วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
องคมนตรี มอบแนวทาง สบยช. - สปสช. บูรณาการตั้งหน่วยบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ ป้องกันกลับไปกระทำผิดซ้ำ พร้อมหาแนวทางดูแลผู้ต้องขังป่วยติดเตียง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะ เข้าพบ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนการจัดบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชนและทัณฑสถาน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2569
ภายหลังการเข้าพบ นพ.จเด็จ เปิดเผยว่า ท่านองคมนตรี มีความเป็นห่วงผู้ต้องขังและได้ฝากให้ สปสช. ร่วมดูแลสุขภาพผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งด้านการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับบริการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งที่ผ่านมา สปสช. ได้สนับสนุนการจัดบริการด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง อาทิ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ การตรวจคัดกรองวัณโรค การจัดบริการทันตกรรมเคลื่อนที่ภายในเรือนจำ รวมถึงการดูแลผู้ต้องขังที่มีภาวะพึ่งพิงหรือป่วยติดเตียง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพในระบบราชทัณฑ์
นอกจากนี้ ท่านองคมนตรีได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันหาแนวทางยกระดับเรือนจำให้เป็นหน่วยบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพผู้ต้องขัง โดยเฉพาะในประเด็นยาเสพติด รวมถึงการดูแลผู้ต้องขังป่วยติดเตียงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่ง สปสช. จะประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบูรณาการขับเคลื่อนงาน อาทิ การฝึกอบรมผู้ดูแล (Caregiver Training) ให้ผู้ต้องขังสามารถดูแลซึ่งกันและกันได้ภายในเรือนจำ อีกทั้งยังเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้เมื่อพ้นโทษ โดย สปสช. เตรียมจัดทำเป็นแพ็กเกจเพื่อเสนอในเวทีการขับเคลื่อนงานต่อไป
ขณะที่ นพ.สรายุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ต้องขังในระบบราชทัณฑ์กว่า 70–80% เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และส่วนใหญ่เป็นผู้เสพ ซึ่งท่านองคมนตรีมีแนวคิดว่า แม้บุคคลเหล่านี้จะกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง การถูกคุมขังเป็นระยะเวลานานควรควบคู่กับการได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เมื่อพ้นโทษแล้วจะไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ
ทั้งนี้ องคมนตรีได้มอบหมายให้ สบยช. เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ต้องขัง พร้อมทั้งจัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรของเรือนจำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน สบยช. ได้ดำเนินโครงการนำร่องในเรือนจำหลายแห่ง รวมถึงการจัดทำคู่มือการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ต้องขังในรูปแบบชุมชนบำบัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
“ผมเชื่อว่าการดำเนินงานร่วมกันของ สบยช. และ สปสช. ในขณะนี้ เป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะผู้ต้องขังเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่ควรได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม และยังมีกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ในสังคม เช่น กลุ่มในชุมชน วัด หรือสถานที่ต่างๆ ที่มีปัญหายาเสพติด ซึ่ง สปสช. สามารถสนับสนุนการจัดบริการบำบัดรักษาและฟื้นฟูลงไปดูแลได้” นพ.สรายุทธ์ กล่าว

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง
เพื่อไทย ขายฝัน แจกเงินล้าน วันละ 9 คน
ณัฐวุฒิ เหน็บแรง! บอกถึงพรรคส้มชนะ ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุติดล็อก 44 สส. โดนเล่นเรื่องแก้ รธน.
‘รอง ผบช.สง.ก.ตร.’ช่วยราชการ ภ.1 ตรวจเยี่ยมตำรวจภาค1 ฝึกอบรมปฏิบัติหน้าที่ Local CAT
อนุทิน บ่นเฮงซวย หลังชาวบ้านปรี่ร้อง ย้ายที่อยู่ ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ได้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี