วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในฐานะเป็นหนึ่งใน 14 ล้านคนที่เขาเรียกกลุ่มเปราะบาง เพราะ 1.เป็นผู้พิการ 2.เป็นคนสูงวัยใกล้ 80 ปี3.มีรายได้น้อยเหมือนคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศที่มักถูกนักการเมืองใช้ในการหาเสียง และหากินกับงบประมาณตามโครงการที่เรียกว่าเยียวยา
ทุกครั้งที่รัฐบาลกู้เงินเป็นแสนๆ ล้านบาท มักใช้กลุ่มเปราะบางเป็นข้ออ้าง โดยที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินหลายแสนล้าน ตกหล่นก่อนถึงมือกลุ่มเปราะบางกี่หมื่นล้านบาท
รัฐบาลเพื่อไทยในปี 2567-2568 ที่มีพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล เวลานั้นรัฐบาลมีนโยบายใช้เงินกว่าห้าแสนล้านบาท แจกคนไทยตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไปคนละ 10,000 บาท ตามนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต
โชคดีของประเทศไทยที่มีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคัดค้านอย่างแข็งขันว่า การแจกเงินดิจิทัลฯนอกจากผิดก.ม.วินัยการเงินแล้วยังทำให้เศรษฐกิจเสียหาย คือเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
การคัดค้านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เวลานั้นท่านเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้รับแรงกระแทกทางการเมืองอย่างหนักแต่ท่านก็ได้รับการสนับสนุนได้รับกำลังใจจากคนไทยล้นหลามทำให้พ้นพงหนามทางการเมืองไปได้
ในฐานะหนึ่งในกลุ่มคนเปราะบางที่นักการเมืองใช้เป็นข้ออ้างในการผลาญงบประมาณแผ่นดิน กราบขอบพระคุณผู้ว่าฯแบงก์ชาติในเวลานั้น และขอแสดงความยินดีต่อท่านวันนี้ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นองคมนตรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
กล่าวโดยสรุปคือโครงการแจกเงินดิจิทัล หนึ่งหมื่นบาทถ้วนหน้ากับงบประมาณกว่า 5แสนล้านบาททำไม่ได้ เพราะผู้ว่าฯแบงก์ชาติไม่เห็นชอบ อย่างไรก็ตาม ท่านเศรษฐพุฒิ ยังกรุณาแนะนำให้รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แปลงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เป็นโครงการเยียวยากลุ่มเปราะบางประมาณ 13-14 ล้านคน
และรัฐบาลน.ส.แพทองธารก็หาทางลงได้ด้วยการแจกเงินสดกลุ่มเปราะบางใช้เงินงบประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นกว่าล้านบาท
แต่เงินกว่าสองแสนหนึ่งหมื่นล้านบาท ไม่ได้ทำให้เกิดพายุเศรษฐกิจหมุนห้ารอบ ดังที่พรรคเพื่อไทยคุยไว้ ในความเป็นจริงผู้ได้รับเงินเยียวยาไม่ได้ใช้จ่ายเพื่อให้พายุเศรษฐกิจหมุนเวียน บางกลุ่มไปใช้หนี้บางคนไปซื้อโทรศัพท์มือถือหรือใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เงินหมุนเวียนอยู่หมู่บ้าน แต่มันกลับไหลไปต่างประเทศหรือตกไปอยู่ในมือของพ่อค้ารายใหญ่
เมื่อรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกพระราชกำหนดกู้เงิน สี่แสนล้านบาทเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันขึ้นราคา อันเนื่องจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน และรัฐบาลใช้เป็นข้ออ้างออกพ.ร.ก.กู้เงินสองแสนล้านเพื่อเยียวยากลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นข้ออ้างไม่สมเหตุสมผล
เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำมันขาดแคลน แต่คนไทยเดือดร้อนจากน้ำมันราคาแพง เพราะความ“ขาดแคลนคุณธรรม จริยธรรม”
รัฐบาลยืนยันตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม ว่า #ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 101 วัน แต่น้ำมันเริ่มขาดแคลนตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม คนไทยต้องเข้าคิวยาวเป็นกิโลเมตร บางรายรอเป็นวันไม่ได้เติมน้ำมัน
ในเบื้องต้นรัฐบาลกล่าวหาว่า ประชาชนกักตุนน้ำมัน จากที่ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศขายน้ำมันประมาณ 68 ล้านลิตร/วัน แต่ปั๊มได้รับน้ำมันจากโรงกลั่น 77 ถึง 80 ล้านลิตร/วัน ยังไม่พอความต้องการของประชาชน
นายอนุทินสั่งการให้กระทรวงพลังงานแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนภายใน 7 วัน หกวันหลังจากนายกฯออกคำสั่ง ตอนดึกคืนนั้นแอบประกาศขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท ตั้งแต่นั้นมาน้ำมัน
ไม่เคยขาดแคลนจากปั๊ม
น้ำมันที่ขึ้นราคา คือน้ำมันที่รัฐบาลกล่าวว่ามีสำรองไว้ใช้ได้ 101 วัน ไม่ใช่น้ำมันที่ซื้อมาหลังเกิดสงคราม แสดงว่ามีคนตุนแล้วปล่อยออกมาขายหลังประกาศขึ้นราคา
ยังไม่มีตัวเลขเป็นทางการว่า ไอ้โม่งตุนน้ำมันแล้วปล่อยออกขายหลังประกาศขึ้นราคาได้กำไรเท่าไหร่ อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการอิสระประมาณการว่ามีเงินส่วนต่างจากขายน้ำมันก่อนวันที่ 1 มีนาคม ประมาณ 19,000 ล้านบาท
เงินส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นอยู่ในกระเป๋าใครไม่สามารถบอกได้ แต่นั่นมันเป็นสิ่งยืนยันว่า “ประเทศไทย#ยังไม่ขาดแคลนน้ำมัน แต่ขาดแคลนคุณธรรมและจริยธรรม” จนวันนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่าเงินที่เพิ่มมา 19,000 ล้านอยู่ในกระเป๋าใคร และน้ำมัน 57 ล้านลิตรออกจากโรงกลั่นแล้วหายไปไหน
การกู้เงิน 4 แสนล้านบาท มาเยียวยาประชาชนประมาณ 30 ล้านคนด้วยโครงการคนละครึ่งพลัส คือประชาชนจ่ายเงิน 40% ซื้อสินค้า 60% เป็นส่วนที่เยียวยา จึงเหมือนใช้ยาพารารักษามะเร็งร้าย
ส่วนเงินกู้อีก 2 แสนล้านบาท รัฐบาลกล่าวว่าจะใช้ในการปรับโครงสร้างพลังงาน กระตุ้นให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ และใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ก็เป็นแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และแก้ปัญหาที่รัฐบาลในอดีตสร้างไว้ โดยการให้ทุนใหญ่ผูกขาดการผลิตไฟฟ้าขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กฟผ.
ปัจจุบัน กฟผ.ซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนในราคาที่แพงกว่า กฟผ.ผลิตเอง และต้องซื้อไฟฟ้าสำรองไว้เกินใช้จริง 50% ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าต้องร่วมเสียค่าผลิตส่วนเกินนี้มาหลายปีแล้ว
คณะกรรมการพลังงานไม่เคยพูดถึงสัญญาเสียเปรียบทุนพลังงานผูกขาด แต่กลับอ้างสถานการณ์สงครามกระตุ้นประชาชนใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ โดยที่ทุกฝ่ายรู้ดีว่า มีความพยายามผลักดันโครงการนี้มาหลายปียังมีคนใช้ไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ไม่เกิน 5% ของ 23 ล้านครัวเรือน
ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ชาวบ้านส่วนใหญ่สัมผัสได้ โดยไม่ต้องอ้างกฎหมายและหลักวิชาการใดและสังหรณ์ใจว่า พ.ร.ก.กู้เงินสี่แสนล้านบาทอาจเป็นหมัน เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า ผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลังหรือไม่
ปชป.มี สส.เพียง 21 คนจำเป็นต้องขอเสียงสนับสนุนจาก พรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม ลงชื่อในคำร้องถึง 100 คน จึงสามารถส่งหนังสือ ให้ประธานสภาพิจารณาส่งเรื่องต่อไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ
ความพยายามของ ปชป.อาจมีอุปสรรคบ้าง เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านมีอุดมการณ์ไม่สอดคล้องกัน ปชน. เน้นใช้โวหารอภิปรายสร้างคอนเทนต์ให้เครือข่ายนำไปขยายความ ส่วนพรรคกล้าธรรมเคยร่วมรัฐบาลกับนายอนุทินยังมีเยื่อใยต่อกันและไม่ขัดขวางนโยบายที่ประชาชนได้ผลประโยชน์
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า “ปชป.ไม่ขัดขวางนโยบายเยียวยาประชาชน เช่น นโยบายคนละครึ่ง แต่รัฐบาลสามารถผันเงินงบประมาณจากส่วนอื่นมาเยียวยาประชาชนได้
นายสาทิตย์กล่าวด้วยว่า พ.ร.ก.กู้เงินต้องออกได้ 1.เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 2.ความจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ “คนละครึ่งเป็นการเยียวยาเฉพาะหน้า และการปฏิรูปโครงสร้างใช้พลังงาน ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน”
ประสบการณ์ตรงพบว่า จากอดีตถึงปัจจุบัน รัฐบาลที่ถูก ปชป.อภิปราย แม้ชนะการยกมือในสภาแต่ถูกลงโทษตามกฎหมายภายหลัง สามทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลที่ถูก ปชป.อภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ลาออกก็ยุบสภา และพบชะตากรรมเลวร้ายภายหลัง
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูก ปชป.ขุดคุ้ยและอภิปรายไม่ไว้วางใจแม้ชนะการยกมือในสภา แต่ต้องเข้าคุกถูกยึดทรัพย์ภายหลังแล้วหลายรายบางคนผลจาก ปชป.ขุดคุ้ยอภิปรายเพิ่งได้รับกรรมเมื่อไม่นานมานี้ก็มี
นายอนุทิน เองเคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีก็เกิดจากที่ ปชป.อภิปรายพรรคการเมืองนายอนุทินสังกัดเวลานั้น ที่ถูก ปชป.ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค หลังจากอภิปราย
การขุดคุ้ยเรื่องไม่ชอบมาพากลของนักการเมืองที่อยู่ใกล้นายอนุทิน ปชป.ทำหนังสือถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตั้งแต่ก่อนฟอร์มรัฐบาล และผลจากหนังสือของ ปชป.กระตุ้นให้ ปปง.ยึด/อายัดทรัพย์ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์กว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท
รายชื่อผู้ต้องสงสัยเกี่ยวพันกับสแกมเมอร์ ที่ ปชป.ส่งให้ ปปง. บางคนยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสภา ขอเตือนว่ารัฐบาลการ์ดตกไม่ได้ตราบใดที่ ปชป. เป็นฝ่ายค้าน
สุทิน วรรณบวร

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี