วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ปัญหาสังคมไทยคือมีนักกฎหมายมากเกินไปนักกฎหมายบางรายใช้ช่องว่างกฎหมายสร้างปัญหาให้ประเทศชาติ นักกฎหมายจำนวนมาก มีวาระซ่อนเร้นตีความกฎหมายเพื่อประโยชน์ตนและพวกพ้อง บางรายใช้สำนวนโวหารทางกฎหมายด้อยค่าตุลาการทำลายกระบวนการยุติธรรมเสียเอง
นานาอารยประเทศอะไรที่กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน เขาให้ทำตามประเพณีที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ตัวอย่างเช่น จอร์จ วอชิงตัน นักการทหาร ผู้มีบทบาทสำคัญ ทำให้อเมริกาเป็นอิสระจากสหราชอาณาจักร ประชาชนจึงเรียกร้องให้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา เมื่อวาระ 4 ปีแรก ผ่านไปประชาชนยังเรียกร้องให้เป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัย จอร์จ วอชิงตัน ก็ทำตามความต้องการประชาชนส่วนใหญ่ แต่หลังจากอยู่ในตำแหน่งสองสมัย นาน 8 ปี ชาวอเมริกันขอร้องอย่างไร ท่านก็ไม่ยอมเป็นประธานาธิบดีต่อไปโดยให้เหตุผลว่าถึงเวลาที่ต้องใช้ชีวิตส่วนตัวกับครอบครัว ตั้งแต่นั้น คนอเมริกัน ก็ถือปฏิบัติตามกันมา และบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา อยู่ในตำแหน่งวาระ 4 ปี ไม่เกิน 2 สมัย สังคมการเมืองอเมริกันก็ปฏิบัติตามกันจนบัดนี้ไม่มีนักกฎหมายออกมาโวยวาย
แต่ในประเทศไทยอะไรที่ไม่ชัดเจน นักกฎหมายมักตีความกฎหมายให้สังคมไทยวุ่นวาย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพราะเหตุว่า นักกฎหมายไทยจำนวนมากตีความกฎหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง นักกฎหมายประเภทนี้ส่วนใหญ่ยึดฝ่ายตนเป็นที่ตั้งแล้วอ้างทำเพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม ที่เลวร้ายกว่านั้นคือนักกฎหมายในนานาอารยประเทศแสดงความรู้ทางกฎหมายกันในศาล แต่นักกฎหมายไทยมักแสดงโวหารทางกฎหมายชี้นำสังคมและกดดันตุลาการผ่านสื่อ ซึ่งทำให้สังคมสับสนวุ่นวาย เมื่อหลายฝ่ายนำไปขยายความและแพร่หลายในโซเชียลและมีหลายคราที่กูรูตีความกฎหมายให้เกิดความวุ่นวายในชาติ
เช่นระหว่างศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล ผู้สอนกฎหมายหลายคนแสดงความคิดเห็นแง่มุมกฎหมายเป็นบวกแก่พรรคก้าวไกล
และหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 ให้ยุบพรรคก้าวไกล ผู้สอนกฎหมายหลายคน ออกมาแสดงความคิดเห็นทางกฎหมายในทำนอง#ด้อยค่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ศาลฯชี้แจงอย่างละเอียดถี่ถ้วน ชนิดที่สามัญชนทั่วไปก็เข้าใจได้เมื่อศาลฯอ่านคำวินิจฉัยว่า
..“คดีนี้กับคดีตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2567 เป็นคดีรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันและมูลคดีเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญย่อมไต่สวนพยาน
หลักฐานในมาตรฐานเดียวกัน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญฟังข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้ว ในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของผู้ถูกร้อง (พรรคก้าวไกล) เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 211 วรรคสี่บัญญัติว่า “คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภาคณะรัฐมนตรี ศาลองค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ” ข้อเท็จจริงดังกล่าวย่อมต้องผูกพันศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยคดีนี้ด้วย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องที่เสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อันมีเนื้อหาเป็นการลดทอนคุณค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ และใช้เป็นนโยบายพรรคในการหาเสียงเลือกตั้งโดยการใช้ประโยชน์จากสถาบันพระมหากษัตริย์..
..เพื่อหวังผลคะแนนเสียงและชนะการเลือกตั้ง เป็นการมุ่งหมายให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะคู่ขัดแย้งกับประชาชน ผู้ถูกร้องมีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์หรือทำให้อ่อนแอลง อันนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในที่สุด การกระทำของผู้ถูกร้องจึงเข้าลักษณะการกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกด้วย เมื่อพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตย..”
ในตอนหนึ่งของคำวินิจฉัยที่ว่า #เพื่อหวังผลคะแนนเสียงและชนะการเลือกตั้ง เป็นการมุ่งหมายให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะคู่ขัดแย้งกับประชาชน ผู้ถูกร้องมีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ฯลฯ คำวินิจฉัยส่วนนี้นำไปเทียบเคียงได้กับการตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติ ในปี 2562 ได้ ตอนนั้นไม่เห็นผู้สอนกฎหมายคนไหนออกมาวิจารณ์ด้อยค่าศาลฯ แต่ที่น่าอนาถใจ ยังมีผู้สอนกฎหมายหลายคนออกมาด้อยค่าตุลาการผ่านสื่อ ที่วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล ราวกับว่าผู้สอนกฎหมายพวกนั้น มีอุดมการณ์ต่อต้านสถาบันฯเหมือนคณะราษฎรยุคใหม่ซึ่งเป็นสาวกพรรคก้าวไกล
สังคมไทยน่าจะรู้มานานแล้วว่าผู้สอนกฎหมายในบางมหาวิทยาลัยคลั่งไคล้คณะราษฎร2475 ผู้สอนกฎหมายพวกนั้น ถึงได้ปลุกปั่นล้างสมองคนรุ่นใหม่ และลูกศิษย์ในมหาวิทยาลัยให้ออกหน้า เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯโดยที่ผู้สอนกฎหมายเหล่านั้น แอบอยู่หลัง นักศึกษา และเมื่อถึงเวลาค่อยๆ โผล่ออกมาเห็นหัวหมาที่คลุมไว้ใต้หนังราชสีห์
ผู้สอนกฎหมายหลายรายออกมาด้อยค่าตุลาการศาลฯ เป็นการนำร่องให้คนรุ่นใหม่สาวกก้าวไกลนำไปขยายความในสื่อออนไลน์
สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมเลยเถิดลามปามถึงสถาบันฯ ที่เคารพรักเทิดทูนของคนไทยอย่างหยาบคายชั่วช้าร้ายกว่าก่อนหน้ายุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากว่าผู้สอนกฎหมายใช้วาทกรรมกำกวมป้องกันตนไม่ให้ถูกดำเนินคดี ส่วนติ่งก้าวไกลชั่วช้าหยาบคายไม่กลัวถูกดำเนินคดี เพราะมั่นใจว่าก้าวไกล ผู้สอนกฎหมาย และต่างชาติสามารถช่วยได้ ด้านก้าวไกลร่างใหม่ในคราบ “พรรคประชาชนจึงปากกล้าท้าทายจะเดินหน้าแก้กฎหมายอาญา มาตรา 112”
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวถึงกรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า
ที่ผ่านมา เราไม่เคยสื่อสารว่าเรามีการลดเพดานเรื่องอะไร แต่เรายืนยันว่าเราเสนอแก้ไข มาตรา 112 เพื่อปรับปรุงกฎหมายนี้ ไม่ให้มีปัญหา
ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการกลั่นแกล้งพรรคฝ่ายตรงข้าม
นายณัฐพงษ์ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่มองเพียงว่า ต้องแก้ไขมาตรา 112 เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามนำมาใช้กลั่นแกล้งทางการเมืองแสดงว่า นายณัฐพงษ์ ไม่สำเหนียกที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้กฎหมายปกป้องสถาบันเข้าข่ายเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ว่าพฤติการณ์ดังกล่าวของผู้ถูกร้อง (พรรคก้าวไกล) เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อการล้มล้างการปกครองระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
คำประกาศเดินหน้าแก้มาตรา 112 ของหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ลอกคราบมาจากอนาคตใหม่และก้าวไกล จึงสอดคล้องกับการแสดงความคิดเห็นด้อยค่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของผู้สอนกฎหมายบางคน ที่พยายามปลุกปั่นคนรุ่นใหม่ ให้เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันสูงสุดของไทยต่อไป ซึ่งเป็นอันตรายต่อสังคมไทย ที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ประสบการณ์ติดตามข่าวการเมืองมากว่า 50 ปี พบว่า ปัญหาหลักของสังคมไทย คือ ผู้สอนกฎหมายในเมืองไทยมักตีความกฎหมายเข้าข้างคนโกง คนทรยศขบถต่อแผ่นดิน ผู้สอนกฎหมายในเมืองไทยนอกจากตีความกฎหมายเข้าข้างคนโกงชาติ อาฆาตพยาบาทสถาบันฯแล้ว ผู้สอนกฎหมายยังล้างสมองปลุกปั่นให้ลูกศิษย์เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันสูงสุดของชาติ อาจถึงขั้นเป็นขบถล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเมื่อลูกศิษย์ถูกดำเนินคดี ผู้สอนกฎหมายเหล่านั้น ก็ช่วยแก้ต่างให้ และหากลูกศิษย์ถูกศาลตัดสินลงโทษ ผู้สอนกฎหมายเหล่านั้น ก็ออกมาโวยวาย อ้างแง่มุมกฎหมายต่างๆ นานาเพื่อด้อยค่าตุลาการศาลฯ
จาก พ.ศ.2475 ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า92 ปี ประเทศไทยยังคงมีนักกฎหมายที่คิดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องลดปริมาณผู้สอนกฎหมาย และเพิ่มปริมาณการสอนศีลธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณตลอดถึงอุดมการณ์รักชาติแก่คนรุ่นใหม่ ประเทศไทยจะลดความวุ่นวายลงได้มากกว่านี้
สุทิน วรรณบวร

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี