วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
องคมนตรี มอบแนวทาง สบยช. - สปสช. บูรณาการตั้งหน่วยบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ ป้องกันกลับไปกระทำผิดซ้ำ พร้อมหาแนวทางดูแลผู้ต้องขังป่วยติดเตียง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะ เข้าพบ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนการจัดบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชนและทัณฑสถาน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2569
ภายหลังการเข้าพบ นพ.จเด็จ เปิดเผยว่า ท่านองคมนตรี มีความเป็นห่วงผู้ต้องขังและได้ฝากให้ สปสช. ร่วมดูแลสุขภาพผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งด้านการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับบริการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งที่ผ่านมา สปสช. ได้สนับสนุนการจัดบริการด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง อาทิ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ การตรวจคัดกรองวัณโรค การจัดบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ภายในเรือนจำ รวมถึงการดูแลผู้ต้องขังที่มีภาวะพึ่งพิงหรือป่วยติดเตียง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพในระบบราชทัณฑ์
นอกจากนี้ ท่านองคมนตรีได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันหาแนวทางยกระดับเรือนจำให้เป็นหน่วยบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพผู้ต้องขัง โดยเฉพาะในประเด็นยาเสพติด รวมถึงการดูแลผู้ต้องขังป่วยติดเตียงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่ง สปสช. จะประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบูรณาการขับเคลื่อนงาน อาทิ การฝึกอบรมผู้ดูแล (Caregiver Training) ให้ผู้ต้องขังสามารถดูแลซึ่งกันและกันได้ภายในเรือนจำ อีกทั้งยังเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้เมื่อพ้นโทษ โดย สปสช. เตรียมจัดทำเป็นแพ็กเกจเพื่อเสนอในเวทีการขับเคลื่อนงานต่อไป
ขณะที่ นพ.สรายุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ต้องขังในระบบราชทัณฑ์กว่า 70–80% เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และส่วนใหญ่เป็นผู้เสพ ซึ่งท่านองคมนตรีมีแนวคิดว่า แม้บุคคลเหล่านี้จะกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง การถูกคุมขังเป็นระยะเวลานานควรควบคู่กับการได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เมื่อพ้นโทษแล้วจะไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ
ทั้งนี้ องคมนตรีได้มอบหมายให้ สบยช. เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ต้องขัง พร้อมทั้งจัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรของเรือนจำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน สบยช. ได้ดำเนินโครงการนำร่องในเรือนจำหลายแห่ง รวมถึงการจัดทำคู่มือการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ต้องขังในรูปแบบชุมชนบำบัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
“ผมเชื่อว่าการดำเนินงานร่วมกันของ สบยช. และ สปสช. ในขณะนี้ เป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะผู้ต้องขังเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่ควรได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม และยังมีกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ในสังคม เช่น กลุ่มในชุมชน วัด หรือสถานที่ต่างๆ ที่มีปัญหายาเสพติด ซึ่ง สปสช. สามารถสนับสนุนการจัดบริการบำบัดรักษาและฟื้นฟูลงไปดูแลได้” นพ.สรายุทธ์ กล่าว

บิลลี่ โอแกน จี้ถาม อนุทิน จะจัดการปัญหายิวยึดที่ดิน ปาย-พะงัน-สมุย-ภูเก็ต อย่างไร หรือจะเฉยเหมือนที่ผ่านมา?
ทรัมป์ ส่งสัญญาณเตรียมปิดฉากสงครามอิหร่าน เล็งบุกยึดช่องแคบฮอร์มุซ คุมเส้นทางน้ำมันโลก
อดีตผู้พิพากษา ชี้ ขายกิจการแล้วบังคับย้ายบริษัท ไม่ไปคือไล่ออก? ศาลฎีกาชี้ชัด เลิกจ้างไม่เป็นธรรม!
เสียงจากแนวหน้า แรงงานไทยในอิสราเอลขออยู่สู้ต่อ ยันอยู่ได้สบายไม่ต้องกังวล
เพจ BIOTHAI ผ่าทางตันเกษตรไทย! เทียบฟอร์ม 'พิธา-ศุภจี' สองขั้วแนวคิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี