วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินสายไป สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เจนีวา กล่าวหาใส่ร้ายประเทศไทย แต่การโจมตีประเทศไทยกลายเป็นบูมเมอแรงเหวี่ยงกลับมาแทงกัมพูชา ชาติปลิ้นปล้อน ก้าวร้าวที่ชาวโลกเมิน เมื่อทางการทูตไทยเหนือชั้นกว่าใช้ความจริงแก้ข้อกล่าวหา ฮุน มาเนต เข้าตาจนไม่มีคนคบค้า
ในสหรัฐอเมริกา ฮุน มาเนต ใช้โอกาสร่วมประชุม คณะกรรมการสันติภาพ(Board Of Peace) เจรจานอกรอบกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯกล่าวหาประเทศไทยรุกรานยึดครองดินแดนกัมพูชาเป็นเหตุให้ชาวกัมพูชากว่า 6.5 แสนคนพลัดถิ่น ต้องไปพักอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว ขอให้สหรัฐกดดันประเทศไทยให้ปฏิบัติตามปฏิญญาที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นสักขีพยานพิธีลงนามในประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568
สหรัฐฯตอบสนอง ฮุน มาเนต แบบหมูไปไก่มาคือ บอกให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงความร่วมมือการค้าสหรัฐ-กัมพูชา โดยขอให้กัมพูชาซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 ยี่สิบลำ ตามข้อตกลงความร่วมมือทางการค้า ที่ลงนามร่วมกันวันที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นสักขีพยานการลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา
ฮุน มาเนต ลงนามใน MOU ซื้อเครื่องโบอิ้ง 737 ยี่สิบลำมูลค่าประมาณ 90,000 ล้านบาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาโจมตีประเทศไทย ในที่ประชุมคณะกรรมการสันติภาพ แต่ในที่ประชุมประธานาธิบดีทรัมป์ และชาติสมาชิกอื่นๆ เน้นปาฐกถาประเด็นบูรณะและฟื้นฟูฉนวนกาซา ตลอดถึงการส่งกองกำลังทหารไปรักษาสันติภาพในกาซา
ส่วน ฮุน มาเนต ได้เวลาสองนาทียกย่องประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นผู้นำสันติภาพโลก ตามมาด้วยการกล่าวหาประเทศไทยรุกรานยึดครองดินแดนบางส่วนของกัมพูชา ฮุน มาเนต ใช้เวลาสองนาที เหมือนไม่มีตัวตน คือ ไม่มีใครสนใจฟังสมาชิกส่วนใหญ่เดินออกจากห้องประชุมขณะฮุน มาเนต ปาฐกถา
ฮุน มาเนต น่าจะสำเหนียกก่อนกล่าวปาฐกถา ว่า ไม่มีใครสนใจนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตัวอย่างเช่นในขณะเตรียมถ่ายรูปหมู่ ผู้ร่วมประชุมจับกลุ่มคุยกันเป็นการเป็นงาน ไม่มีใครสนใจนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปล่อยให้ฮุน มาเนต ยืนหน้างอคอตกอยู่คนเดียว
ฮุน มาเนต ไม่เข้าใจว่า ทำไม 40 ชาติสมาชิกกับ 20 ชาติผู้สังเกตการณ์ พูดคุยกับผู้แทนจากประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในยี่สิบประเทศสังเกตการณ์ที่น่าเจ็บใจ คือ ธงชาติไทยเด่นหราอยู่ท่ามกลางธงชาติประเทศสมาชิกเป็นฉากหลังถ่ายรูปหมู่
ประธานาธิบดี ทรัมป์ แถลงข่าวสรุปการประชุมว่า ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจส่งกำลังรักษาสันติภาพไปกาซา และมีเพียง 9 ประเทศสมาชิกสมทบเงินบูรณะกาซา 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาในฐานะประธานคณะกรรมการสันติภาพมอบเงินสมทบบูรณะกาซาหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์
กล่าวได้ว่า“กรรมการสันติภาพ” เปิดฉากอย่างจืดชืด ไม่ยิ่งใหญ่อลังการ เนื่องจากประเทศยุโรปซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดสหรัฐส่วนใหญ่ไม่ร่วมประชุม เพราะหลายประเทศคลางแคลงใจว่า สหรัฐอาจใช้ Board Of Peace เป็นเครื่องมือยึดครองกาซา แทนการปฏิบัติตามปฏิญญาสองรัฐของสหประชาชาติ ที่มีมติให้ปาเลสไตน์กับอิสราเอลเป็นรัฐอิสระอยู่ใกล้กัน
ด้าน ฮุน มาเนต ที่ตั้งความหวังว่า สหรัฐจะกดดันประเทศไทยให้คืนดินแดนที่ยึดได้ระหว่างสงครามยี่สิบวัน แต่ไม่ได้รับความสนใจ ในทางตรงกันข้ามสหรัฐฯกลับสนับสนุนประเทศไทยให้ปราบปรามสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชาต่อไป หลังจาก นายสีหศักดิ พวงเกตุแก้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ทำความเข้าใจกับสหรัฐถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านว่าแหล่งสแกมเมอร์ดาษดื่นในกัมพูชาเป็นชนวนสำคัญของความขัดแย้ง
ผิดหวังจากสหรัฐฯ ฮุน มาเนต บินไปฝรั่งเศส ขอความช่วยเหลือให้หาหลักฐานเอกสารการแบ่งเขตแดนขณะที่กัมพูชาอยู่ใต้อาณานิคมฝรั่งเศส แต่การเคลื่อนไหวของฮุน มาเนต ก็ช้ากว่าไทยไปหลายก้าว ทูตทหารไทยในประเทศฝรั่งเศสค้นพบเอกสารสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามฉบับสมบูรณ์ พ.ศ.2463-2476 ที่บันทึกเส้นแบ่งเขตแดน บนสันปันน้ำ เอกสารสำคัญชิ้นนี้ ทีมประเทศไทย ใช้ยืนยันในการตอบโต้แก้ข้อกล่าวของกัมพูชาต่อนานาชาติ
ในประเทศฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ นอกจากเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงแล้ว ยังได้ให้สัมภาษณ์พิเศษทีวีช่อง 24 ของฝรั่งเศส การทูตในเชิงรุกของไทย นอกจากทำให้ข้อกล่าวของฮุน มาเนต ไร้น้ำหนักแล้ว ยังสร้างความเสียหายให้กัมพูชา เมื่อนายสีหศักดิ์นำหลักฐานไปยืนยันต่อผู้อำนวยการยูเนสโกว่ากัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ทำให้ปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกเสียหาย
ที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มการกล่าวถ้อยแถลงด้วยการระลึกถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่มีการทบทวนการดำเนินงานของคณะมนตรีฯและย้ำว่า ในช่วงเวลาที่ระบบพหุภาคีประสบความท้าทายเช่นในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ ต้องร่วมมือกันเพื่อความสำเร็จและประสิทธิภาพของคณะมนตรีฯ นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯยังเห็นว่าปัญหาการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน เป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกที่เกิดจากการขาดหลักนิติธรรมในประเทศที่เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และอยู่ในแนวหน้าของความพยายามระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหา โดยจะสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวตอบโต้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่กล่าวพาดพิงไทยในสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในการกล่าวถ้อยแถลงของการประชุมระดับสูงในวันเดียวกันว่า
“กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือนเพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย โดยต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งการแทรกแซงการเมืองภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดจนนำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายและมีพลเรือนต้องเสียชีวิต ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่อดีตประเทศไทยมีแต่ความปรารถนาดีให้กับกัมพูชา โดยให้สถานที่พักพิงแก่ผู้ที่หลบหนีจากความขัดแย้งและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงร่วมฟื้นฟูประเทศ ภายหลังจากสงครามกลางเมืองในกัมพูชา ไทยไม่เคยมีเจตนาที่จะเผชิญหน้ากับกัมพูชา เพราะเข้าใจดีว่าสันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้ และโดยที่ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง แทนที่จะร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและก้าวไปข้างหน้าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แต่กัมพูชากลับทำให้ปัญหาระหว่างสองประเทศเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนโอกาสสำหรับสันติภาพ
สำหรับข้อกล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชานั้น ข้อเท็จจริงคือ ทั้งสองฝ่ายต่างเจรจาและเห็นชอบให้กองกำลังตั้งอยู่ที่ฐานที่มั่นเดิมในช่วงที่มีข้อตกลงหยุดยิงในระหว่างที่อยู่ระหว่างการรอการหารือเพื่อแก้ไขปัญหา และจนถึงปัจจุบันนี้ กัมพูชาก็ยังคงยั่วยุ ทหารไทยก็ยังคงต้องเผชิญกับทุ่นระเบิด และกัมพูชายังคงยิงข้ามมายังฝั่งไทยแม้กระทั่งในวันนี้ ทั้งนี้ ไทยยังคงยืนยันที่จะยึดมั่นในการเจรจา แต่ขณะเดียวกัน ไทยก็มีหน้าที่ในการปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยปราศจากเงื่อนไข ดังนั้นจึงขอตั้งคำถามกับฝ่ายกัมพูชาว่า ประสงค์ที่จะเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งให้ดำรงต่อไป”
ถ้อยแถลงของ นายสีหศักดิ์ ทำให้ฝ่ายกัมพูชาเงียบงัน ลดท่าทีก้าวร้าวลงไปทันตาเห็น
กลับมาดูในบ้านเราว่า สหรัฐฯ มองประเทศไทยอย่างไรในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา พลโทแมทธิว แมคฟาร์เลน แม่ทัพน้อยที่ 1 กองทัพบกสหรัฐฯพร้อมคณะเข้าพบพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกเพื่อหารือการยกระดับการฝึกร่วมผสม“คอบร้าโกลด์”และ“หนุมานการ์เดียน”โดยยกระดับความเข้มข้นไปสู่การรับมือภัยคุกคามสมัยใหม่ ทั้งด้านสงครามไซเบอร์ และสงครามอวกาศ เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป
นอกจากนั้น รัฐบาลสหรัฐฯยังส่งมอบ ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ เพิ่มเติมให้ไทยอีก 17 คัน ภายใต้โครงการการส่งมอบยุทโธปกรณ์ส่วนเกินที่มีสภาพดีเยี่ยม โดยมีพิธีรับมอบอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงพิธีปิดการฝึกผสมคอบร้าโกลด์ครั้งที่ 44 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ที่สำคัญ พลโทแมทธิว แมคฟาร์เลน ชื่นชมกองทัพไทย มีความอดทนอดกลั้น และมีวินัยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
สรุปว่า ความพยายามทำให้โลกล้อมประเทศไทยของ ฮุน มาเนต กลายเป็นบูมเมอแรงที่เหวี่ยงแรงกลับไปทิ่มแทงกัมพูชา เมื่อชาวโลกตระหนักว่ากัมพูชาเป็นศูนย์กลางแหล่งสแกมเมอร์หรืออุตสาหกรรมฉ้อโกงทางไซเบอร์ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กัมพูชาจึงเป็นภัยคุกคามคนทั่วโลก มิใช่เฉพาะประเทศไทย
สุทิน วรรณบวร

สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม
'THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026'เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก
INK - JEFF SATURE - 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! 'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026'
ไฟไหม้อาคารจอดรถ BYD ในเซินเจิ้น โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ
กองทัพเรือยืนยัน 'ข่าวปลอม' กรณีอ้างไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี