วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง
...... ช่วงระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้นำคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
.....ทั้งนี้ นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาของรัฐบาลอนุทิน 2 ประกอบด้วย นโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ นโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง นโยบายด้านสังคม นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
...นโยบายที่ “อนุทิน”ใช้แถลงต่อรัฐสภา มีความยาวทั้งหมด 21 หน้า โดยหลังจากอ่านนโยบายทั้ง 21 เสร็จสิ้น “อนุทิน” ได้ยืนยันสรุปตบท้ายว่า “รัฐบาลพร้อมที่จะเติมเต็มและทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่เต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วม และเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศในระยะยาว
….กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย”
….“สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” นายทุนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย แอ่นอกเข้ายึดกระทรวงเกษตรฯไปเรียบร้อยในฐานะเจ้ากระทรวง โดยเดินเข้ากระทรวงเกษตรฯไปแบบไม่มีอาการเคอะเขินใดๆทั้งสิ้น ท่ามกลางสายตาของสังคมที่จับจ้องมองอย่างเคลือบแคลงสงสัยว่า นักการเมืองอย่าง “สุริยะ”จะมีความรอบรู้ในเรื่องเกษตร หมูเห็ดเป็ดไก่กี่มากน้อย ยิ่งดูจากพื้นฐานธุรกิจของตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ”ก็ไม่ดีธุรกิจอะไรที่เกี่ยวข้องกับแวดวงเกษตรเลยแม่แต่น้อย เพราะ “ไทยซัมมิท” เชี่ยวชาญในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จนได้รับยอมรับว่าคือรายใหญ่ที่สุดของไทย
...สำหรับรัฐบาลอนุทิน 2 นี้ กระทรวงเกษตร ยังมีรัฐมนตรีช่วยอีก 2 คน คือ “วัชระพล ขาวขำ” กับ “ปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช” ซี่งก็ต้องรอดูกันว่า “สุริยะ”จะมอบหมายให้ดูแลกรมใดบ้าง เพราะเพิ่งจะเคยเป็นรัฐมนตรีกันทั้งคู่ โดย “วัชระพล” สส.อุดรธานี เพื่อไทย เป็นชายของ “วิเชียร ขาวขำ”อดีตนายก อบจ. อุดรธานี และอดีต สส. จังหวัดอุดรธานี หลายสมัย ส่วน “ปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช” ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ผลงานทางการเมืองยังไม่ปรากฎ แต่แวดวงกีฬารู้จักกันดีเพราะเป็นอดีดผู้บริหารสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด และที่สำคัญเธอเป็นลูกสาวของ“ยุทธ ตู้เย็น-ยงยุทธ ติยะไพรัช”
...เอาล่ะ เจ้ากระทรวงกับรัฐมนตรีช่วยมาจากพรรคเดียวกัน ดังนั้นเรื่องการสั่งงานก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรจนถึงขั้นขบเหลี่ยมกัน แต่ที่ต้องลุ้นกันก็คือ “สุริยะ”จะดูกรมอะไรบ้าง? จะยึดกรมหลักๆ งบประมาณเยอะๆเอาไว้ดูแลเองทั้งหมดหรือไม่? หรือจะแบ่งกรมหลักๆให้รัฐมนตรีช่วยไปช่วยดู ซึ่งความเป็นไปได้ข้อหลังนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ที่แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งก็คือ “สุริยะ”จะต้องยึด “กรมชลประทาน”ไปดูแลเองแน่นอน
....ตรวจดูตัวเลขวงเงินงบประมาณที่กรมชลประทาน ได้รับแล้ว “คชสีห์”ก็ได้แต่ตาค้าง เพราะกรมชลประทาน คือเบอร์หนึ่ง ฟาดงบไปถึง 87,697.8499 ล้านบาทเหยียบๆแสนล้านบาทเลยทีเดียว อย่างนี้มันก็ไม่ผิดจากขุมทองหรือบ่อน้ำมันดีๆนี่เอง!!
.....และเมื่อเทียบกับกรมอื่นๆในสังกัดกระทรวงเกษตรฯด้วยกันแล้ว ก็ไม่ผิดอะไรกับลูกเมียหลวง ลูกเมียน้อยเลย เพราะได้รับงบประมาณในระดับหลักพันล้านทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น กรมปศุสัตว์ 5,819.7595 ล้านบาท กรมส่งเสริมการเกษตร 5,626.7288 ล้านบาท กรมพัฒนาที่ดิน 5,216.8790 ล้านบาท กรมการข้าว 4,433.9120 ล้านบาท
…..เมื่อพูดถึงกรมชลฯ ก็ต้องพูดถึงอธิบดี“สุริยพล นุชอนงค์” เพราะต้องทำงานใกล้ชิด “สุริยะ”ในฐานะเจ้ากระทรวงกับกรมอันดับ 1
....ถ้าคุยกันรู้เรื่อง เคมีตรงกัน ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจูนกันไม่ติด โยกย้ายตุลาคมนี้ “สุริยะ”ก็ต้องหาที่นั่งใหม่ให้กับ”สุริยพล” ซึ่งมีทั้งผู้ตรวจฯ ทั้งรองปลัดฯ ไล่ไปจนถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจะเกษียณในปีนี้
....มองกันแบบผิวเผิน ตำแหน่งปลัดฯ จะใหญ่กว่าตำแหน่งอธิบดี แต่สำหรับกระทรวงเกษตรฯแล้ว อธิบดีกรมชลฯ ถือว่ามีอำนาจ มีบารมี มีเงินมากกว่าปลัดฯเสียอีก
....มีคนเล่าให้ “คชสีห์”ฟังว่า สมัยหนึ่งในอดีต มีอธิบดีกรมชลบางคนที่วิ่งเต้นกับรัฐมนตรีขอไม่ขึ้นเป็นปลัดฯ แต่ขอนั่งอยู่ที่เดิม...ส่วนสมัยนี้ ก็ต้องรอดู รอชมว่ารัฐมนตรีกับอธิบดี จะคุยภาษาเดียวกันหรือไม่ ถ้าภาษาเดียวกันก็คบกันยาวๆ!!.....!!
คชสีห์

นายกฯเผยประชุม ครม.พรุ่งนี้ เน้นคลอดมาตรการช่วยเหลือประชาชน
นายกฯแจงชัดๆ กระบวนการแก้ รธน.ไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นคำสั่ง ปชช.
ปิดจ็อบ! นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับปากพร้อมทุ่มทุกสรรพกำลังทำงานรับใช้แผ่นดิน
พริษฐ์ กาง 5 พฤติกรรมรัฐบาล เปรียบเหมือนผู้รับเหมา จ่อขึ้นบัญชีดำ
ณัฐชา ได้ทีถาม รบ. จะเท 20 ล้านเสียงประชามติแก้ รธน.หรือ?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี