วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
เหลืออีกแค่ 11 วันเท่านั้น ก็จะเป็นวันเลือกตั้งครั้งสำคัญที่สุดของนครสารขัณฑ์ โดยเป็นสงครามเลือกตั้งที่ 50 กว่าพรรคการเมืองสู้กันอย่างดุเดือด ดุดัน และดุฉกรรจ์ที่สุด
“โหรตาทิพย์ หมอดูตาเห็นและกูรูทางการเมืองผู้แม่นยำ ต่างออกมาทำนายว่า “โค้งสุดท้าย” นี้ จะทำให้พอรู้ว่า 3 พรรคการเมืองระดับ ไซซ์ XL พรรคใดจะเป็นอันดับ 1 เข้าสู่เส้นชัยที่มีธงตาหมากรุกโบกรออยู่ข้างหน้า”
500 สส. ที่จะเข้าสภาโคลีเซียมเกียกกาย หลังผ่าน “โค้งสุดท้าย” นี้แล้ว ก็จะ“ฟันธงได้ฉับ ฉับ ฉับ” ใครขับรถแข่งด้วยเครื่องยนต์เฟอร์รารี 16 สูบจะ “จ๊ะเอ๋กับความสมหวัง” และ “จ๊ะโอ๋กับความผิดหวัง”
แน่นอนอยู่แล้ว 3 พรรคไซซ์ XL จะต้องมีพรรคหนึ่งพรรคใดเป็น “แกนนำ”จัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคไซซ์ X Lใดจะเป็นพรรค “คู่สวด” และ พรรคขนาดไซซ์ M ไซซ์ S และ ไซซ์ SS ไหนจะเป็น “พระอันดับ” ในการ “สวดคาถาสัพพีติโยในการร่วมรัฐบาล” คงจะเป็นรายการ “ลุ้นอย่างสุดมันของชาวสารขัณฑ์” ตามมา
“โค้งสุดท้ายในการชิงดำ” คงระบุไม่ได้ว่าทุกพรรคต่าง “ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย” หรือ “เสนอนโยบายสุดปัง” เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง “เฮโล” ไปเทคะแนนให้
ปรับโฟกัสไปที่ 3 พรรคบิ๊ก บิ๊ก ดูเหมือน “จุดขายสุดท้าย” ถูกกูรูทางการเมืองนำมาสรุปไว้ ดังนี้
“พรรคสีส้ม” จอมวาทกรรมที่ประโยคเด็ดในสนามเลือกตั้งปี 2566 “มีเรา ไม่มีลุง” ทำให้ชนะเลือกตั้งนำมาเป็นอันดับ 1 นั้น ในสนามเลือกตั้งปี 2569 นี้วาทกรรม “มีเราไม่มีเทา” กลับไม่มีดีกรีทะลุเดือดจนเป็นที่ “ฮือฮา” เท่ากับปี 2566
เหตุที่ กาน้ำไม่เดือดพล่านถึง 100 ดีกรี สื่อต่างระบุว่า เพราะ “ทุกพรรคต่างมีเทา” จึงทำให้ “เทา” ไม่ขลังจนนำมาเป็น “จุดขาย” ที่ “สุดปัง”
“พรรคสีแดง” เจ้าพ่อแห่งประชานิยมระดับ “ตัวจริงของสารขัณฑ์” หลังจากปล่อยประชานิยมออกมาหลายอย่าง ปรากฏว่า ทุกพรรคการเมืองต่าง“ใช้ลัทธิพระเวสสันดร” ปล่อยประชานิยมที่ “สุดปัง” ทั้งสิ้น จนประชานิยมเป็นสินค้าราคาตกต่ำอย่างน่าตกใจ
ดังนั้น “โค้งสุดท้าย” พรรคสีแดงปล่อยรังสีอำมหิต “แจกทุกวัน 9 ล้านสร้างเศรษฐีใหม่ 9 ราย” นอกจากไม่เป็นที่ฮือฮาแล้ว ประชาชน 70 ล้านที่ไม่มีโอกาสรับรางวัล กลับตั้งคำถามกันทั่วหน้า “เอาเงินภาษีของข้าไปให้ 9 คนฟรีๆ ทุกวัน” อีกต่างหาก
“พรรคสีน้ำเงิน” หลังจากนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” เคยฮือฮา จนถูกพรรคการเมืองลอกแบบไปเป็นนโยบาย แต่ “โค้งสุดท้าย” บิ๊กใหญ่สีน้ำเงิน กลับไปเล่น“กระแสรักชาติ” ให้ดีกรีทะลุเดือดยิ่งขึ้น ณ 7 จังหวัดชายแดนอย่างถึงพริกถึงขิงซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่พรรคอื่นทำไม่ได้
นอกจากนั้น นโยบายที่นำมาเป็น “จุดขายในโค้งสุดท้าย” คือการ “นำ 37 มหาปราสาทสุดดังของสารขัณฑ์ ประกาศเป็นมรดกทางวัฒธรรมของไทย”
กูรูทางการเมืองบางท่านระบุว่า “จุดขาย” นี้ อาจทำให้ “กระแสชาตินิยม” และ “กระแสของสายมู” ต่าง “มีใจฟู” เพิ่มขึ้น
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ก็จะได้รู้กันชัด ชัด พรรคใดเข้าสู่เส้นชัยที่มีธงตาหมากรุกโบกไสว?
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

ปวีณาลุยตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง ขอโอกาสกล้าธรรมเข้าสภาฯ
ไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ ตั๊น จิตภัสร์ เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
ด่วน!หมายจับนักการเมืองดังอีสาน พบเป็นนายทุนใหญ่เครือข่ายเว็บพนัน ตร.ไซเบอร์ จ่อแถลงพรุ่งนี้
ระดับโลกของจริง ลิซ่า เปิดแคมเปญแรกกับ NikeSKIMS ลุคนี้ละสายตาไม่ได้
อดีตเทศกิจปืนดุ ชวดประกันนอนคุก คดียิงวินจยย.รับจ้างดับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี