยปักหมุดจุดยืนแฟชั่นบนเวทีโลก
07:18 น. โพลการเมืองระอุ! ปชน. ยืนหนึ่ง - อนุทิน-ภท. เบียดแซง พท. ขึ้นที่ 2
07:00 น. ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 5 - 11 กรกฎาคม พ.ศ.2569
21:55 น. หมอสมอง เปิดข้อควรรู้ และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ อาการเวียนศีรษะ ที่หลายคนยังไม่รู้
21:32 น. โซเซียลถาม กระแต นับถือศาสนาอะไร? กันแน่! แถมควักเงินล้าน ซื้อหินมาบูชา เพื่ออะไร?
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
ทำโซเชียลอมยิ้ม! เพจทางการ ปธน.มาครง เลือกเพลงประกอบคลิปต้อนรับ ในหลวง-พระราชินี
เฉลยแล้ว ซุปเปอร์จี หายไปไหน
ไขข้อข้องใจ! ภาพประวัติศาสตร์ ทำไม 'มาครง' สวมแว่นดำรับเสด็จ 'ในหลวง'
ปล่อยตัวพรุ่งนี้ 6 คน นักโทษคดีชุมนุมการเมือง-ม.112 เข้าเกณฑ์อภัยโทษ
ดูทั้งหมด
อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน8)
‘วาระแห่งชาติ’ ของ ‘นายกพวงมาลัย’
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
บุคคลแนวหน้า : 5 กรกฎาคม 2569
หนี้ธุรกิจ Vs หนี้ส่วนตัว
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หมอสมอง เปิดข้อควรรู้ และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ อาการเวียนศีรษะ ที่หลายคนยังไม่รู้

ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 5 - 11 กรกฎาคม พ.ศ.2569

โซเซียลถาม กระแต นับถือศาสนาอะไร? กันแน่! แถมควักเงินล้าน ซื้อหินมาบูชา เพื่ออะไร?

ฮุน เซน โพสต์ภาพรับเสด็จ กษัตริย์นโรดมฯ เสด็จกลับเขมร หลังรักษาโรคมะเร็งที่จีนนาน 3 เดือน

ดร.ดิเรกฤทธิ์ แนะ อนุทิน ควรทำ-ไม่ควรทำ รับมือคดีโกงสอบท้องถิ่น

ก๊าซธรรมชาติ : ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่นคงทางพลังงาน

  • Breaking News
  • ที่สุดแห่งทูตวัฒนธรรม! เมื่อ พระราชินี-เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ใช้ผ้าไทยปักหมุดจุดยืนแฟชั่นบนเวทีโลก ที่สุดแห่งทูตวัฒนธรรม! เมื่อ พระราชินี-เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ใช้ผ้าไทยปักหมุดจุดยืนแฟชั่นบนเวทีโลก
  • โพลการเมืองระอุ! ปชน. ยืนหนึ่ง - อนุทิน-ภท. เบียดแซง พท. ขึ้นที่ 2 โพลการเมืองระอุ! ปชน. ยืนหนึ่ง - อนุทิน-ภท. เบียดแซง พท. ขึ้นที่ 2
  • ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 5 - 11 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 5 - 11 กรกฎาคม พ.ศ.2569
  • หมอสมอง เปิดข้อควรรู้ และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ อาการเวียนศีรษะ ที่หลายคนยังไม่รู้ หมอสมอง เปิดข้อควรรู้ และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ อาการเวียนศีรษะ ที่หลายคนยังไม่รู้
  • โซเซียลถาม กระแต นับถือศาสนาอะไร? กันแน่! แถมควักเงินล้าน ซื้อหินมาบูชา เพื่ออะไร? โซเซียลถาม กระแต นับถือศาสนาอะไร? กันแน่! แถมควักเงินล้าน ซื้อหินมาบูชา เพื่ออะไร?
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

4 ก.ค. 2569

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

27 มิ.ย. 2569

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

20 มิ.ย. 2569

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

13 มิ.ย. 2569

เมื่อหยาดเหงื่อคนข่าว ถูกเคลมเป็นคอนเทนต์อินฟลูฯ กฎหมายลิขสิทธิ์ และ PDPA คุ้มครองอย่างไร?

เมื่อหยาดเหงื่อคนข่าว ถูกเคลมเป็นคอนเทนต์อินฟลูฯ กฎหมายลิขสิทธิ์ และ PDPA คุ้มครองอย่างไร?

6 มิ.ย. 2569

‘Zero Smoke No Vape’ รณรงค์ สร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ - บุหรี่ไฟฟ้า

‘Zero Smoke No Vape’ รณรงค์ สร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ - บุหรี่ไฟฟ้า

30 พ.ค. 2569

ภาษีไทย : รู้คำตอบ แต่ไปไม่ถึง

ภาษีไทย : รู้คำตอบ แต่ไปไม่ถึง

23 พ.ค. 2569

‘บ้านบางละมุง’ สร้างภาวะตายดี ต้นแบบดูแลผู้สูงอายุครบ 4 มิติ

‘บ้านบางละมุง’ สร้างภาวะตายดี ต้นแบบดูแลผู้สูงอายุครบ 4 มิติ

16 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved