วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง..... ปิดฉาก 7 วันอันตรายสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10 - 16 เมษายน 2569 สรุปเกิดอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,200 คน ผู้เสียชีวิต รวม 242 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (50 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (21 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภู และ แม่ฮ่องสอน
…. อธิบดีกรมป้องกันฯ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยธงที่ตั้งไว้จะต้องเกิดอุบัติเหตุลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซนต์ ซึ่งเมื่อกางสถิติย้อนหลัง 3 ปี ผลการดำเนินงานภาพรวม พบว่า จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 35.59 จำนวนผู้บาดเจ็บลดลง ร้อยละ 37.53 จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง ร้อยละ 9.70
.....อย่างไรก็ตาม สำหรับยอดผู้เสียชีวิตถึง 242 รายนี้ “คชสีห์”ว่า เผลอๆอาจจะมากกว่าสมรภูมิสงครามย่อยๆเสียด้วยซ้ำ เพราะต่อให้ป้องกันอย่างรัดกุมเพียงใดก็เอาไม่อยู่ ภาครัฐทำได้แต่เพียง ป้องกับบวกกับป้องปราม ลดยอดผู้สูญเสียให้เหลือจำนวนน้อยที่สุดเท่านั้น!!
......ในขณะที่ประชาชนบางกลุ่มตกอยู่ในสภาวะที่ต้องลุ้นกันอยู่ทุกวันว่า น้ำมันจะขึ้นวันไหน และจะลดลงวันไหน? แต่ท่ามกลางการลุ้นนี้ ก็มีการตั้งข้อสงสัยกันมาตลอดว่า มีขบวนการกักตุนน้ำมัน มี “ไอ้โม่ง” ฟันกำไรส่วนต่างจากวิกฤติพลังงานหรือไม่? ซึ่งคำถามผสมข้อสงสัยนี้ เกิดขึ้นมาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม แต่ “นายกฯอนุทิน” ก็เสียงแข็ง นั่งยันนอนยันมาตลอดว่า ไม่มีการกักตุนน้ำมันแน่นอน ก่อนที่เสียงจะเริ่มอ่อนลง ค่อยๆอ้อมแอ้มยอมรับว่า มีขบวนการกักตุนน้ำมันจริง
.... “คชสีห์”ไล่ไทม์ไลน์ให้ดูกันเป็นฉากๆ เริ่มจากช่วงเดือนมีนาคม “นายกฯอนุทิน” ยืนกรานว่า จากการตรวจสอบ ไม่พบกลุ่มอิทธิพลหรือ "ไอ้โม่ง" กักตุนน้ำมัน เพื่อหวังผลกำไรตามที่มีกระแสข่าว
....ส่วนสาเหตุที่น้ำมันขาดตลาดนั้น เกิดจาก ความวิตกกังวลของประชาชน ที่เกรงว่าน้ำมันจะขาดแคลนจากสถานการณ์สู้รบในต่างประเทศ ทำให้มีการแห่เติมน้ำมันและกักตุนกันเองจนปริมาณการใช้พุ่งสูงขึ้นจากเดิมวันละ 67 ล้านลิตร เป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่รัฐบาลขอยืนยันว่าการนำเข้าน้ำมันดิบและกำลังการผลิตของโรงกลั่นยังเป็นปกติ และมีน้ำมันสำรองเพียงพอ
....อย่างไรก็ตาม แต่สถานการณ์พลิกกลับ โดยในช่วงต้นเดือนเมษายน “นายกอนุทินยอมรับว่าเริ่ม พบขบวนการกักตุนน้ำมันในบางจุด และได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาดำเนินการตรวจสอบเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างเด็ดขาด
.... “คชสีห์”ย้อนข่าวไล่หลังลงไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่ “นายกฯอนุทิน”ยอมรับว่า มีการกักตุนน้ำมันจริงๆ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธว่าไม่มีขบวนการดังกล่าวในช่วงเดือนมีนาคม
.... โดยพฤติการณ์ของขบวนการกักตุนคือ พบการลอยลำเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเลเพื่อประวิงเวลา และคลังน้ำมันบางแห่งปฏิเสธการจ่ายน้ำมันให้สถานีบริการ (ปั๊ม) เพื่อรอการปรับขึ้นราคาในช่วงวิกฤตพลังงาน ซึ่งผลการตรวจสอบพบคลังน้ำมัน 5 แห่งที่เข้าข่ายผิดปกติ มีปริมาณน้ำมันรวมกว่า 46.7 ล้านลิตรต่อวัน แต่จ่ายออกต่ำกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบรถขนส่งน้ำมันกว่า 600 เที่ยวที่ไม่ระบุปลายทางและปิดระบบ GPS
...เอาล่ะ สรุปในชั้นนี้ ทั้งตัวนายกฯ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงยุติธรรม กระทรวงพลังงาน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ลงมาจัดการขบวนการปล้นประชาชนกันแล้ว
.... ตบท้ายสุดสัปดาห์นี้กับ “ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน ซึ่งออกมาชนกับไอ้โม่งกักตุนน้ำมันแบบไม่ไว้หน้า โดยตั้งโต๊ะแถลงกระชากหน้ากาก ที่นี่ “คชสีห์” คัดคำมาให้อ่านกันแบบละเอียดๆ
.... “เท่าที่ตรวจสอบและพบความผิดปกติคือ หน้าปั๊มหรือปลายทางไม่มีน้ำมันให้เติม แต่จริงๆ แล้วมีน้ำมัน รวมถึงการนำเข้าวัตถุดิบมีความปกติ และช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่เกิดวิกฤติโรงกลั่น กลั่นมากกว่าปกติ ถ้าเทียบเดือนเดียวกันกับปีที่ 2568 ปกติจะกลั่นน้ำมันดีเซล 70 ล้านลิตรต่อวัน แต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลั่นวันละ 78 ล้านลิตร เพิ่ม 8 ล้านลิตร ในทุกวัน รวมทั้งเดือนกลั่นเพิ่ม 200 ล้านลิตร เมื่อไปเช็กสต็อกน้ำมันดีเซลของโรงกลั่น ซึ่งปกติจะมีเก็บสต็อกรวมกันทั้ง 6 โรงกลั่น กว่า 1,200 ล้านลิตร นอกจากนี้ ยังดึงสต็อกไปใช้เพิ่มอีกจาก 1,200 ล้านลิตร ช่วงสต็อกต่ำสุดเหลือประมาณ 700 ล้านลิตร แปลว่ามีการจ่ายน้ำมันเข้าระบบมากขึ้นอีกประมาณ 500 ล้านลิตร ทั้ง 2 ส่วนรวมกันประมาณ 700 ล้านลิตร มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท กลับปรากฏว่าถึงจะผลิตเพิ่ม แต่ก็ได้รับแจ้งจากปั๊มว่าถูกลดโควตาขายน้ำมันและรับน้ำมันน้อยลง และพบว่ามีประชาชนไปต่อแถวโดยไม่มีให้เติม ส่วนจ็อบเบอร์ได้รับแจ้งว่าไม่รับน้ำมันไปขายต่อให้ปั๊มอิสระ ปั๊มหลอด เกษตรกร หรือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสวนทางกัน จึงเห็นได้ว่ามีการผลิตเพิ่มขึ้นและจ่ายออกมากขึ้น แต่ที่ไปไม่ถึงมือของผู้บริโภคคือมีการรั่วไหลและมีการกักตุน เก็งกำไร และประวิงเวลาซื้อน้ำมันในราคาเก่าที่ถูกเพื่อกักตุน และไปรอขายในราคาใหม่ที่แพงกว่า
..... วิกฤติแบบนี้และกระบวนการที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนไม่มีน้ำมันเติม และในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วงเดือนมีนาคมจนถึงวันนี้ ได้นำเงินกองทุนน้ำมันฯ เกือบ 6 หมื่นล้านบาท ไปชดเชยเพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคได้ใช้และซื้อน้ำมันในราคาถูก แต่ปรากฏว่าเงินชดเชย 6 หมื่นล้านบาท เท่าที่พบจากกระบวนการที่เกิดขึ้น มีการนำเงินตรงนี้ไปชดเชยไปกักตุนและชดเชยให้ผู้ค้าได้รับกำไรมากกว่าที่ควร!!...
คชสีห์

โฆษกกองทัพบก เผยพลทหารก่อเหตุฉาว ด.ญ.15 สารภาพก่อเหตุลำพัง ไร้ผู้อื่นร่วมก่อเหตุ
FBI เตือนแอปฯ ดัง เสี่ยงข้อมูลรั่ว ชี้กฎหมายจีนบีบบริษัทส่งดาต้าให้รัฐบาล
พายุซัด สถานีรถไฟโคราช หลังคาชานชาลาถล่ม โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ
รอมฎอน เละคาบ้าน!!! ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์สนั่น หลังโพสต์ตั้งคำถาม ปมแม่ทัพ 4 ขอโทษ
ตร.คลองหลวง เปิดให้หายคาใจ กระเป๋าปริศนาส่งกลิ่นเหม็น ไม่ใช่เหตุร้าย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี