วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
ประเทศในตะวันออกกลางสร้างความมั่งคั่ง จากแหล่งน้ำมันมากมายมหาศาลจากทะเลน้ำเค็มและทะเลทรายอันเวิ้งว้างกว้างไกล ที่ชาติตะวันตกร่วมมือกับเจ้าผู้ครองนครรัฐ ดูดน้ำมันจากใต้ทะเลขึ้นมาขายกลายเป็นมหาเศรษฐีน้ำมันกันถ้วนหน้า
แต่โลกนี้ไม่มีอะไรสมดุลสร้างความสมบูรณ์ไปเสียทุกอย่าง ประเทศในตะวันออกกลาง และอ่าวเปอร์เซียอุดมไปด้วยน้ำมัน สำหรับใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมโลกยุคใหม่ น้ำมันจึงเป็นจุดแข็งของภูมิภาค จุดอ่อนคือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายกับทะเลน้ำเค็ม หาน้ำจืดเพื่อการอุปโภค-บริโภค ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพมนุษย์แทบไม่ได้ เป็นพื้นที่น้ำจืดหายากกว่าน้ำมัน
พื้นที่แถบนั้นขาดแคลนน้ำจืด และเมื่อร่ำรวยจากน้ำมันมนุษย์ที่อาศัยในภูมิภาคนั้นจึงคิดค้นสร้างโรงงานกลั่นน้ำเค็มจากทะเลเป็นน้ำจืด (Desalination Plant)
โรงงานอุตสาหกรรมที่กำจัดเกลือ และแร่ธาตุต่างๆ ออกจากน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย เพื่อผลิตน้ำจืดที่สะอาด เหมาะสำหรับการบริโภค-อุปโภค หรือใช้ในอุตสาหกรรม โดยส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยี Sea Water Reverse Osmosis ที่ใช้แรงดันสูงกรองผ่านเมมเบรน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำจืด
คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนั้น จึงดำรงชีวิตอยู่ได้จากน้ำจืดที่กลั่นมาจากน้ำเค็ม อย่างไรก็ตามมีชนเผ่าส่วนน้อยในทะเลทราย ที่บริโภคน้ำแหล่งที่พบในทะเลทรายเรียกว่า “โอเอซิส” (Oasis) ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์กลางทะเลทรายที่มีน้ำจืดผุดขึ้นมาจากแหล่งน้ำใต้ดิน ทำให้เกิดพรรณไม้และเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ ทั้งนี้โอเอซิสมีขนาดเล็กเท่าบ่อน้ำไปจนถึงแหล่งน้ำใหญ่ทำเกษตรกรรมได้
ความมั่งคั่งจากน้ำมัน ทำให้มนุษย์แถบนั้น เนรมิตชีวิตหรูอยู่สบาย ส่วนใหญ่บริโภคน้ำจืดที่กลั่นจากน้ำเค็ม สถิติในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระบุว่า อิสราเอลและรัฐอ่าวอาหรับ 70 ถึง 90% บริโภคน้ำจากโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล
อิสราเอลซึ่งเป็นไข่ดาวอยู่ท่ามกลางมุสลิมในอ่าวอาหรับ ผลิตและบริโภคน้ำจืดกลั่นจากน้ำทะเลประมาณ 585 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งคิดเป็นจำนวนกว่า 585,000 ล้านลิตรต่อปี โดยปริมาณนี้คิดเป็นเกือบ 50% ของความต้องการใช้น้ำจืดทั้งหมดของประเทศ ในขณะที่อิหร่านใช้น้ำจืดกลั่นจากน้ำทะเลเพียง 3% ของประชากร 90 ล้านคน
อิหร่าน ซึ่งเป็นคู่อริกับอิสราเอลนานหลายทศวรรษ และทำสงครามล้างผลาญกันมาหลายครั้ง ประเทศอิหร่านซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าอิสราเอล 90 เท่า มีประชากรกว่า 90 ล้านคนบริโภคน้ำจากโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเพียง 3% เท่านั้น
เมื่อเกิดสงครามทำลายล้างกันรอบใหม่ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 คู่สงครามจึงกล่าวหากันไปมา ว่าอีกฝ่ายละเมิดกฎหมายสากล โจมตีภาคพื้นพลเรือน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาลที่พักอาศัย มิได้เกี่ยวข้องกับฐานทัพหรือที่ตั้งทางทหารทำให้พลเรือนอิหร่านล้มตายกว่าพันคน
สหรัฐกับอิสราเอล ใช้ประเทศในอ่าวอาหรับ อาทิ บาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบีย เป็นที่ตั้งฐานทัพ และใช้สนามบินในประเทศเหล่านั้นเป็นฐานบินไปทิ้งระเบิดถล่มทำลายอิหร่าน โดยไม่บอกกล่าวพันธมิตรล่วงหน้า เครื่องบินรบสหรัฐกว่า 150 ลำทิ้งระเบิด ยิงจรวดทำลายอิหร่านในการปฏิบัติโจมตีวันแรก 28 กุมภาพันธ์ ทั่ว 17 เมืองใหญ่ในอิหร่าน ร่วมทั้งเมืองหลวงเตหะราน
รายงานข่าวในวันที่ 1 มีนาคม 2026 ระบุถึงเหตุการณ์โจมตี ที่ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนสตรีในอิหร่าน โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า เกิดเหตุโจมตีทางอากาศใส่โรงเรียนสตรีในเมืองมินาบ (Minab) ทางตอนใต้ของอิหร่านทำให้เด็กนักเรียนชั้นประถมเสียชีวิต 195 คนและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
วันเดียวกัน ที่กองทัพอากาศสหรัฐสังหารเด็กนักเรียนหญิงเกือบ 200 คนนั้น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโวโอ้อวดว่า สหรัฐสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน พร้อมบุตรสาวบุตรเขยและนายทหารระดับผู้บัญชาการกองทัพอิหร่านถูกสังหารในบ้านหลังเดียวกันหลายสิบนาย
การสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านในวันเดียวกับการสังหารนักเรียนหญิงชั้นประถมเกือบ 200 คน สร้างความโกรธแค้นทั่วประเทศอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์อิสลามอิหร่าน (IRGC) เปิดปฏิบัติการตอบโต้อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐในอ่าวอาหรับทันที ด้วยขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกและโดรนนับร้อยนับพันลำ
อาวุธร้ายฝูงใหญ่พุ่งทำลายอิสราเอล บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ฝูงโดรนและขีปนาวุธอิหร่านนับพันลำ ยิงมาจากฐานทัพใต้ดินในทะเลทรายหลายร้อยแห่ง พุ่งโจมตีเป้าหมายในเวลาเดียวกัน เกินความสามารถของระบบป้องกันภัยทางอากาศ THAAD ของสหรัฐจะรับไหว ขีปนาวุธจำนวนมากถูกทำลายกลางอากาศ แต่ก็มีไม่น้อยที่หลบระบบป้องกันภัยทางอากาศ เข้าไปทำลายฐานทัพและศักยภาพการรบของสหรัฐฯ
การโจมตีทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางกองทัพ และที่พักอาศัยพลเรือนเสียหายนับพันแห่ง ทั้งในประเทศอิสราเอลและประเทศอ่าวอาหรับเสียหายยับเยิน แต่ทั้งอิสราเอล และอิหร่านพยายามบิดบังความเสียหาย โดยอิสราเอลบังคับใช้กฎหมายจำคุก 5 ปี ผู้ที่เผยแพร่วิดีโอฐานทัพ ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพลังงานถูกโดรนและขีปนาวุธอิหร่านทำลาย
ทางฝ่ายอิหร่านเตือนให้ทุกคนคอยระวัง “แนวที่ห้า” หรือสายลับมอสสาดของอิสราเอล ก่อจารกรรมหรือส่งข้อมูลให้ศัตรู รวมทั้งผู้ปกครองวัยรุ่นทั้งหลายให้ตรวจตราการใช้โทรศัพท์ของลูกๆ ในบ้าน ถึงแม้ทางการจำกัดใช้อินเทอร์เน็ตก็ตาม เนื่องจากว่า สองเดือนก่อนหน้า มอสสาด ส่งสายลับแทรกซึมเข้ามา และมอบอาวุธให้เยาวชนจำนวนมากประท้วงก่อจลาจลสร้างความวุ่นวายเป็นเหตุให้คนตายหลายพันคน
ในเวลาเดียวกัน ทั้งสหรัฐกับอิสราเอล และอิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีฝ่ายตรงข้ามตลอด 7 วัน ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายแก่ฐานทัพสหรัฐในอ่าวอาหรับ มีรายงานว่าสนามบินในคูเวตพังยับเยิน เครื่องบินรบเสียหายหลายลำ ประเทศกาตาร์ซึ่งมีฐานทัพสหรัฐใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ก็เสียหายไม่น้อยกว่าประเทศคูเวต
พันธมิตรสหรัฐปิดบังความเสียหายทางทหาร แต่กลับโวยวายถึงความเสียหายทางโครงสร้างพลังงานและความเสียหายทางเศรษฐกิจ คูเวต กาตาร์ และซาอุฯ โวยวายว่าฐานขุดเจาะน้ำมัน โรงกลั่นและคลังน้ำมันถูกขีปนาวุธและโดรนอิหร่านทำลายเสียหายจำนวนมาก
สหรัฐซึ่งไม่แยแสต่อความเสียหายของพันธมิตรในอ่าวอาหรับ ในทางตรงกันข้ามกลับคุยโม้โอ้อวดว่าทิ้งระเบิดทำลายคลังน้ำมันของอิหร่าน และโครงสร้างพลังงานยับเยิน อิหร่านเป็นอัมพาตสิ้นศักยภาพการรบแล้ว ทรัมป์บอกให้อิหร่านยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข และถูกอิหร่านปฏิเสธไม่ไว้หน้า
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศกร้าวเดินหน้าตอบโต้สหรัฐและอิสราเอลจนไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญไซออนิสต์เป็นจุณ
วันที่ 7 มีนาคม อิหร่านประณามสหรัฐที่ยิงถล่มทำลายโรงงานกลั่นน้ำจืดจากน้ำทะเลบนเกาะเคชม์ (Qeshm) ในอ่าวเปอร์เซีย และภายในหนึ่งชั่วโมงจากนั้น IRGC ตอบโต้โจมตีฐานทัพสหรัฐในเมือง Jufair ประเทศบาห์เรน และบาห์เรนกล่าวหาว่า ขีปนาวุธอิหร่านทำลายโรงงานกลั่นน้ำจืดจากน้ำทะเลขนาดใหญ่เสียหาย
สำนักข่าวอิหร่าน รายงานอิหร่านประณามสหรัฐ “กระทำการโหดร้ายต่อมนุษยชาติ เป็นอาชญากรสิ้นคิด ที่โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำเค็มบนเกาะเคชม์ นายอารักชี เขียนบนเพลตฟอร์ม (ทวิตเตอร์) “การโจมตีสิ้นคิดกระทบต่อการส่งน้ำดื่ม 30 หมู่บ้าน โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำของอิหร่าน จะเกิดผลร้ายแรงตามมา.. สหรัฐเริ่มสิ่งนี้ก่อนไม่ใช่อิหร่าน..”
ในวันเดียวกันรัฐมนตรีประเทศบาห์เรน ก็กล่าวหา IRGC ข้ามเส้นแดงที่โจมตีทำลายโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลแหล่งใหญ่ที่สุดของบาห์เรน “อิหร่านโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดทำให้ประชาชนหลายแสนคนขาดแคลนน้ำดื่ม IRGC มิได้ทำลายฐานทัพสหรัฐ แต่มีเป้าหมายทำร้ายพลเรือนในอ่าวอาหรับ” แถลงการณ์กระทรวงต่างประเทศบาห์เรน กล่าว
การกล่าวหากันไปมาของอิหร่านกับประเทศพันธมิตรสหรัฐในอ่าวอาหรับ ประเด็นโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล แสดงให้เห็นถึงความกังวลของประเทศในอ่าวอาหรับ หากอิหร่านเน้นโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลต่อไป คนในอ่าวอาหรับประมาณ 52.8 ล้านคน อาจขาดแคลนน้ำจืดบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศอิสราเอล ที่บริโภคน้ำที่กลั่นจากน้ำทะเลในปริมาณนี้คิดเป็นเกือบ 50% ของความต้องการใช้น้ำจืดทั้งหมดของประเทศ
ประเทศอิหร่านซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าอิสราเอล 90 เท่า และใหญ่กว่าประเทศไทยสามเท่า ในขณะที่อิสราเอล 9 ล้านคนแออัดกันอยู่ในพื้นที่เท่ากับจังหวัดนครราชสีมา จึงไม่แปลกใจที่อิหร่านยืนหยัดตอบโต้สหรัฐได้นานและมีขีปนาวุธ/โดรน ถล่มอิสราเอล ได้ถึง 90 วัน
ในเวลาเดียวกันจรวดต่อต้านอากาศยานของสหรัฐฯ ร่อยหรอลงทุกวัน ประธานาธิบดี ทรัมป์ ถูกต่อต้านอย่างหนักจากในบ้านที่ใช้งบประมาณวันละสองล้านล้านดอลลาร์ทำสงครามปกป้องอิสราเอล
เวลานี้การโจมตีทำลายทางเศรษฐกิจโรงแรมหรู ที่พักอาศัยของบรรดาเศรษฐีในเมือง ดูไบ และการถล่มทำลายโครงสร้างพลังงาน การปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ประเทศอ่าวอาหรับกลัว เพราะสิ่งที่กล่าวมาถูกทำลายเสียหายไปแล้ว
สิ่งที่อิสราเอล และประเทศพันธมิตรสหรัฐกลัว คือโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล หากอิหร่านละทิ้งความเป็นอารยะ เน้นถล่มทำลายโครงสร้างพื้นฐาน โรงงานและคลังน้ำจืดทั้งหมดในอ่าวอาหรับ จินตนาการไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับอิสราเอลและพันธมิตรสหรัฐ
สุทิน วรรณบวร

DSI ตรวจค้นพื้นที่เก็บสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ห้างดังกลางกรุง ยึดของกลางมูลค่ากว่า 20 ล้าน
รอง ผบ.ตร. เร่งตามคดีชิงทอง ลั่นต้องจับกุมให้ได้ จี้ยกระดับป้องกันพื้นที่
ส่งสารถึงโลก! โมจตาบา คาเมเนอี ยันปิดฮอร์มุซต่อ พร้อมเดินหน้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ
ชายพิการใจเด็ด! เรียกรถเมล์ 3 คัน ไม่มีจอดรับ นั่งวีลแชร์ลงถนนขวางไม่ให้ไป สุดท้ายได้ขึ้น
6 วันแรกงบพุ่ง! สหรัฐฯทุ่มกว่า1.1หมื่นล้านดอลลาร์ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี