วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
แม้การสู้รบระหว่างอินเดียและปากีสถาน จะได้ข้อตกลงยุติการยิงแล้ว
แต่ที่ยังเป็นประเด็นสนทนาอันดับหนึ่ง ในแวดวงเทคโนโลยีเครื่องบินรบระดับโลก
นั่นคือ เรื่องราวในสมรภูมิสู้รบทางอากาศ ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน
1. ในหนังฮอลลีวู้ด เราจะเห็นแต่ภาพว่า เครื่องบินรบสุดทันสมัยของสหรัฐและชาติตะวันตกดก
หรือแม้แต่เครื่องบินรบรุ่นเก่าแก่ของสหรัฐ ก็ยังเอาชนะเหนือเครื่องบินทันสมัยของขั้วตรงข้ามได้
ในความจริง สมรภูมิสู้รบทางอากาศ ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน
ปรากฏว่า เครื่องบินขับไล่ J-10 ที่ปากีสถานซื้อจากจีน และ JF-17 ที่จีนและปากีสถานร่วมกันพัฒนา สามารถเอาชัยเหนือเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่อินเดียซื้อมาจากฝรั่งเศส ในราคาแพงกว่ามหาศาล
ชาติตะวันตกเคยผูกขาดภาพลักษณ์ด้านการเป็นผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์คุณภาพสูงเป็นเจ้าของเทคโนโลยีด้านอาวุธที่ล้ำสมัย ถูกตบหน้าด้วยอาวุธจากจีน
นี่ไม่ใช่แค่เสียหน้า เสียเครื่องบินที่ถูกยิงตก แต่ยังหมายถึงความน่าเชื่อถือ เสียงมูลค่าทางการตลาด และอาจกระทบแผนการเสริมกำลังการรบทางอากาศของหลายๆ ประเทศในอนาคตด้วย
2. เครื่องบินขับไล่ Rafale ที่อินเดียซื้อจากฝรั่งเศส ถูกสอยตก อย่างน้อย 3 ลำ
เครื่องบิน Rafale ของฝรั่งเศส ราคาราวๆ 100 ล้านเหรียญ/ลำ หรือราวๆ 3.3 พันล้านบาท
ส่วนเครื่องบินขับไล่จีน J-10 ที่ปากีสถานซื้อมาใช้ ราคาราวๆ 40-50 ล้านเหรียญ/ลำ หรือ 1.3 - 1.65 พันล้านบาท และขีปนาวุธ PL-15 ที่จีนผลิต ก็มีราคาราวๆ 1.4 แสนเหรียญ/ลำ
หรือราวๆ 4.6 ล้านบาท
รองนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เปิดเผยว่า ปากีสถานใช้เครื่องบิน J-10C ของจีน ยิงเครื่องบินรบอินเดียตกไป 5 ลำ พร้อมสำทับว่า “กองทัพอากาศของเราได้รับคำสั่งให้ ยิงเฉพาะเครื่องบินของอินเดีย ที่ใช้อาวุธโจมตีก่อนเท่านั้น และหากเราไม่อดทนก็อาจยิงเครื่องบินของอินเดียตกได้ 10 -12 ลำ”
โฆษกกองทัพปากีสถาน แถลงอย่างเป็นทางการ ระบุด้วยว่า ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงจากเครื่องบินขับไล่ JF-17 Thunder ของกองทัพอากาศปากีสถาน ได้ทำลายระบบ S-400 ของอินเดียในเมืองอาดัมปูร์ ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศมูลค่า 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ
เครื่องบินจากจีนรุ่นนี้ ปากีสถานจัดซื้อเข้ามาใช้ และร่วมกับจีนพัฒนา
เครื่องบินต้นแบบ PT-01 ได้รับการเปิดตัวเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2003 และทำการบินทดสอบในเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน ใช้เครื่องยนต์ Klimov RD-93 จากรัสเซีย โรงงานผลิตที่เมืองกัมรา แคว้นปัญจาบ ประเทศปากีสถานได้เริ่มสายการผลิตในเดือนมกราคม 2008 และเริ่มส่งมอบให้กับกองทัพอากาศปากีสถานในปี 2010
3. เพจ thaiarmedforce.com ว่าด้วยเรื่อง “เรารู้อะไรแล้วบ้างกับ Operation Sindoor ของอินเดีย”
ระบุว่า “เมื่ออินเดียโจมตีที่ตั้งกลุ่มก่อการร้ายในปากีสถาน ปี 2025
1. เป้าหมายอยู่ในเขตปากีสถานแถบแคชเมียร์ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ทับซ้อน โดยอินเดียอ้างว่าเป้าหมายเล่านี้เป็นที่ตั้งของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มาโจมตีโดยกราดยิงนักท่องเที่ยว ใกล้เมือง Pahalgam ของอินเดียในแคชเมียร์ เมื่อ 22 เมษายนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 28 ศพ และอินเดียประกาศชัดว่าจะต้องเอาคืน
2. ในทางกลับกัน ปากีสถานประกาศมาหลายวันแล้วว่ามีข่าวกรองระบุชัดว่าอินเดียจะโจมตีแน่ๆ ทำให้เชื่อว่าปากีสถานจะมีการวางกำลังตั้งรับเพื่อป้องกันทางอากาศอยู่ในระดับสูง นั่นอาจทำให้มีการยิงเครื่องบินรบของอินเดียตกนั้นเป็นจริงได้ ส่วนทางอินเดียก็ต้องเตรียมกำลังในการคุ้มกันฝ่ายตัวเองเหมือนกัน ก็เป็นไปได้ว่าจะยิงฝ่ายปากีสถานได้เช่นกัน แม้หลักฐานตอนนี้จะปรากฏการสูญเสียของฝั่งอินเดียมากกว่า
3. มีการโจมตี 24 ครั้ง ต่อเป้าหมาย 6 จุด ในช่วงกลางคืนของวันที่ 6-7 พฤษภาคม โดยข้อมูลว่า
- เป็นการใช้อาวุธปล่อยระยะไกลหรือ Stand-off ยิงจากฝั่งอินเดียเข้าไป โดยใช้เครื่องบินรบยังไม่ระบุว่าแบบใดจำนวนเท่าใด โดยชาวบ้านฝั่งอินเดียแถบเมือง Srinagar รายงานว่าได้ยินเสียงเครื่องบินรบหลายลำ ซึ่งอินเดียมีอาวุธหลายอย่างที่เข้าข่ายนี้ เช่น จรวดร่อน SCALP ระเบิดร่อน AASM ซึ่งสามารถติดตั้งได้บน Rafale และ Mirage 2000 และ SPICE ซึ่งติดตั้งได้บน Su-30MKI
.png)
.png)
.png)
- มีการใช้จรวด BrahMos ยิงโจมตีเป้าหมายด้วย ไม่ชัดเจนว่ายิงจากแท่นปล่อยภาคพื้นดินหรือจากเครื่องบินรบอย่าง Su-30MKI แต่มีภาพชิ้นส่วนจรวดให้เห็นชัดเจน
> มีการใช้ Loitering Munition แบบ Warmate ที่ผลิตในโปแลนด์ โดยมีภาพซากของโดรนปรากฏให้เห็น
> มีการใช้โดรน Quadcopter เช่นกัน และพบซากของตัวโดรน
4. อินเดียเคลมว่าผู้ก่อการร้ายเสียชีวิตมากกว่า 70 ศพ บาดเจ็บ 60 คน หลังจากนี้คงต้องรอภาพถ่ายดาวเทียมว่าเป้าหมายเป็นอย่างไร เสียหายแค่ไหน
5. ในสงครามทางอากาศ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเคลมกันไปมาว่ายิงเครื่องบินรบของอีกฝ่ายได้ ดังนี้
- ปากีสถานบอกว่ายิงเครื่องบินขับไล่ของอินดียตก 5 ลำ และจับตัวทหารอินเดียได้ด้วย มีภาพและคลิปออกมาจากฝั่งปากีสถานยืนยันว่ามีเครื่องบินรบของอินเดียถูกยิงตกจริง ปากีสถานยังเคลมว่าสามารถยิงโดรนตกได้ด้วย
- มีคลิปที่พบซากจรวด MICA ที่ยังติดอยู่กับ Pylon ของเครื่องบินให้ดู เพื่อจะยืนยันการเคลมว่า Rafale ของอินเดียถูกยิงตก
- มีภาพซากท่อไอพ่นและเครื่องยนต์ของ Rafale ที่ตกในฝั่งอินเดียเองออกมา ต่อมามีภาพแพนหางดิ่งพร้อมธงอินเดียและเลขเครื่อง ซึ่งยืนยันว่า Rafale ตกจริง แต่โดนยิงหรือไม่ และถ้าโดนยิงโดนยิงด้วยอะไร ตรงนี้ยังไม่มีข้อมูล
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานเคลมว่ากองทัพอากาศปากีสถานใช้จรวด PL-15E ยิงจากเครื่องบินขับไล่ J-10CE โดยมีซากจรวดที่คาดว่าเป็นบูสเตอร์ในสเตจแรกพร้อมเลขซีเรียลของ PL-15E ตกในฝั่งอินเดีย เนื่องจากจรวดจะสลัดบูสเตอร์ก่อนจุดจรวดในสเตจที่สอง
- มีภาพถังเชื้อเพลิงสำรองนอกลำตัวของ Mirage 2000 ของอินเดียตกให้เห็น แต่ถังเชื้อเพลิงนี้ปลดทิ้งได้ในกรณีที่เชื้อเพลิงหมดหรือต้องเข้าทำการรบ จึงไม่ยืนยันว่ามีอากาศยานตก
- มีการเคลมว่าพบซากทั้ง Su-30MKI และ Mig-29N ของอินเดียที่โดนยิงตกด้วย แต่ยังไม่ยืนยัน โดยพบส่วนเก้าอี้ดีดตัวที่ยืนยันว่าผลิตในรัสเซีย
6. คาดว่าหลังจากนี้เหตุการณ์น่าจะไม่ลุกลามมากนัก ปากีสถานอาจโจมตีเอาคืน แต่ก็เชื่อว่าจะจบลงแค่นั้นเหมือนครั้งก่อน
7. เจ้าหน้าที่ของปากีสถานออกมาเปิดเผยผ่าน CNN ว่าการรบทางอากาศในครั้งนี้มีเครื่องบินเข้าร่วมทั้งหมด 125 ลำ ต่างคนต่างบินในดินแดนของตนเองแต่ยิงจรวดใส่กัน นอกจากนั้น CNN ยังได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของฝรั่งเศสว่ามี Rafale ของอินเดียตกจริงอย่างน้อย 1 ลำ แม้จะยังไม่ยืนยันว่าตกเพราะอะไรหรือใครทำตก
8. กรณีการตกของ Rafale ของอินเดียถือเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจค่อนข้างมาก เพราะ Rafale มีขีดความสามารถสูง เป็นเครื่องบินที่ประเทศถูกปฏิเสธไม่ให้ซื้อ F-35 จะเลือกซื้อเป็นลำดับแรกเพราะขีดความสามารถใกล้เคียงกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 มากที่สุด โดยเฉพาะเรดาร์ RBE2 และระบบป้องกันตัวเองทางอิเล็กทรอนิกส์ SPECTRA สิ่งที่น่าสนใจก็คือปากีสถานเคลมว่าเครื่องบินที่ยิง Rafale ตกก็คือ J-10CE ที่ใช้จรวด PL-15E นั่นเอง ซึ่งถือเป็นจริงก็ถือได้ว่าเป็นชัยชนะในการออกรบครั้งแรกของ J-10 และความพ่ายแพ้ในการรบครั้งแรกของ Rafale เลยทีเดียว”
4. เครื่องบินรบ J-10 เป็นเครื่องบินรบรุ่นที่ 4.5 สร้างโดยโรงงานสร้างอากาศยานเฉิงตูแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ ความคล่องตัวสูง สามารถติดตั้งอาวุธได้หลากหลาย
ทั้งอากาศสู่อากาศ และอากาศสู่พื้น
เพจ เพราะฉันรักการบิน ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า สมรรถนะของเครื่องบินรบแบบ J-10 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์รัสเซียนั้น ใกล้เคียงกับ F-16C/D บล็อกแรกๆ วิเคราะห์โดยนักวิเคราะห์ทางทหารตะวันตก แต่ราคาถูกกว่า
ในปี 2014 ทางการจีนได้ขออนุญาต ทางการรัสเซียเพื่อให้ส่งออกเครื่องยนต์รุ่นล่าสุด AL-31FN Series 3 สำหรับการพัฒนาสมรรถนะของ J-10 ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังได้บรรจุเรดาร์ AESA แบบใหม่ที่ทางการจีน พัฒนาขึ้นเองเข้าไปด้วย และในปี 2015 จากการประเมินสมรรถนะของเครื่องบินรบแบบ J-10 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์รัสเซียนั้น หลายประเทศ มีความสนใจในเครื่องบินรุ่นนี้ เนื่องจากว่า นอกจากจะมีประสิทธิภาพ เท่าเทียมเครื่องจากตะวันตกในพิกัดเดียวกัน แต่มีราคาถูกกว่า
J-10CE รุ่นส่งออก มีใช้งานใน กองทัพอากาศปากีสถาน อียิปต์
กองทัพอากาศกองทัพปลดปล่อยประชาชน: มี J-10A จำนวน 236 ลำ, J-10B จำนวน 55 ลำ, J-10C จำนวน 220 ลำ, J-10S จำนวน 77 ลำ ในปี ค.ศ. 2023
กองทัพอากาศอียิปต์ได้สั่งซื้อและเริ่มรับมอบ เครื่องบินขับไล่ J-10CE และจรวดนำวิถีพิสัยไกล PL-15E ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดย PL-15E เป็นจรวดอากาศสู่อากาศพิสัยไกล เพื่อเสริมศักยภาพ ความเหนือกว่าทางอากาศของอียิปต์ ในภูมิภาคตะวันออก
ทำให้อียิปต์มีฝูงบินรบเพิ่มขึ้นเป็น 4 ซัพพลายเออร์ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส รัสเซีย และปัจจุบันคือจีน การกระจายความเสี่ยงนี้ ช่วยลดการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่ง
ก่อนนี้ ในปี 2015 อียิปต์ซื้อเครื่องบินรบ Rafale ของฝรั่งเศส 24 ลำ ตามมาด้วยอีก 30 ลำในปี 2021 กลายเป็นผู้ปฏิบัติการเครื่องบินรบ Rafale รายใหญ่เป็นอันดับสองรองจากฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสได้จำกัดการเข้าถึงขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยไกล Meteor ซึ่งส่งผลให้ขอบเขตการปฏิบัติการของอียิปต์ถูกจำกัด
จากนั้น อียิปต์หันไปหารัสเซียเพื่อจัดหาเครื่องบินรบ MiG-29 จำนวน 46 ลำ ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลล้ำยุค จากนั้นอียิปต์ก็ต้องการซื้อ Su-35 แต่ทางสหรัฐเตือนว่าการดำเนินการตามข้อตกลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐและอียิปต์ จึงมีการยกเลิกคำสั่งซื้อดังกล่าว
อียิปต์ยังพิจารณาจัดหาเครื่องบิน F-15 ด้วย แต่แพ็กเกจที่เกี่ยวข้องไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของอียิปต์
จากนั้น อียิปต์จัดหาเครื่องบินรบ J-10CE จากจีนในเดือนสิงหาคม 2024 ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์ ด้วยการผนวกเครื่องบินของจีนเข้าไป อียิปต์จึงลดความเสี่ยงของการถูกห้ามหรือจำกัดการขายอาวุธในอนาคตได้ ระบบเรดาร์ ความคล่องตัว และขีปนาวุธของเครื่องบินรบ J-10CE ช่วยให้กองทัพอากาศอียิปต์มีข้อได้เปรียบด้านการป้องกันทางอากาศ
ล่าสุด อียิปต์เพิ่งจะซ้อมรบทางอากาศร่วมกับจีนไปหมาดๆ
นอกจากนี้ มีรายงานว่า อิหร่านก็เตรียมที่จะซื้อเครื่องบิน J-10C จากจีน มากถึง 36 ลำ
5. การสู้รบด้วยเครื่องบินรบระหว่างอินเดีย กับปากีสถาน ฉีกธรรมเนียมหนังฮอลลีวู้ดโดยสิ้นเชิง
หนังฮอลลีวู้ด มักสร้างภาพให้สหรัฐเป็นเจ้าโลก เป็นพระเอกตลอดกาล
แต่พระเอกหนังอินเดีย กลับพลาดท่าเสียทีในสมรภูมิจริง
กลายเป็นโชว์รูมให้อาวุธ และยุทธวิธีการรบทางอากาศของจีนและพันธมิตร เสียนี่!
สารส้ม

'เจมส์จิ'ตั้งเป้าเพื่อครอบครัวชีวิตเปลี่ยนหลังมีลูกวางแผนละเอียดจนเพื่อนทึ่ง!
เปิดเยี่ยมชม ‘บ่อรับขยะระบบปิดใหญ่สุดในไทย’ ก่อนเริ่มทดสอบรับขยะ 20 มี.ค.69
เสียงในหัวดังไปนิด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ทำเอาจุกอกรักมากขนาดนั้นจะมีลูกทำไมตั้ง 4คน
ศาลจังหวัดธัญบุรีสั่งจำคุก 1 ปี 6 เดือน ป้านิด คดี ม.112 ปมปราศรัยที่ มธ.ปี 66
สส.ชื่อยาว เปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว จาก 'เลขาดำไตรสรณคมน์' เหลือเพียง 'ไตรสรณคมน์'

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี