วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระ และข้อเท็จจริง...nnแม้พระองค์ผู้ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” จะเสด็จสวรรคต จากพวกเราไปแต่พระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยจะยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป
...nn พสกนิกรชาวไทยต่างน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาตลอด พระราชดำรัสและพระราโชวาทที่พระองค์พระราชทานในโอกาสสำคัญต่างๆ จึงเป็นดั่ง “หลักชัย” ของเหล่าพสกนิกรอย่างแท้จริง
...nn พระราชดำรัสของพระองค์ มีหลายด้าน อาทิ 1. ด้านความจงรักภักดีและการอนุรักษ์ (ป่ารักน้ำ) “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัสนี้สะท้อนถึงพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการสนับสนุนพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ทรงตระหนักถึงความสัมพันธ์ของป่าและน้ำ อันเป็นรากฐานของชีวิตและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดแนวคิด “ป่ารักน้ำ” ที่ขยายผลไปทั่วประเทศ….2. ด้านการส่งเสริมอาชีพและภูมิปัญญาไทย (ศิลปาชีพ)“...ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน...ขอเพียงแต่ให้เขาได้โอกาสฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้...” พระราชดำรัสนี้สะท้อนถึงพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ทรงเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและศักยภาพของคนไทยทุกคน เป็นจุดเริ่มต้นของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตราษฎรทั่วประเทศ พร้อมทั้งอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
...nn 3.ด้านความสามัคคีและความมั่นคงของชาติ “ข้าพเจ้าขอให้คนไทยทุกคน รักกันเหมือนพี่น้อง ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างบ้านเมืองของเราให้มั่นคง เพราะความรักและความสามัคคีเท่านั้น ที่จะทำให้ประเทศชาติอยู่รอดได้”พระราชดำรัสนี้คือถ้อยคำแห่งความรักและความห่วงใยที่มีต่อพสกนิกรทรงเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของความเป็นไทย นั่นคือ “ความรักและความสามัคคี” อันเป็นรากฐานของความมั่นคงในทุกยุคทุกสมัย....4. ด้านสาธารณสุขและพลานามัย “...ข้าพเจ้าเห็นว่า เรื่องสุขภาพอนามัยนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล...” พระราชดำรัสนี้ทรงชี้ให้เห็นถึงพระเมตตาและความใส่พระราชหฤทัยในสุขภาพของประชาชน เพราะทรงเล็งเห็นว่า “พลเมืองที่แข็งแรงย่อมสร้างชาติที่มั่นคง” พระราชดำรัสนี้นำไปสู่การจัดตั้ง หน่วยแพทย์พระราชทาน และโครงการด้านสาธารณสุขมากมาย เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทุกหมู่เหล่า
...nn 5. ด้านการทำความดีและประโยชน์ส่วนรวม “การบำเพ็ญประโยชน์ที่แท้จริง คือการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของหน้าที่... ทำโดยไม่คิดว่าผลประโยชน์นั้นจะมาสู่ตัวเรา ทำเพื่อประโยชน์ของหน้าที่และเพื่อผู้อื่น...” พระราชดำรัสนี้เป็นแนวทางแห่งคุณธรรมที่ทรงคุณค่า สะท้อนหลักคิดของการทำความดีอย่างบริสุทธิ์ใจ มุ่งเน้นการทำงานเพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนตัว เป็นแรงบันดาลใจให้พสกนิกรน้อมนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน…6.ด้าน “การทำงาน” มีหลายพระราชดำรัสที่ทรงเน้นเรื่อง ความขยัน อดทน ความรับผิดชอบ และการทำงานเพื่อส่วนรวม ซึ่งสะท้อนถึงแนวพระราชดำริในการพัฒนาคนและประเทศอย่างยั่งยืน
...nn พระราชดำรัสเกี่ยวกับ ความขยันและความพากเพียร “งานทุกอย่างถ้าทำด้วยความตั้งใจจริง ย่อมสำเร็จได้ ไม่ว่างานนั้นจะเล็กหรือใหญ่เพียงใดก็ตาม” พระราชดำรัสนี้ทรงสอนให้เห็นถึงคุณค่าของความตั้งใจและความเพียรในการทำงานว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของงาน แต่ขึ้นอยู่กับ“ใจ” ของผู้ทำ
...nn พระราชดำรัสเรื่อง การทำงานเพื่อส่วนรวม “การทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ยั่งยืนกว่าความสุขจากการทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง” พระราชดำรัสนี้ทรงเน้นถึงคุณค่าของ“การทำงานเพื่อสังคม” ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติ
...nn พระราชดำรัสเรื่อง ความอดทนในการทำงาน“คนเราจะทำงานให้สำเร็จต้องมีความอดทน ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค เพราะความอดทนคือคุณสมบัติของคนทำงานที่แท้จริง” พระราชดำรัสนี้ ทรงชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จในการทำงานไม่ใช่เพียงฝีมือ แต่ต้องอาศัย “ใจที่มั่นคง” และ “ความอดทน” ด้วย
...nnพระราชดำรัสเรื่อง คุณค่าของแรงงาน “งานไม่เคยทำร้ายใคร คนที่ทำงานคือคนที่มีคุณค่า เพราะได้สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับตนเองและส่วนรวม” พระราชดำรัสนี้ทรงให้คุณค่ากับแรงงานทุกระดับ เป็นแนวพระราชดำริที่สะท้อนถึงพระเมตตาและการมองเห็นศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน
...nn ทั้งนี้ ดังที่พสกสนิกรชาวไทยต่างรับทราบและตระหนักกันเป็นอย่างดีว่า “สมเด็จพระพันปีหลวง” ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะบุคคลต่างๆ เอาไว้มากมาย “คชสีห์”ขอน้อมนำคำสอนมานำเสนอพอเป็นสังเขป ดังนี้ “...ความเจริญทางด้านวัตถุ ทำให้โลกของเรามีความก้าวหน้าและสะดวกสบายขึ้นอย่างยิ่งจึงต้องนับว่าความเจริญทางวัตถุนี้เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากสำหรับชีวิต แต่ชีวิตของเรายังต้องการความเจริญอย่างอื่นด้วย คือความเจริญด้านจิตใจ ซึ่งสำคัญและจำเป็นไม่น้อยไปกว่าความเจริญทางวัตถุเลย...”
(พระราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรการศึกษาวิชาพยาบาล วันที่ 31 ก.ค. 2510)
...nn “...เวลา 50 ปีนั้นเป็นเวลาที่ยาวนานมากในชั่วชีวิตของแต่ละคน นานพอที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ และคุณงามความดี ได้มากมาย แต่ถ้าหากย้อนนึกไปถึงอายุของชาติไทยซึ่งเป็นชาติที่เก่าแก่ สืบเผ่าพันธุ์มาช้านานนับพันปีด้วยแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าบรรพบุรุษของเราได้สร้างสมสิ่งที่ดีที่งาม ที่เป็นประโยชน์ไว้ให้แก่เราลูกหลาน และแม้แก่โลก สิ่งนี้ก็คือวัฒนธรรมของเรานั่นเอง ทุกคนจึงควรภูมิใจในเผ่าพันธุ์ไทย และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเรา และสำนึกว่าเป็นหน้าที่โดยตรงที่จะรักษาให้ดำรงอยู่ได้ตลอดไป
...nn คนไทยจักต้องพึ่งพาอาศัยกัน เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีการศึกษามีสติ ปัญญา ความรู้ จะต้องแนะนำผู้ที่มีโอกาสได้ศึกษาน้อยกว่า ให้เข้าใจถึงประโยชน์ส่วนรวมนี้ด้วย.....“(พระราชเสาวนีย์ในวโรกาสเสด็จฯงานฉลอง 50 ปีโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม วันที่ 1 มี.ค. 2511)…“...ปัญญาเปรียบเสมือนแก้วอันมีค่าประจำตัว มนุษย์ที่สมบูรณ์ ปัญญาเกิดได้จากการฟังครูสอน ได้อ่านประกอบแล้วนำมาคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วน ตามคำพระท่านว่าปัญญาย่อมเกิดได้เพราะการฝึกฝน ผู้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แล้ว จะทำประโยชน์แก่สังคมได้ก็โดยใช้ปัญญาเพ่งพิจารณาว่าอะไรเป็นประโยชน์และไม่เป็นภัยแก่ตนเองและแก่สังคม..” (พระราโชวาทในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรผดุงครรภ์ วันที่ 15 ต.ค.2513) !!
คชสีห์

โรนัลโด้ อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีออกจากซาอุฯ มุ่งหน้ามาดริด
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
โซเชียลแห่แชร์ ทรัมป์ มีแผลผื่นแดงหนารอบลำคอ แพทย์ประจำตัวแจงไม่ใช่โรคร้ายแรง
อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน
ทั่วโลกจับตา! เปิดตัวเต็ง ว่าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนใหม่ หลังสิ้นสุดยุคคาเมเนอี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี