วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รู้สึกดีใจและตกใจ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคม นายพิพัฒน์รัชกิจประการ กล่าวว่ากำลังคืบหน้าและจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
ที่ตกใจ คือ นายกรัฐมนตรีพูดถึงเมกะโปรเจกต์ โดยไม่มีอยู่ในนโยบายที่แถลงต่อสภา ไม่มีแผนงาน ไม่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการ
โครงการใดก็ตามที่ออกจากปากนายกรัฐมนตรีล้วนมีผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อสังคมโดยรวม
ผลกระทบทางบวก คือ ประชาชนทั่วไปเกิดความรู้สึกพอใจดีใจ ทันทีที่ได้ยินจากปากนายกรัฐมนตรีประชาชนในพื้นที่มีความหวังเจิดจ้าว่า เศรษฐกิจจะดีขึ้นจากการพัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์ ที่มีเงินลงทุนนับล้านล้านบาท
ผลกระทบในทางลบคือบรรดาแก๊งหลอกลวง และนายทุนเก็งกำไรที่ดิน เริ่มเคลื่อนไหวออกกว้านซื้อที่ดินไว้เก็งราคาล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ปั่นกระแสกันครั้งใหญ่ ในโครงการสร้างคลองไทยยาว 135 กิโลเมตร เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน ที่เริ่มจากอำเภอสิเกา ผ่านอำเภอห้วยยอดอำเภอรัษฎา ผ่านบางส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชถึงปลายทางอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
การโหมทำประชาสัมพันธ์ ปั่นกระแสครั้งนั้น มีตั้งแต่ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดถึงผู้นำชุมชน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนันผู้ใหญ่บ้าน
ผู้เขียนในฐานะคนอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้คลองไทยแทบเป็นศูนย์ และด้วยความห่วงใยว่า คนในพื้นที่จะรีบขายที่ดินให้กับนายหน้าเก็งกำไร ที่เลวร้ายกว่านั้น เริ่มสงสัยว่า ทำไมคนจีนที่ได้รับการยกย่องชื่นชมจากผู้นำท้องถิ่นว่า เป็นตัวแทนของบริษัทรัฐบาลจีนซึ่งเป็นผู้ลงทุนในโครงการสร้างคลองไทยมูลค่าหนึ่งล้านล้านบาท
มองจากพฤติกรรมของคนจีนกลุ่มนั้น เริ่มสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพหรือไม่? ทำไมคนจีนพวกนั้นทุ่มเงินมหาศาลเลี้ยงดูปูเสื่อผู้นำท้องถิ่น พาพวกนายหน้าประชาสัมพันธ์โครงการไปประเทศจีนเป็นว่าเล่น ผู้นำท้องถิ่นบางคนเคยเป็นลูกจ้างกรีดยาง ตั้งแต่คบค้ากับคนจีนที่อ้างว่า มาจากบริษัทสร้างคลองไทย รวยขึ้นผิดหูผิดตา ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เปิดกิจการร้านค้า ร้านอาหาร พฤติกรรมคล้ายการฟอกเงิน
ผู้เขียนสอบถามชาวบ้านบางตำบลว่า ขายที่ดินไปแล้วหรือยัง บางคนบอกว่าขายไปแล้วได้ราคาดี บางรายบอกว่านายหน้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินหลายรายและเมื่อถามว่าเคยมีเจ้าหน้าที่มาสำรวจทางภาคพื้นดินบ้างไหมว่า โครงการคลองไทยขุดผ่านใกล้บ้านพวกเรา
ได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ แต่เคยเห็น ฮ.(เฮลิคอปเตอร์) บินต่ำผ่านหมู่บ้าน ที่ผู้นำชุมชน นายกอบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าฮ.สำรวจทางอากาศแนวโครงการขุดคลองไทยผ่านที่ดินพวกเรา
กลุ่มคนจีนอ้างว่าเป็นเจ้าของโครงการ จัดเลี้ยงประชุม สัมมนาผู้นำชุมชนเป็นระยะ เพื่อพูดคุยถึงความคืบหน้าทำประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน กำนันคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ในงานเลี้ยงชุมนุมแต่ละครั้งเขาได้รับเบี้ยเลี้ยง 2,000 บาท หากผู้ร่วมงานเลี้ยงสัมมนาทุกคนได้รับเบี้ยเลี้ยง 2,000 บาท น่าจะเป็นหลักล้านในการสัมมนาแต่ละครั้ง
ทำให้เราเพิ่มความสงสัยว่าคนจีนที่อ้างเป็นหุ้นส่วนใหญ่บริษัทเจ้าของโครงการว่า น่าจะเป็นแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าหลอกลวงอย่างไรดังนั้น การไปเตือนสติชาวบ้าน หรือผู้นำชุมชนจึงไม่มีน้ำหนักพอจะให้ชาวบ้านเชื่อใจสิ่งที่เราสงสัย เราได้แต่บอกชาวบ้านว่ามัน “เป็นโครงการโคลงไทย” คำว่า “โคลง” สำหรับคนใต้มีความหมายตั้งแต่เกียจคร้าน หลอกลวง และ ประจบสอพลอ
หลังจากปั่นกระแสคลองไทยประมาณสามปีคนจีนกลุ่มนั้นหายไป พร้อมกับการเงียบหายไม่ค่อยมีใครพูดเรื่องคลองไทยแต่หลังจากโครงการคลองไทยเงียบไป พบว่าผู้นำชุมชนบางคนถูก ป.ป.ช.ฟ้องร่ำรวยผิดปกติ บางคนถูกศาลตัดสินจำคุกคดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ นายกเทศมนตรีหญิงบางคน มีผัวเป็นจีนเทาเช่าโรงแรม เช่าคลังสินค้าขนาดใหญ่ให้จีนเทาเปิดเป็นศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ถูกตำรวจบุกทลาย นายกเทศมนตรีคนนั้นหายตัวไปจนทุกวันนี้
มีหลายตัวอย่างที่ผู้นำชุมชน รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ปั่นกระแส โครงการคลองไทย แล้วรวยขึ้นผิดหูผิดตาบางคนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองแต่วางตัวเป็นขาใหญ่ในจังหวัด ส่งน้องสาว ส่งเมียลงเล่นการเมืองท้องถิ่น เป็นเจ้าของสโมสรกีฬาระดับชาติ และเป็นเจ้าของสนามกีฬามาตรฐานใช้แข่งขันระดับประเทศได้
ทั้งหมดเป็นความสงสัยส่วนตัว ถึงด้านมืดของโครงการเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน แต่ยอมรับว่า เราไม่มีหลักฐานยืนยันว่า มีการหลอกลวงหรือฉ้อโกงกันรูปแบบใดหรือไม่ เพียงแต่สงสัยว่า ผู้นำท้องถิ่นที่ร่ำรวยผิดปกติ ที่ถูกดำเนินคดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับจีนเทาผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของโครงการคลองไทยหรือไม่
เชื่อว่าลึกๆ แล้ว นายกฯอนุทินรู้อยู่เต็มอกว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ เนื่องจากไม่คุ้มค่าการลงทุนและลงทุนไปแล้วมีลูกค้ามาใช้บริการคุ้มค่าการลงทุนไหม
มีเรือขนสินค้าจากประเทศไหนจะใช้บริการที่ ต้องนำเรือเทียบท่าอ่าวไทยที่จังหวัดชุมพร หรือเทียบท่าเรือน้ำลึกอันดามันที่ จังหวัดระนอง เสร็จแล้วขนตู้คอนเทนเนอร์นับร้อยนับพันตู้ลงจากเรือ แล้วขนขึ้นรถหรือสายพานเลื่อนทางบกไปขนลงเรืออีกฝั่งหนึ่ง
กระบวนการขนถ่ายสินค้าวิธีนี้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ และมีค่าใช้จ่ายนับล้านบาท สู้ให้เรือสินค้า/น้ำมันอ้อมไปมหาสมุทรอินเดียจากอ่าวไทยไม่ประหยัดเวลาและเงินมากกว่าหรือ
นี่ยังไม่นับเรื่องเงินทุน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดถึงความมั่นคงภายในประเทศ หากให้ต่างชาติมาลงทุนสัมปทานท่าเรือการเคลื่อนย้ายทางบกและพื้นที่สองข้างทางเป็นของต่างชาติ 99 ปี แล้วคนไทยได้อะไรจากโครงการนี้
รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ล้วนมีรัฐมนตรีมีสติปัญญา มีความสามารถ ต้องตระหนักดีว่าโครงการเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามันนั้นคิดกันมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชส่งเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ไปเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อสี่ร้อยกว่าที่แล้ว
รัฐบาลไทยยุคใหม่ ในช่วงชีวิตเรา คิดสร้างโครงการเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามันเกือบทุกรัฐบาล ตั้งแต่โครงการขุดคอคอดกระ สร้างคลองไทย ท่าเรือน้ำลึก ถึงแลนด์บริดจ์ แต่ยังไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำโครงการให้เป็นรูปธรรมได้
ในยุคกลางรัตนโกสินทร์คนไทยพูดกันว่า อังกฤษขัดขวางไม่ให้ขุดคอคอดกระ เพราะอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมสิงคโปร์ มาเลเซีย อังกฤษเสียผลประโยชน์ในช่องแคบมะละกาหากประเทศไทยขุดคอคอดกระสำเร็จ
ในยุคใหม่สังคมไทยวิจารณ์กันว่า สิงคโปร์วิ่งเต้นขัดขวางไม่ให้ประเทศไทยขุดคอคอดกระ ซึ่งในความเป็นจริงน่าจะเกิดจากอุปสรรคเงินทุน และความมั่นคงภายในประเทศ เนื่องจากรัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวแบ่งแยกไม่ได้ หากขุดคอคอดกระ ประเทศไทยก็แยกออกเป็นสองส่วนนี่ขนาดยังไม่ขุดคอคอดกระ นักการเมืองและกลุ่มก่อความไม่สงบพยายามแบ่งแยกประเทศไทยอยู่แล้ว
ด้านเงินทุนรัฐบาลหาเงินจากไหนเป็นล้านล้านบาท เพื่อทำโครงการเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน จะกู้มาทำโครงการก็ไม่ได้เพราะหนี้สาธารณะไทยเกือบถึงเพดาน 70% แล้วเอาละสมมุติว่ากู้เงินมาได้รัฐบาลยิ่งเจอปัญหาใหญ่ เพราะสังคมไม่เชื่อในความสุจริตของนักการเมือง
ทั้งหมดที่กล่าวมาเกิดจากแรงดลใจที่สื่อรายงานว่าวันที่ 25 เมษายน 2569 -ที่พรรคภูมิใจไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์กรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาช่วงมิ.ย.-ก.ค.ว่า
แลนด์บริดจ์เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจผลักดัน เราศึกษาและปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุดทั้งเรื่องเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้าง รูปแบบที่ทำให้เกิดขึ้น และวันนี้มีเหตุผลต้องนำขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการพูดถึงกันว่าใครจะแสดงความเป็นผู้ครอบครอง ช่องทางขนส่งโดยมีแนวคิดการจัดเก็บค่าผ่านทางช่องแคบนั้นช่องแคบนี้
“ดังนั้นในส่วนของประเทศไทยหากเรามีสิ่งที่สามารถพึ่งพาได้เกิดประโยชน์และรายได้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเราก็ต้องเร่งพิจารณา”
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า“มันเป็นเรื่องของส่วนรวม”
กล่าวโดยสรุป คือ รัฐบาลเพิ่งคิดเรื่องนี้จริงจัง เมื่อมีสถานการณ์อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซและอินโดนีเซียคิดจะเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา ร่วมกับสิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งไม่มีวันเป็นไปได้
บริบทและสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ กับช่องแคบมะละกาแตกต่างกัน
โดยส่วนตัวเชื่อว่า อินโดนีเซียเพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นได้ตอนนั่งขับถ่ายในห้องน้ำ ที่ฝรั่งเรียกว่า Toilet Policy ภาวนาให้ Toilet Policy มีแต่ในอเมริกากับอินโดนีเซีย นโยบายประเภทนี้อย่าให้มีในประเทศไทยเลย..เจ้าพระคุณ!
สุทิน วรรณบวร

Restaurant War ! สุดเดือด..เปิดศึกสงครามสตรีตฟูด เชฟแพม เชฟอาร์ต เชฟต้น ทุ่มสุดพลัง
4 ปีมีหนเดียว! อนุชาเตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาสทอง กอดคอ ส.ก.50เขต ลั่นพร้อมล้างบางทุจริต
อัครนันท์ สั่งสอบด่วน ปมเปลี่ยนบัญชีครูผู้ช่วย ทำสาวลาออกจากงานเก้อ
'กาบูเวร์ดี้'ลิ่วน็อคเอาท์!หนแรกบอลโลกเข้าชน'ฟ้าขาว'
เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น 'หุ้นส่วนยุทธศาสตร์' ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี