วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในตะวันออกกลาง ที่สงครามขยายวงออกไปรอบด้าน คู่สงครามสำคัญสหรัฐฯ อิสราเอลกับอิหร่าน ต่างก็อ้างว่าได้ทำลายอีกฝ่ายสิ้นภาพสู้รบไปต่อไม่ได้
เมื่อฟังข้อมูลจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ผู้อาศัยอยู่ในกรุงเตหะรานของอิหร่าน และกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล ทั้งสองฝ่ายต่างบอกว่าเอือมระอา ที่ต้องใช้ชีวิตยากลำบากในสงคราม
สำนักข่าวอัล-จาซีรา รายงานจากกรุงเตหะรานว่า สงครามระเบิดขึ้นในระหว่าง รอมฎอน เป็นเดือนที่เก้าของปฏิทินอิสลาม ที่ถือปฏิบัติโดยมุสลิมทั่วโลกถือเป็นเดือนแห่งการถือศีลอด การดำเนินชีวิตในเตหะรานขณะเกิดสงครามจึงใช้ชีวิตลำบากยากเข็ญเป็นสองเท่า
กรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงอิสราเอล เพื่อนอเมริกันอิสราเอล ที่นั้นบอกกับแนวหน้าว่า..“ฉันยังปลอดภัยไม่เป็นอันตราย แต่รำคาญที่ถูกลากจากเตียงนอนเข้าที่หลบภัยตลอดเวลา” เธอบอกว่าในคฤหาสน์หรูมีห้องหลบภัยอยู่ทุกชั้นห่างจากห้องนอนแค่สองสามก้าว
เพื่อนอเมริกันอิสราเอลอธิบายว่า “ที่นี้ไม่เหมือนเตหะรานหรือเบรุต ที่นี้มีอันตรายน้อยกว่า เรามีระบบเตือนภัยมีประสิทธิภาพสูง ทันทีที่ระบบเตือนภัยจับสัญญาณขีปนาวุธ และจรวดยิงมาจากอิหร่าน หรือเลบานอน ทุกคนจะได้ยินเสียง “กรี๊ด” ดังบนโทรศัพท์..นั้นหมายความว่า เราต้องเข้าที่หลบภัย ที่หลบภัยมีอยู่ทั่วไปใกล้ที่สัญจรในเมือง รวมทั้งที่หลบภัยชั้นใต้ดินของอาคารหรือชั้นจอดรถ..
..เมื่อระบบป้องกันภัยเห็นทิศทางของขีปนาวุธ เสียงไซเรนจากข้างนอกกับเสียงกรี๊ดในโทรศัพท์ของเราดังขึ้นพร้อมกัน นั้นหมายความเราต้องเข้าที่หลบภัยใกล้ที่สุด โดยทั่วไปคนอิสราเอลปฏิบัติตามเสียงเตือนอย่างเคร่งครัด และคนตายส่วนใหญ่อยู่ในที่โล่ง(ไม่มีข้อมูลคนตายในที่โล่งเท่าไหร่)
ตัวเราเองส่วนใหญ่อยู่แต่ในบ้าน ซึ่งมีที่หลบภัย ย่างสามก้าวก็ถึงห้องหลบภัยแล้ว..บางวันตัวเราเองออกไปซื้ออาหาร ร้านค้ายังเปิดขายของตามปกติ แต่เราต้องเดินเท้าแทนนั่งรถ เพื่อได้มุดเข้าที่หลบภัยใกล้ที่สุดง่ายขึ้น หากอยู่ในรถยนต์และได้ยินเสียงไซเรนต้องจอดแอบข้างทางทันที..ออกจากรถนอนคว่ำหน้าบนถนน และใช้มือสองข้างปิดหัว หากฉันทำอย่างนั้นในวัยนี้แล้ว..ไม่แน่ใจว่าจะลุกขึ้นได้อีก..
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนออกไปซื้อข้าวของ อาหารที่ผลิตใหม่เพิ่งออกจากเตา ผักสดมีมาเสริมทุกวัน..#ยกเว้นโรงเรียนปิดหมด และกิจกรรมที่คนอยู่รวมกันเช่นจัดงานแต่งงานห้ามเด็ดขาด เราทราบว่าปัจจุบันห้ามมีคนอยู่ในที่เดียวกันเกิน 50 คน..
..ไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ แต่พวกเราทั้งหมดเบื่อหน่ายกับมัน “ทรัมป์กับเนทันยาฮู โง่เขลา พวกเขาเข้าสู่สงครามโดยไม่มียุทธศาสตร์ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรเราคิดว่า ทรัมป์ ถูกกดดันอย่างหนักจากรอบด้าน เพราะเขาได้สร้างความยุ่งเหยิงวุ่นวายให้กับเศรษฐกิจอเมริกา และคิดว่าเขาจะประกาศชัยชนะในไม่ช้าแล้วเดินจากไป..”
คาดการณ์ของอดีตนักข่าวสงครามที่เคยผ่านสงครามเวียดนาม สงครามกลางเมืองกัมพูชา สงครามอิรักและอัฟกานิสถาน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการปากกล้าขาสั่นของทรัมป์ ที่เชื่อว่าในไม่ช้า ทรัมป์ จะประกาศชัยชนะแล้วปัดตูดจากไป
การปากกล้าขาสั่นของ ทรัมป์ เห็นได้จากที่เขาขู่อิหร่านให้หยุดการโจมตีฐานทัพและผลประโยชน์สหรัฐฯ มิฉะนั้นจะพบกับการโจมตี ที่เตหะรานจะวอดวายอย่างคาดไม่ถึง
ทรัมป์ ขู่อิหร่านหลังจากสหรัฐส่งฝูงบินรบไปถล่มทำลายโครงสร้างโรงกลั่นและคลังน้ำมันใหญ่ที่สุดของอิหร่านบนเกาะคาร์ก“เราจะยุติสงครามในไม่ช้า..สหรัฐทำลายโครงสร้างพื้นฐาน
ทางทหาร และน้ำมันของเตหะรานหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลือให้เราทำลาย..ยังมีเหลืออยู่บ้างเพียงสิ่งก่อสร้างเล็กๆ น้อยๆ..”
ทรัมป์ ขู่ไม่ทันข้ามวัน อิหร่านโจมตีคลังน้ำมันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เอาคืนที่สหรัฐฯ ถล่มเกาะคาร์ก เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่แค่ขู่ แต่เป็นการลงมือทำจริงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อศูนย์กลางการเก็บน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง ควันดำที่ลอยโขมงเหนือเมืองท่าฟูไจราห์ (Fujairah) คือหลักฐานชัดเจนว่า อิหร่านพร้อมชนและไม่สนว่าเป้าหมายจะเป็นพันธมิตรของอเมริกาหรือไม่
เกมนี้อิหร่านไม่ได้ใช้ขีปนาวุธราคาแพง แต่กลับใช้โดรนราคาถูกที่ผลิตได้ทีละมากๆ ปล่อยออกมาเป็นฝูงจนระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดไว้ไม่ทัน ต่อให้ประเทศเป้าหมายจะมีระบบเรดาร์ หรือจรวดสกัดกั้นที่ล้ำยุคแค่ไหน แต่ถ้าต้องรับมือกับโดรนหลักร้อยตัวที่บินเข้าใส่พร้อมกัน ย่อมเกิดช่องโหว่ได้เสมอ กลยุทธ์ใช้ของถูกไปทำลายโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ามหาศาล กำลังทำให้มหาอำนาจต้องกุมขมับ
ถ้าน้ำมันในตะวันออกกลางยังถูกคุกคามรายวันแบบนี้ คนที่ต้องรับแรงกระแทกอาจเป็นพวกเราที่ต้องเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่จะพุ่งสูงขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
คำขู่ของทรัมป์ จึงตรงกับที่อดีตผู้สื่อข่าวสงครามตราหน้าว่าโง่เขลาเข้าสู่สงครามโดยไม่มียุทธศาสตร์ คือพูดว่าอิหร่านไม่เหลืออะไรให้ทำลายแล้วในขณะที่สหรัฐฯต้องไปย้าย THAAD
ระบบป้องกันภัยทางอากาศจากเกาหลีใต้ ไปเสริมในประเทศอิสราเอล เนื่องจากระบบป้องกันภัยทางอากาศในตะวันออกกลาง รับมือกับขีปนาวุธและฝูงโดรนจากอิหร่านไม่ไหว
นอกจากนั้น ทรัมป์ ยังออกคำสั่งให้กองเรือยกพลขึ้นบกพร้อมนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประมาณ 2,500 นาย นำโดยเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli (LHA-7) ออกเดินทางจากฐานทัพในญี่ปุ่น มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งจะใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ในการเดินทาง
การเสริมกำลังนาวิกโยธิน 2,500 นาย โดยไม่มียุทธศาสตร์แน่นอนว่า จะใช้บุกอิหร่านทางภาคพื้นดิน หรือใช้นาวิกโยธินคุ้มครองการเดินเรือส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่ถูกอิหร่านปิดตายสำหรับเรือสหรัฐฯและชาติพันธมิตรวอชิงตัน ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการขู่ที่ไร้น้ำยาของทรัมป์อีกครั้ง
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth Sociail ว่า ประเทศที่ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และ จีน หากพวกคุณยังต้องการน้ำมันที่ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ พวกคุณต้องปกป้องมัน..
หลายชั่วโมงหลังจากนั้นประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความซ้ำว่า “ประเทศที่รับน้ำมันต้องคุ้มครองน้ำมันผ่านช่องแคบออร์มุซ” ดูเหมือนว่าเขาพยายามทำให้การคุ้มครองเรือน้ำมันทำกันเป็นทีม ความจริงคือเขาเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ ช่วยเหลือปกป้องเรือน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านปิดแสดงให้เห็นว่า การเสี่ยงยังคงดำรงอยู่
อัล-จาซีรา วิเคราะห์ว่า มันเป็นความฉลาดทางด้านยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ที่ส่งสัญญาณให้เห็นความอ่อนแอของสหรัฐอเมริกา ที่ต้องใช้เงินอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์ส่งนาวิกโยธินไปเพิ่มเติมกองทัพสหรัฐฯที่มีอยู่แล้วกว่า 40,000 นายในตะวันออกกลาง และเน้นให้เห็นความเสี่ยงที่สหรัฐฯเผชิญหน้าการส่งเรือคุ้มกันเข้าไปในภูมิภาค ในขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ยังคงโจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯและอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง
IRGC แถลงเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ว่า ขีปนาวุธอิหร่านสี่ลูกถล่มทำลายเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เสียหาย ทหารสหรัฐตาย 180 นาย เรือลำนั้นต้องถอยออกจากภูมิภาค นอกจากนั้น IRGC ยังถล่มทำลายฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและประเทศกาตาร์เสียหายยับเยิน
ศูนย์บัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ปฏิเสธคำแถลง IRGC ทันที และกล่าวว่าทหารสหรัฐฯเสียชีวิตเพียง 13 นาย โดยเสียชีวิตในฐานทัพประเทศพันธมิตรอ่าวอาหรับ 7 นาย และเสียชีวิต 6 นาย จากเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศตกในประเทศอิรัก ตัวเลขทหารสหรัฐฯตาย 180 นาย IRGC อาจเหมารวมมาจากข้อมูลทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บประมาณร้อยกว่านาย CENTCOM แถลง
อย่างไรตาม ไม่ว่าสหรัฐฯและอิสราเอล พยายามปิดบังความเสียหายอย่างไร นักวิเคราะห์ข่าวสงครามกล่าวว่า ผลจากที่หลายฝ่ายใช้อาวุธทำลายล้างโจมตีกัน รวมทั้งสหรัฐฯ-อิสราเอล อิหร่าน เลบานอน อิรัก ซีเรีย อาเซอร์ไบจาน และ กบฏฮูตีในประเทศเยเมน เชื่อว่ามีคนตายไปแล้วกว่าหนึ่งหมื่นคน
สงครามสองอาทิตย์ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศทั่วโลกหลายแสนล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นักข่าวสงครามในอิสราเอลกล่าวว่า อิหร่านยื้อสงครามออกไปนานที่สุดเท่าที่ทำได้ เป้าหมายคือทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯล่มสลายยากจะฟื้นได้ในห้วงเวลาหลายปีข้างหน้า
สุทิน วรรณบวร

ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด
โปรดเกล้าฯ ให้ 2 นายทหารราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์
นักวิเคราะห์กลาโหม แฉ ทรัมป์ ผลาญงบหมื่นล้านถล่มอิหร่าน หวังชัยชนะเลือกตั้งกลางเทอม
ปรับขึ้นยกแผง ดีเซล ขึ้น 80 สตางค์ เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ไม่น้อยหน้า พุ่งอีก 90 สตางค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี