วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
“ชาวอิหร่านอย่าหยุดประท้วง การช่วยเหลือกำลังจะมาถึง”ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาปลุกระดมมวลชนข้ามทวีปให้ชาวอิหร่านลุกฮือโค่นล้มรัฐบาลอะยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านลงให้ได้
การปลุกระดมของทรัมป์ คล้ายๆกับคำพูดจากคนแดนไกลในวีดีโอคอล สั่งการผู้ชุมนุมประท้วงรุนแรงก่อจลาจลสร้างความวุ่นวายในปี 2552-53 ว่า “อย่ากลับบ้านมือเปล่าเรากำลังจะชนะแล้ว” และคำพูดที่ว่า“ถ้าเสียงปืนดังเพียงนัดเดียวผมจะเดินนำหน้าประชาชนลงถนนในกรุงเทพฯ”
คำพูดทำนองนี้ทำให้คนทั่วไปตีความหมายว่า คนปลุกระดม คือ ผู้บงการ หรือ ไม่ก็รู้เห็นเป็นใจกับผู้ประท้วงที่สร้างความรุนแรง ก่อจลาจลสร้างความวุ่นวาย มุ่งมั่นล้มล้างรัฐบาลประเทศเป้าหมายลงให้ได้ โดยที่ผู้บงการไม่ใส่ใจว่าจะมีคนบาดเจ็บล้มตาย บ้านเมืองพินาศวอดวายอย่างไร
ผู้สั่งการมุ่งมั่นล้มล้างรัฐบาลให้ได้ตามเป้าหมาย แต่เมื่อรัฐบาลที่ถูกแผนการชั่วร้ายโค่นล้มทำลายจากต่างประเทศรู้ทัน แก้เกมด้วยการกระชับพื้นที่ได้ เช่นในประเทศไทย ผู้สั่งการจากทางไกล ก็กลับลำลดความซ่าหยุดบ้าอำนาจได้ระยะหนึ่ง
ประเทศอิหร่านก็เช่นกัน รัฐบาลเตหะราน รู้มานานแล้วว่า สหรัฐอเมริกากับอิสราเอลจ้องโค่นล้มรัฐบาลอาลีคาเมเนอี อยู่เบื้องหลังการประท้วงรุนแรงก่อจลาจลวุ่นวายนานสองสัปดาห์ ที่สื่อตะวันตกรายงานว่ารัฐบาลเตหะราน สังหารผู้ประท้วงกว่าสองพันคน แต่สมาชิกรัฐสภาอิหร่านผู้จัดการชุมนุมคู่ขนานตามแผนการใช้มวลชนกระชับพื้นที่ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการประท้วงก่อจลาจลวุ่นวาย 480 คนในจำนวนคนตายเป็นเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง 102 คน
การจัดชุมนุมคู่ขนานของสมาชิกรัฐสภาอิหร่านและบูรณาการปฏิบัติการกระชับพื้นที่กับหน่วยงานมั่นคงปราบปรามผู้ก่อจลาจลไปพร้อมๆ กับการเปิดโปงผู้บงการสร้างสถานการณ์เลวร้าย ทำให้รัฐบาลเตหะรานยุติความรุนแรงลงได้
ในที่ชุมนุมคู่ขนาน สมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งพูดว่า “อิสราเอล คือผู้สังหารประชาชนโดยการนำอาวุธมาใส่มือผู้ประท้วงกลุ่มที่ก่อจลาจล..ทำให้มีคนตายมากเท่าที่ทำได้เพื่อให้อเมริกาส่งกำลังเข้ามาโค่นล้มรัฐบาลเตหะราน”
คำปราศรัยของสมาชิกรัฐสภาสอดรับกับผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic RevolutionaryGuard Corps - IRGC) ที่กล่าวว่า หากศัตรูรุกราน อิหร่านจะทำให้ไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญทั่วภูมิภาค (ตะวันออกกลาง)
อาลี ชามคานี ที่ปรึกษาอาวุโสผู้นำสูงสุด อาลีคาเมเนอี โพสต์บนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) ว่า “อิหร่านมีความมุ่งมั่นและศักยภาพในการโต้ต่อการโจมตีทุกประการ”
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านอับบาส อารักห์จีกล่าวว่า “ผมพยายามเตือนอิสราเอล ว่า ความรุนแรงจะบานปลายอย่างไร หากอิสราเอลลากสหรัฐเข้ามาสู่สงครามในข้ออ้างว่าอิหร่านสังหารผู้นำการชุมนุม และผู้ถูกจับกุมจำนวนมาก เตหะรานยืนยันว่าไม่มีการแขวนคอผู้นำการประท้วงตามที่เป็นข่าว”
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักสิทธิมนุษยชนในประเทศนอร์เวย์ กล่าวว่า อิหร่านจะแขวนคอ เอร์ฟาน ซอลตานี ผู้นำการชุมนุมประท้วง วัย 26 ปี ที่ถูกจับเมื่อสาม-สี่วันก่อน ข่าวการแขวนคอ
ผู้นำการประท้วงทำให้ทรัมป์มีความชอบธรรมในการขู่โจมตีอิหร่าน
แต่การแสดงบทยักษ์ของทรัมป์ก็เปลี่ยนเป็นบทอนุมาน เมื่อเตหะรานบอกว่าไม่มีแผนการแขวนคอผู้นำการประท้วงและผู้ถูกจับกุมจำนวนมากตามที่เป็นข่าว
ประธานาธิบดีทรัมป์สนองตอบคำชี้แจงไม่แขวนคอผู้นำการประท้วงด้วยอาการโล่งอกว่า “อิหร่านหยุดการสังหารแล้ว” ผู้สื่อข่าวถามรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีการสังหารผู้นำการประท้วง “ผมได้รับการบอกกล่าวจากผู้เชื่อถือได้ว่าอิหร่านยุติการสังหารแล้ว”
ผู้สื่อข่าวรุกถามว่า “ผู้นำชาติอาหรับหว่านล้อมท่านไม่ให้โจมอิหร่าน..?” ทรัมป์ตอบว่า “ไม่มีใครหว่านล้อมใคร อิหร่านยกเลิกแขวนคอ 800 คน ควรได้รับการยกย่องอย่างสูง”ทรัมป์ไม่ได้รายละเอียดว่าอิหร่านระงับการแขวนคอคนกลุ่มไหนหรือทำไมจึงยกเลิก แต่โทนเสียงของทรัมป์บ่งชี้ว่า ท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่านอ่อนลงไปมาก
สำนักข่าว อัล-จาซีรา ของประเทศกาตาร์ อ้างนักวิเคราะห์ระบุว่า ข่าวเตหะรานไม่สังหารผู้ประท้วงเหมือนทอดบันไดให้ทรัมป์ไต่ลงจากหน้าผานรก ทรัมป์แสดงท่าทีอ่อนลง เพราะสำเหนียกว่า ปลุกระดมให้คนอิหร่านลุกฮือขึ้นโค่นรัฐบาลเตหะรานไม่มีวันสำเร็จ ตราบใดที่ทุกองคาพยพในอิหร่านยังคงสนับสนุน อาลี คาเมเนอี อย่างแข็งขัน
โฟแอด อิซาดี ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยเตหะราน บอกสำนักข่าว อัล-จาซีรา ว่า การประท้วงในอิหร่านดูเหมือนว่าควบคุมได้แล้ว เวลานี้ไม่มีจลาจลวุ่นวาย “ผมไม่เห็นการประท้วงใดๆ ในห้วงเวลา 48 ถึง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา”อิซาดีกล่าว เมื่อถามว่าสถานการณ์ทั่วไปเป็นอย่างไร“เราไม่พบเห็นการก่อจลาจลอีกเลย”
พูดถึงอารมณ์ของผู้คนในเตหะรานและทั่วประเทศอิหร่าน อิซาดีกล่าวว่า ภาษากายของคนทั่วไปสัมผัสได้เหมือนตกอยู่ในเงาของสงคราม 12 วันกับสหรัฐและอิสราเอลเมื่อเดือนมิถุนายน ปีกลาย
ลีโอนิต สลุตสกี ประธานกรรมาธิการนานาชาติของสภาล่างรัสเซีย กล่าวว่า หากสหรัฐแทรกแซงทางทหารอิหร่านเสี่ยงต่อความวุ่นวายไร้เสถียรภาพทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง “หากทำเนียบขาวตัดสินใจรุกรานอิหร่านมันเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ของวอชิงตัน” สำนักข่าวTASS รายงานคำพูด สลุตสกี “ความบ้าคลั่งน้ำมันของสหรัฐอเมริกาไม่เพียงแต่ทำลายตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แต่มันส่งผลถึงการไร้เสถียรภาพทั่วภูมิภาค” เขากล่าวเสริม
ทรัมป์ ได้ชื่อว่า เป็นผู้นำบ้าอำนาจมุ่งมั่นทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และมักอ้างว่าตนเป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ แต่รุกรานเขาทั่วไป เช่น บุกถล่มทำลายประเทศเวเนซุเอลาจับตัว “นิโกลัส มาดูโร” ประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งไปดำเนินคดีข้อหายาเสพติดบังหน้าปฏิบัติการปล้นน้ำมันมหาศาลจากเวเนซุเอลา แล้วเกิดย่ามใจขู่คำรามเม็กซิโก และโคลอมเบียเป็นเหยื่อรายต่อไป นอกจากนั้นทรัมป์ยังขู่ว่าจะใช้กำลังยึดกรีนแลนด์จากประเทศเดนมาร์ก
ในตะวันออกกลางเขาสร้างสถานการณ์ก่อจลาจลวุ่นวายทั่วประเทศอิหร่าน ถึงกับสั่งให้เรือบรรทุกเครื่องบินเครื่องบินรบ ระดมสรรพกำลังมุ่งหน้าไปอิหร่าน แต่พอเตหะรานบูรณาการสรรพกำลังประกาศตอบโต้การรุกรานขั้นรุนแรงสูงสุด ประกอบกับพันธมิตรใกล้ชิดอย่างรัสเซีย เกาหลีเหนือพร้อมร่วมรบเคียงข้างอิหร่าน ทรัมป์เปลี่ยนจากแสดงบทยักษ์เป็นบทอนุมานด้วยข้ออ้างว่า “เตหะรานหยุดสังหารผู้ประท้วงแล้ว”
จึงพูดได้ว่า เมื่อทรัมป์ลดความซ่า ประเทศอิหร่านก็สงบลงได้ อย่างน้อยก็ระยะหนึ่งจนถึงเวลาทรัมป์เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีกครั้งอิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลางจึงเกิดความตึงเครียดรอบใหม่
ส่วนในประเทศไทยผู้ที่มีพฤติกรรมคล้ายๆ ทรัมป์ คือสั่งการให้สมุนบริวารสร้างความวุ่นถึงขั้นเผาบ้านเผาเมืองมาจากแดนไกลด้วยจุดมุ่งหมายล้มล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง บัดนี้ถูกกระบวนการยุติธรรมกำหนดให้หยุดซ่าลดการบ้าอำนาจไปได้อีกนาน และอาจเป็นไปได้ เขาคนนั้นอาจหยุดซ่าเลิกบ้าอำนาจตลอดไป
สุทิน วรรณบวร

เสธ.ทร.เผย 3 ลูกเรือ มยุรีนารี ยังมีชีวิต ชี้ช่วยเหลือยาก เพราะอยู่ในพื้นที่โจมตี
5 เหล่าทัพ มีมติ เห็นพ้อง พัฒนาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพ-ป้องกันภัยศัตรู
ทรัมป์ โพสต์เดือด สหรัฐกระสุนไม่มีวันหมด พร้อมขยี้พวกสารเลวเสียสติ เป็นเกียรติได้สังหารผู้นำอิหร่าน
พัทยาสู่ราชบุรี แกะรอยคดีอุ้มสาวจีนทิ้งสวนมะม่วง คาดถูกฆาตกรรมอำพราง
เจษฎ์ จี้รัฐบาลเร่งตรวจสอบสถิติจดทะเบียนเรือ ลั่นอย่าปล่อยให้ใครสวมรอยเรือติดธงไทย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี