วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวมาติเรือทั้งโกลน เป็นสำนวนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่า ต้องสังคายนาการออกทะเบียนราษฎรไหม จากกรณีตำรวจจับ นายหมิงเฉิน ซัน ข้อหามีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง
หมิงเฉิน ซัน ที่สื่อให้สมญานาม ตี๋C-4ผู้ถือบัตรสีชมพู หรือบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย เจ้าหน้าที่ออกให้สำหรับอยู่ในประเทศไทยได้หลายปีโดยที่เขาเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง
ความจริงนายอนุทิน น่าจะพูดว่า “ปลาเน่าตัวเดียวทำเอาเสียวไปทั้งกรม” เพราะนายหมิงเฉิน ซันเป็นปลาเน่าตัวเดียวที่ เกี่ยวพันกับ 14k แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติใหญ่เป็นอันดับสองของโลก มีสมาชิกในเครือข่ายกว่าสองหมื่นห้าพันคน และตี๋ C-4 เป็นหนึ่งในระดับผู้นำ 14,000 คน ซึ่งตามภาษาอังกฤษ 14k(14พัน)
เชื่อว่า ตี๋C-4 อยู่ระดับเดียวกับ เฉอ จื้อเจียงเฉิน จื้อ ตู้ ห่าว เบน สมิธ สมาชิกแก๊ง 14k และ อีกมากมายที่เคลื่อนไหวทำหน้าที่ฟอกเงิน จากสแกมเมอร์ในประเทศไทย
สมาชิกแก๊ง 14K คนอื่นๆ ที่กล่าวมามีธุรกิจสีขาวบังหน้า เลยไม่ถูกนิยามเป็นปลาเน่าเหมือนหมิงเฉิน ซัน ที่ถูกอาถรรพณ์ ทำให้รถคว่ำเขตนาจอมเทียน สัตหีบ จ.ชลบุรี และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจให้ตำรวจพบอาวุธปืนในรถของไอ้ตี๋ C-4
ตำรวจไปตรวจค้นบ้านเช่าของเขาพบว่าหมิงเฉิน ซัน แปลงบ้านเช่าเป็นคลังแสงขนาดย่อม ที่ระเบิด C-4 พร้อมทำลายล้างอาคารได้ทั้งหลัง
ในเบื้องต้น ตำรวจแถลงว่า ผู้ต้องหาชอบสะสมอาวุธ แต่พูดไปแล้วไม่เข้าท่า ต่อมาเปลี่ยนใหม่เป็นพูดว่า ผู้ต้องหามีภาวะทางจิตไม่ปกติ
น้องผู้ประกาศทีวีและเป็นนักวิเคราะห์ข่าววิทยุถามเราว่า พี่มีความเห็นอย่างไร เราตอบไปตามพฤติกรรมของผู้ต้องหาว่า น่าจะเป็นหนึ่งในแก๊ง 14 kที่เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทย เธอถามต่อว่าแล้วระเบิด C-4 คิดว่าเขาจะใช้ทำร้ายใคร
ผมแนะนำให้เธอไปอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ ภาษาอังกฤษ จำไม่ได้ว่า เป็นบางกอกโพสต์ หรือ เดอะเนชั่น ที่รายงานประมาณ 10 วันก่อน ไอ้ตี๋ C-4 รถคว่ำ ว่า ทหารไทยแจ้ง USA ว่า O Smach (โอร์เสม็ด) สงสัยเป็นศูนย์ค้าอวัยวะมนุษย์แหล่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
จากเหตุการณ์ที่ไทยรายงานสหรัฐอเมริกาว่า โอร์เสม็ดเป็นศูนย์กลางการค้าอวัยวะมนุษย์แหล่งใหญ่ เชื่อว่าแก๊ง 14k ซึ่งควบคุมสแกมและอาชญากรรมข้ามชาติวางแผนใช้ระเบิดC-4 ก่อเหตุร้ายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจหรือไม่ก็ก่อเหตุร้ายแก้แค้นประเทศไทย
โดยธรรมชาติเมื่อเกิดเรื่องร้ายระดับโลกแก๊ง 14k ซึ่งมีเครือข่ายก่อการร้ายทั่วโลก มักแก้แค้นหรือสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจ เราเลยบอกน้องนักวิเคราะห์ข่าว ไปตามประสบการณ์ทำข่าวผู้ก่อการร้าย ขบถ และข่าวสงครามมานาน
ส่วนสื่อภาษาอังกฤษเสนอข่าวโอร์เสม็ดสงสัยเป็นศูนย์กลางการค้าอวัยวะมนุษย์แหล่งใหญ่ ค้นในกูเกิลวันที่เขียนบทความชิ้นนี้ ถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า..“สถานการณ์เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมใน O Smach กัมพูชาใกล้ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย กำลังถูกจับตาว่าเป็นสถานที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติใช้คุกคามคนทั่วโลกอย่างร้ายแรง
สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดจากการค้นพบเร็วๆ นี้ รวมทั้งหลักฐานทางการแพทย์เจ้าหน้าที่ไทยรายงานว่า “พบห้องผ่าตัด” พร้อมอุปกรณ์เครื่อง X-ray และอุปกรณ์ทางนรีเวช สำหรับตัดรังไข่หรือมดลูกผู้หญิง ในห้องลับซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติสำหรับสำนักงานทั่วไป
สิ่งนี้ทำให้ ไทยโพสต์ รายงานว่า ประเทศไทยแจ้งต่อสหรัฐอเมริกาถึงความกังวลว่า สถานที่ตรงนั้นอาจเป็นศูนย์กลางการค้าอวัยวะมนุษย์แหล่งใหญ่ ที่มีแคตตาล็อกอวัยวะมนุษย์มากมาย ซึ่งมีข่าวลือว่าแคตตาล็อกเสนอขายอวัยวะมนุษย์เกี่ยวพันกับธุรกิจผิดกฎหมาย และการฟอกเงินของคนจีนในพื้นที่นั้นแพร่หลายทั่วไป..
ดังที่ Line Today (จส. 100) รายงานว่าโอร์เสม็ด เป็นเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่เกี่ยวข้องกับคนนับหมื่นคน ตามรายงานของมติชนออนไลน์เครือข่าย O Smach เป็นคอลเซ็นเตอร์ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค กลุ่มสีเทาใช้อดีตกาสิโนเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อกว่า 40 ประเทศทั่วโลก เดอะสแตนดาร์ดเปิดโปงว่า โอร์เสม็ด “เป็นนรกสแกมเมอร์” ใกล้ชายแดนไทย”
หากรัฐบาลหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขยายความจากที่มีรายงานว่าทหารไทยแจ้ง USA ว่า O Smach สงสัยว่าเป็นแหล่งค้าอวัยวะมนุษย์ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค นายกรัฐมนตรีไทยคงไม่พูดว่า “อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวมาติเรือทั้งโกลน”
นายอนุทิน ซึ่งเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยติดต่อกันสามสมัย อาจไม่ได้รับรายงานว่าทะเบียนราษฎรมันซื้อง่ายขายคล่องอย่างไร ทำไมแก๊ง 14k ถึงมีบัตรประชาชนไทย หรือไม่ก็มีบัตรสีชมพูของคนไร้สัญชาติ ที่สามารถอยู่เมืองไทยได้หลายปี แก๊ง 14k บางรายใช้บัตรประชาชนไทยบริจาคเงินหลายล้านบาทให้พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลเวลานั้นก็เคยมี
ดังนั้น ไอ้ตี๋ C-4 จึงเป็นปลาเน่าตัวเดียวที่ทำเอาเสียวทั้งกรม เพราะข่าวแก๊ง 14kมีคลังอาวุธในบ้านเช่า และมีบัตรสีชมพูอยู่ประเทศไทยได้นานเท่าไหร่ก็ได้ โดยที่หน่วยงานมั่นคง สันติบาล ดีเอสไอไม่เคยตรวจสอบหรือสงสัย ที่ถูกจับได้เพราะอุบัติเหตุรถคว่ำ
คดีนี้จึงคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อปี 2537 ที่ชาวอิหร่านขับรถบรรทุก 6 ล้อบรรจุระเบิดแสวงเครื่องหนัก 1 ตัน เตรียมโจมตีสถานทูตอิสราเอล แต่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนมอเตอร์ไซค์ ที่สี่แยกตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา
ผู้ก่อการร้ายทิ้งรถหนีไป ตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุตกตะลึง เมื่อพบว่ามันเป็นคาร์บอมบ์ขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากเป้าหมายไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร
นั่นก็เป็นปลาเน่าตัวใหญ่ที่ทางการไทยไม่ได้กลิ่น จนกระทั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้เกิดอุบัติเหตุ ประเทศไทยรอดพ้นจากเหตุร้ายมาสองครั้งในรอบสามสิบกว่าปี เพราะแผ่นดินนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองบันดาลให้เกิดอุบัติเหตุกับคนร้ายก่อนสร้างความเสียหายให้ประเทศไทย
ดังนั้น นายอนุทินแทนที่จะพูดว่า อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวมาติเรือทั้งโกลน ควรใช้เวลาที่คิดสำนวนสวนนักข่าวไปสวดมนต์ภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ปิดกั้นปลาเน่าอย่าให้เข้าประเทศไทย นักข่าวจะได้ไม่ต้องติเรือทั้งโกลน
เรื่องเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร บางแห่งบางจังหวัด ทำบัตรประชาชนปลอม ออกบัตรสีชมพูให้คนไร้สัญชาติอยู่ประเทศไทยได้นานเป็นชาตินั้น มันมีมานานแล้ว
ประสบการณ์ตรง เมื่อสี่สิบปีก่อนที่ เจ้าล่อน มอน หนึ่งในผู้นำไทใหญ่ เล่าให้เราฟังว่าลูกสาวของเขาถือบัตรประชาชนไทยที่คนของขุนส่า ราชายาเสพติดซื้อให้ในราคาสามหมื่นบาท
ขุนส่า จัดหาบัตรประชาชนไทยให้นอมินีที่เขาให้บริหารกิจการร้านอาหาร คลับ บาร์คาราโอเกะในจังหวัดเชียงใหม่ ตาก และจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นธุรกิจฟอกเงินจากค้ายาเสพติด
เจ้าล่อน มอน เล่าเรื่องนี้ให้เรารับรู้ในฐานะผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สเพราะลูกสาวของเขาหายสาบสูญไปหลังจากมีข่าวลือว่าลูกเขยคนไทยชักชวนให้เธอยักยอกเงินขุนส่า
ตั้งแต่นั้นมามีข่าวชาวเขา จีนเทาได้บัตรประชาชนผิดกฎหมาย จากอำเภอชายแดนจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย ตลอดมา จึงแปลกใจที่นายอนุทินเข้าใจว่านายหมิงเฉิน ซัน เป็นปลาเน่าเพียงตัวเดียว
ในฐานะที่เคยสัมผัสกลุ่มขบถ พ่อค้ายาเสพติด และผู้ก่อการร้ายทั้งในประเทศไทย ในอินโดจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และปากีสถาน บอกได้ว่าตัวการใหญ่ของขบวนการก่อการร้าย อยู่ในเมืองใหญ่อย่างเปิดเผย โดยที่เจ้าของประเทศนั้นๆ รู้เห็นเป็นใจ ตราบใดที่ไม่ส่งกลิ่นเน่าออกมา
ประเทศไทยเมื่อห้าสิบปีก่อนพอเข้าใจได้ว่าเรามีฝ่ายขบถ มีกองโจรไว้เป็นรัฐกันชนต่อต้านคอมมิวนิสต์ เช่น ภาคใต้มีจีน เปง ผู้นำโจรจีนมาลายา ไว้เป็นกันชนโจรแยกดินแดนและคอมมิวนิสต์มาลายา ภาคตะวันออกมีเขมรสามฝ่ายไว้เป็นกันชนคอมมิวนิสต์เวียดนาม
ชายแดนตะวันตกมี กะเหรี่ยง ว้า กะยาติดชายแดนพม่า ไว้เป็นกันชนต่อต้านคอมมิวนิสต์ นายพลโบเมียะ อดีตผู้นำกะเหรี่ยงเคเอ็นยู เคยเอารูปถ่ายที่เขาไปช่วยทหารไทยรบกับสหายคอมมิวนิสต์ ในจังหวัดพิษณุโลกติดชายแดนลาวมาให้เราดู
นี่คือสาเหตุที่แกนนำคนสำคัญกองโจรกลุ่มขบถและแม้แต่ผู้ก่อการร้าย มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และปากีสถาน
ตั้งแต่สงครามเย็นหมดไปในทศวรรษ 2530 ประเทศไทยไม่มีภัยคอมมิวนิสต์คุกคาม ทุกวันนี้ประเทศไทยเผชิญหน้าภัยยุคใหม่มาในรูปแบบอาชญากรรมข้ามชาติ
ที่น่าตกใจคือประเทศไทยกลายเป็นที่อาชญากรรมข้ามชาติใช้ฟักตัวอยู่ได้นานหลายปีโดยไม่มีใครสงสัย และที่ประหลาดใจคืออาชญากรรมข้ามชาติบางราย ทำธุรกรรมการเงินในประเทศไทยได้เปิดเผยถูกกฎหมาย แม้แต่ทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
14k บางรายคบค้าสมาคมกับนักการเมืองขาใหญ่ แม้แต่สหรัฐอเมริกาออกกฎหมายอายัดทรัพย์ ออกหมายจับแล้ว ยังลอยหน้าถ่ายรูปหมู่กับนักการเมืองไทย จึงพูดได้ว่าได้ หมิงเฉิน ซันหรือตี่ C-4 เป็นปลาเน่าเพียงตัวเดียวก็ทำเสียวไปทั้งกรม
สุทิน วรรณบวร

นายกฯร่วมฉลองวันชาติฝรั่งเศส ตอกย้ำมิตรภาพไทย-ฝรั่งเศส กว่า 170 ปี
เสธ ทบ.รับการเยี่ยมคำนับจากผู้ช่วยทูตทหารรัสเซียประจำประเทศไทย ในโอกาสอำลา เนื่องจากครบวาระ
'สมศักดิ์' ประเดิมโครงการ 'ที่ว่าง สร้างค่า' โชว์แบกจอบขุดดิน ขอปั้น 'แปลงที่ 25' ด้วยตัวเอง
เจอดีเอ็นเอชัดเจน! ณัฐชา บี้ กรมประมง ตอบให้ชัดปม ปลาหมอคางดำกระป๋อง
ในหลวง ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ปธน.ฝรั่งเศส ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐฝรั่งเศส

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี