วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
นักวิเคราะห์สงครามและนักข่าวที่ผ่านการทำข่าวสงครามเวียดนาม สงครามกลางเมืองกัมพูชา สงครามสหรัฐรุกรานประเทศอิรัก และสงครามรุกรานอัฟกานิสถาน มีความเห็นตรงกันว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถูกประณามถูกกดดันรอบด้าน สุดท้ายจะพูดเองเออเองว่า “สหรัฐได้สิ่งที่ต้องการทั้งหมดแล้ว” ถอยออกจากสงคราม
ถึงเวลานั้นสหรัฐถอนตัวออกมา เหมือนครั้งสงคราม 12 วัน ที่สหรัฐและอิสราเอลรุกรานทำลายอิหร่าน เดือนมิถุนายนปีกลาย ซึ่งเป้าหมายทำลายโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน ที่สหรัฐอ้างข่าวกรองว่า กำลังก้าวหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ การโจมตีอิหร่านระหว่างการเจรจา ถูกกองกำลังพิทักษ์อิสลามอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้ต่อต้านรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ อิหร่านสามารถทำลายฐานทัพอากาศ และเครื่องบินรบสหรัฐได้กว่า 24 ลำ อิหร่านใช้ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก ถล่มเมืองหลวงเทลอาวีฟและเมืองท่าไอฟา ทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
โรงกลั่นน้ำมันอิสราเอลจำนวนมาก
เมื่อตระหนักว่า IRGC มีอาวุธร้ายแรงที่ THAAD ระบบป้องกันทางอากาศ รับมือไม่ไหวประกอบแรงต่อต้านจากภายใน ที่ทรัมป์ใช้อำนาจนอกกฎหมาย ผลาญเงินภาษีคนอเมริกันวันละ 2 พันล้านดอลลาร์ในการทำสงครามตามคำขออิสราเอลการรุกโจมตีอิหร่าน ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2026 ก็เช่นกัน
ถูกอิหร่านตอบโต้อย่างรุนแรงกว่าสงคราม 12 วันเดือนมิถุนายนปีกลาย นักวิเคราะห์สงครามอิหร่าน ศาสตราจารย์จรัญ มะลูลีม กับนักข่าวสงครามในเมืองหลวงอิสราเอล มีความเห็นตรงกันว่า อิหร่านยืนหยัดต่อต้านได้นานจน ทรัมป์ ต้องประกาศยุติการรุกรานด้วยคำพูดแก้ผ้าเอาหน้ารอดว่า “สหรัฐชนะได้ทุกอย่างตามเป้าหมายแล้ว”
อดีตนักข่าวสงครามในเทลอาวีฟ กล่าวกับแนวหน้าว่า..“คิดว่าอิหร่านขยายสงคราม และลากยาวออกไปนานที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งหมดที่พวกเขาต้องการคือ “รักษาระบอบการปกครองตามหลักศาสนาไว้ให้ได้...ในทางตรงข้าม ทรัมป์ จะถูกแรงกดดันอย่างหนักในบ้าน วันที่ศพทหารอเมริกันถูกห่อใส่ถุงกลับบ้าน และข้าวของทุกอย่างแพงขึ้นจากความวุ่นวายทางเศรษฐกิจ...ซึ่งความวุ่นวายนั้น เป็นตัวช่วยอิหร่าน และอิหร่านทำทุกอย่างที่ทำได้ให้เศรษฐกิจวุ่นวาย..
เช่น ปิดเส้นทางขนส่งน้ำมัน ระเบิดถล่มทำลายสนามบิน โรงแรม และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานประเทศต่างๆในอ่าวอาหรับที่มีฐานทัพ หรือมีผลประโยชน์และเป็นแนวร่วมสหรัฐ..อิหร่านเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ทรัมป์จำใจต้องประกาศ “ชัยชนะแบบพูดเองเออเองและถอยออกไป”
อิหร่านยืดหยุ่นมาก ดูเหมือนอิหร่านรับได้ แม้ประเทศของพวกเขาถูกระเบิดทำลายกลายเป็นกองอิฐกองปูน ตราบใดที่พวกเขายังกุมอำนาจการปกครองตามหลักศาสนาไว้ให้ได้..จนกระทั่ง ทรัมป์ ถูกกดดันอย่างหนักจากความโกรธแค้นของสังคมอเมริกัน ต้องกล้ำกลืนพูดว่า “ผมได้สิ่งที่ต้องการทั้งหมดแล้ว”
นักข่าวสงครามตั้งคำถามว่า “จำเหตุการณ์ เดือนมิถุนายนปีกลายได้ไหม ทรัมป์พูดว่า “ผมลบล้างศักยภาพด้านนิวเคลียร์อิหร่านแล้ว” ฉันคิดว่าสงครามนานที่สุด 90 วัน
คำถามของนักข่าวสงครามในเทลอาวีฟ ทำให้ฉุกคิดว่าเมื่อสหรัฐ “ลบล้างศักยภาพด้านนิวเคลียร์อิหร่านแล้ว” ทรัมป์ยังต้องดิ้นรนเจรจาประเด็นอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อีกทำไม ที่เลวร้ายสหรัฐฉวยโอกาสโจมตีอิหร่านระหว่างการเจรจา เป็นเหตุให้ทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติแสดงความเกรี้ยวกราดว่า อิหร่านจะไม่เจรจากับสหรัฐ
“มีประโยชน์อะไรจากการเจรจากับสหรัฐ ที่ผ่านมามีการเจรจาสองครั้ง “พวกเขาโจมตีเราระหว่างเจรจาทั้งสองครั้ง ที่เลวร้ายคือ สหรัฐลอบโจมตีเรือรบของเราขณะที่ไม่มีทางสู้”
เขาหมายถึงสหรัฐใช้ตอร์ปิโดโจมตีเรือรบอิหร่านใกล้น่านน้ำศรีลังกา ขณะที่เรือรบอิหร่านกลับจากการซ้อมรบกับกองทัพเรืออินเดีย ตามกติกาสากลเรือซ้อมรบไม่สามารถมีกระสุนจริงในเรือขณะซ้อมรบได้ การโจมตีของสหรัฐจึงถูกประณามเป็นพฤติกรรมขี้ขลาด
ศ.จรัญ มะลูลีม อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางในรอบนี้ ตรงกับนักข่าวสงครามในเมืองหลวงอิสราเอลว่า “เวลานี้สหรัฐอเมริกา เกิดความสูญเสียไม่ว่าจะฐานทัพที่ไปตั้งในประเทศต่างๆ ความเสียหายจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือการเสียเงินมหาศาลในการทำสงคราม ทำให้ประชาชนในสหรัฐอเมริกา เริ่มออกมาต่อต้าน..
ซึ่งสถานการณ์จริงตอนนี้ จะเห็นว่ามีประชาชนแค่1 ใน 4 คน ที่สนับสนุนสงคราม ขณะที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า “ทำสงครามเพื่ออะไร” แต่จะเห็นภาพประธานาธิบดีทรัมป์ แถลงประสบความสำเร็จ ศ.จรัญ ให้มุมมองว่าเป็นความโอเวอร์ของทรัมป์ และ ยังบอกด้วยว่า ทรัมป์เป็นคนพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย เพราะฝ่ายความมั่นคงก็พิจารณาแล้วว่า เหตุผลทำสงครามน้อยไป อิหร่านยังไม่ถึงขั้นผลิตนิวเคลียร์ แต่สหรัฐอเมริกาเหมือนตั้งใจทำสงคราม..
ส่วนที่ ทรัมป์ บอกว่าสำเร็จ แต่ฝ่ายข่าวกรองสหรัฐอเมริกา ก็ออกมายอมรับเองว่า ไม่สามารถต้านจรวดชาเฮด ของอิหร่านได้ และหากบอกว่าอิหร่านหมดอาวุธ ก็ยากมาก เพราะอิหร่านพูดแล้วว่าจะใช้อาวุธ ที่มีพลานุภาพมากกว่าตอบโต้ ดูแนวโน้มแล้ว โอกาสยุติสงคราม คงจะไม่ง่าย..
ดังนั้น เรื่องการต่อสู้ระยะยาว ศ.จรัญ เชื่อว่าอิหร่าน ทำได้ ถ้าจะทำ เพราะจะเห็นว่าอิหร่าน เพิ่งประกาศว่ามีอาวุธ น่าจะเป็นกลุ่มไฮเปอร์โซนิก ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถแตกตัวได้ก่อนจะลงพื้น ซึ่งอาวุธของอิหร่าน ตั้งอยู่ทั่วประเทศ ไม่ได้ไปจากที่ใดที่หนึ่งแบบนี้สหรัฐอเมริกาเคยได้รับบทเรียนแล้วเมื่อครั้งไปรบที่ อัฟกานิสถาน..
ครั้งแรกๆ ก็ถล่มแบบไม่เลี้ยง แต่การรบบนพื้นที่ทะเลทราย หรือพื้นราบภูเขา ในที่สุดตาลิบันก็ชนะ พูดง่ายๆ ว่า ถ้าสู้ระยะยาว ไม่ทราบว่าจะจบลงอย่างไร อิหร่านอาจจะไม่ชนะมหาอำนาจ แต่ว่าอย่างน้อย ก็ทำไม่ให้แพ้ได้..
ขณะนี้ สงครามเริ่มขยายวงกว้างออกไป สหรัฐได้รับการต่อต้านทั่วโลก เพราะว่าเป้าหมาย กลายเป็นโรงเรียน สนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล การที่สูญเสียเด็กผู้หญิงพร้อมกัน 108คน ซึ่ง UN กำลังพิจารณาเรื่องนี้ และตั้งคำถาม เป็นสิ่งที่สหรัฐอเมริกาตอบได้ไม่เต็มปาก
ศ.จรัญ ยังเปรียบเทียบว่า อิหร่านเป็นประเทศใหญ่ มีขนาดใหญ่ เป็น 90 เท่าของอิสราเอล มีคนอยู่ประมาณ 90 ล้าน ต่อให้มีการโจมตีเตหะรานทั้งวัน พื้นที่ก็ยังใหญ่พอที่จะอยู่ได้
ศ.จรัญ กล่าวด้วยว่า ทางภูมิรัฐศาสตร์ จีนและรัสเซียคงไม่ยอมให้อิหร่านตกอยู่ใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ เนื่องจากว่าอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของบริกส (BRICS )ที่บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน เป็นผู้ก่อตั้งและเซาท์แอฟริกาเข้ามาร่วมภายหลัง เป้าหมายหลักของบริกส์ คือลดการพึ่งพาปิโตรดอลลาร์ ปัจจุบันประเทศโลกใต้ ประเทศเศรษฐกิจใหม่ใช้เงินสกุลท้องถิ่นแทนดอลลาร์ เศรษฐกิจวุ่นวายมากเท่าไหร่การพึ่งพาดอลลาร์ยิ่งลดมากเท่านั้น
ปัจจุบันอิหร่าน รัสเซีย จีน อินเดีย ใช้เงินตัวเองแลกเปลี่ยนคู่ค้าในกลุ่มบริกส์ ที่สำคัญอิหร่านขายน้ำมันให้จีนมากเป็นอันดับสอง รองจากรัสเซีย จีนจึงมีปฏิกิริยาแข็งกร้าวเมื่อสหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนประณามว่า “สหรัฐใช้กฎหมายป่า (เถื่อน) ย่างเข้าวันที่ 6 ของสงครามประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จึงส่งสัญญาณว่า “ไม่มีชาติใดควรทำตัวเป็นผู้พิพากษาโลก”
สื่อทางการจีนรายงานว่า สี จิ้นผิง สนองตอบต่อสถานการณ์โลกปัจจุบัน เขาไม่ได้เอ่ยถึงประเทศใดแต่จงใจเตือนวอชิงตันในการรุกรานอิหร่านว่า “จีนเน้นย้ำอีกครั้งว่า ปักกิ่ง ยึดมั่นมายาวนานในอุดมการณ์ระเบียบโลกและอธิปไตย”เขาเน้นว่า “ไม่มีชาติใดควรทำตัวเป็นผู้พิพากษาโลก” หรือกระทำการฝ่ายเดียวเรื่องสำคัญที่กระทบเสถียรภาพโลก ..จีนเน้นถึงความสำคัญการเคารพกฎหมายนานาชาติ การเจรจาพหุภาคีและอำนาจของสถาบันโลก (สหประชาชาติ)
ปฏิกิริยาแข็งกร้าวของจีน ทำให้โซเชียลมีเดียโพสต์เป็นไวรัล กระตุ้นการวิจารณ์ว่า จีนจัด GPS นำร่องผ่านระบบดาวเทียม BeuDou และแชร์ข้อมูลให้อิหร่าน ขณะที่จีนมอนิเตอร์การเคลื่อนไหวเรือพิฆาตและเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐทั่วตะวันออกกลางและส่งต่อข้อมูลไปให้เตหะราน
ส่วน ปฏิกิริยาต่อเศรษฐกิจเสียหาย วันที่ 6 มีนาคม 2569 คาลาฟ อาห์หมัด อัล ฮับตูร์ มหาเศรษฐีและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามตรงไปยัง โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า ใครเป็นผู้ให้อำนาจในการนำภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าสู่สงคราม
ในเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า “ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คำถามตรงๆ คือ ใครให้อำนาจท่านในการลากภูมิภาคของเราเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน? และท่านตัดสินใจที่อันตรายเช่นนี้บนพื้นฐานใด?
คำถามจากมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิใน UAE สร้างความสั่นสะเทือนให้ ทรัมป์ เพิ่มขึ้นจากการต่อต้านในสหรัฐอเมริกาที่เขานำประเทศเข้าสู่สงครามโดยไม่ผ่านมติสหประชาชาติและยังไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส
ความกดดันจากรอบด้านทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า ทรัมป์ กำลังหาทางลงแต่ยังบอกไม่ได้ว่าลงอย่างไร ทรัมป์เป็นคนคาดหมายไม่ได้ เขามีแผนเยือนจีนอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2026 (มีกำหนดการคร่าวๆ คือช่วงปลายเดือนมีนาคม-จเมษายน 2026) เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรม สงครามแร่หายาก และปัญหาชิป AI หลังจากที่ได้รับคำเชิญจากรัฐบาลจีน
นักข่าวสงครามชาวอเมริกันคาดการณ์ว่า ทรัมป์ อาจใช้การเยือนจีนเป็นบันไดไต่ลงจากหุบเหวหายนะ คือหากสงครามยืดเยื้อเขาใช้การเยือนจีนปีนบันไดลงโดยอ้างว่า #ได้บรรลุข้อตกลงวิเศษสุดจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นแรงดลใจให้สหรัฐหยุดยิงกับอิหร่านเป็นการชั่วคราว
สุทิน วรรณบวร

สกสค.ตรึงราคาสินค้า ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ลดภาระผู้ปกครอง
เธอมาได้ทันเวลาพอดี!! คลิป จนท.กระโดดตัวปลิวกลางสายฝน ดีใจช่วยบรรเทาดับไฟป่าได้
หนุ่มซิ่ง จยย.ฝ่าไม้กั้น ล้มคารางรถไฟ พลเมืองดีช่วยทันเสี้ยววินาที
ญี่ปุ่น ยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว แต่ยังเสี่ยง Mega-quake หลังแผ่นดินไหว 7.7
อัษฎางค์ ชำแหละช็อต ถุย นายกฯ เดิมพันแบรนด์ จริงใจ หรือ วุฒิภาวะ ถูกกัดเซาะ?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี